Page 22 - E magazine 879
P. 22
LIVESTOCK
PRODUCTION MAGAZINE
โรงเรือนเปิดในรัศมี 1 กิโลเมตร และมีสัตว์พาหะมากๆ มักป่วย
ทั้งหมด การใช้พ่อพันธุ์เร่ผสมที่มีโอกาสนำาเชื้อไปยังฟาร์มต่างๆ ได้
ำ
การแจกจ่ายสุกรตายทากินกันในหมู่บ้าน รวมถึงการทานแบบสุกๆ
ื
ดิบๆ การซื้อเน้อสุกรจากตลาดสดมาทาอาหาร และการใช้เศษอาหาร
ำ
เลี้ยงสุกร โดยผู้ที่สัมผัสสุกรในฟาร์ม ถือเป็นความเสี่ยงที่สำาคัญที่สุด
ื
อย่างไรก็ดี พบว่า ฟาร์มท่อยู่ห่างจากฟาร์มอ่น 3-5 กิโลเมตร
ี
จะมีโอกาสติดเชื้อน้อยกว่า ฟาร์มที่อยู่ในพื้นที่เลี้ยงหนาแน่น
ำ
การเลี้ยงสุกร ถ้าใช้รางน้าและอาหารร่วมกันมีโอกาสติดเชื้อท้ง ั
ุ
กล่มง่ายขึ้น ตรงกันข้ามหากใช้รางนารางอาหารแยกรายตัวจะช่วย
ำ
้
ให้การติดเชื้อยากขึ้น โดยระยะแรกอาการของโรคไม่ชัดเจนต้องตรวจ
ทางหองปฏบัติการเท่านั้น โรงเรอนแต่ละหลังควรห่างกนเกน 50
ื
ั
ิ
ิ
้
ั
เมตร แยกท้ง อุปกรณ์ คนเลี้ยง เส้นทางเดินรถ เพื่อลดโอกาส
ี
การติดเชื้อ แต่ฟาร์มท่อยู่ใกล้กัน หรือมีกิจกรรมเชื่อมโยงถึงกัน
ี
จะติดเชื้อจากรถขนส่งท่เข้าฟาร์มทับเส้นทางกับรถขนสุกรป่วย
การใช้อาหารจากเล้าท่มีสุกรตายโดยไม่ทราบสาเหตุ การใช้นาจาก
ำ
้
ี
แหล่งเดียวกัน และในต่างประเทศมีการสำารวจเงินในตลาดสดที่ขาย
เนื้อสุกรพบเชื้อประมาณ 20 เปอร์เซ็นต์
จากรายงานประสิทธิภาพการป้องกันของฟาร์ม หากอยู่ใกล้กับ
พื้นท่เกิดโรค ในระยะ 170 เมตร 330 เมตร และ 650 เมตร
ี
พบว่า รักษาสถานภาพปลอดโรคไว้ได้ แสดงให้เห็นว่า การป้องกัน
ี
โรคไม่ได้เกินศักยภาพของเกษตรกร ด้วยการแบ่งพื้นท่พักกับโรงเรือน
เลี้ยงสัตว์ คนงานให้พักในฟาร์มไม่ออกไปด้านนอก เจ้าของซื้ออาหาร
ื
ี
ำ
เมื่อพิจารณาการระบาดทั่วโลก พบว่า ช่วงแรกที่เกิดโรค ถ้า ไปให้โดยไม่มีเน้อสุกร ก่อนเข้าไปเล้ยงสุกรต้องอาบนา เปลี่ยนเสื้อผ้า
้
ฝังทำาลายสุกรไม่ถูกต้อง มีแมลงมาตอมก็กลายเป็นพาหะนำาเชื้อไปสู่ ทุกคร้งก่อนเข้าไปเลี้ยงสุกร แยกรองเท้าท่ใช้ภายนอกโรงเรือนและ
ี
ั
ี
้
ื
ำ
ำ
ฟาร์มอ่น ดังน้น การฝังทาลายต้องทาอย่างถูกวิธี หรือบางฟาร์ม รองเทาท่ใช้ภายในโรงเรือน มีการจุ่มนายาฆ่าเชื้อก่อนเข้าโรงเรือน
ำ
ั
้
สุกรส่วนหนึ่งป่วย แต่อีกส่วนไม่แสดงอาการ โดย โรคมีระยะฟักตัว ห้ามรถและคนจากภายนอกเข้ามาในโรงเรือนโดยเด็ดขาด สั่งอาหาร
ี
ั
5-15 วัน ก็เคลื่อนย้ายสุกรเข้าโรงชำาแหละทันที ทั้งๆ ที่ สุกรเหล่า ถุงเดือนละคร้ง ลดความเสี่ยง เมื่ออาหารมาถึงให้พักไว้ในท่เก็บ
นั้นอาจมีเชื้อ กลายเป็นการแพร่เชื้อไปยังแหล่งอื่นๆ ที่สำาคัญ เชื้อ อาหารอย่างน้อย 48 ชั่วโมง ก่อนนาไปใช้ พ่นยาฆ่าเชื้อโรครถขนส่ง
ำ
ั
ำ
ื
ASF ทนทานต่อสภาพแวดล้อม อยู่ในเน้อแช่แข็งได้ 1,000 วัน เนื้อ อาหารทุกคร้ง โดยใช้น้ายากลุ่มกลูตารัลดีฮาย หย่านมทุก 4 สัปดาห์
แช่เย็น 110 วัน อยู่ในเลือดได้ 40 วัน เชื้อจึงมีโอกาสปนเปื้อนไป มีชู้ตรับนอกเขต งดคัดทิ้งและทดแทน 60 วัน เพื่อป้องกันการนำา
ี
ื
ยังส่วนต่างๆ ท่เป็นจุดจำาหน่ายสุกร หรือผลิตภัณฑ์จากเน้อสุกร เชื้อจากภายนอกเข้าฟาร์ม มีมุ้งกันแมลงวัน สัตว์พาหะ มีโปรแกรม
ิ
ทำาให้เชื้อแพร่กระจายออกไป กำาจัดหนูในฟาร์ม ท้งซากสุกรในบ่อกาจัดซาก ไม่ขายออกนอกฟาร์ม
ำ
นอกจากนั้น เมื่อสุกรป่วยไปถึงโรงชำาแหละที่เต็มไปด้วยเลือด เด็ดขาด ใช้น้ำาบาดาล พ่นน้ำายาฆ่าเชื้อรอบโรงเรือน ติดตั้งวงจรปิด
็
ี
ถ้าจัดการทำาความสะอาดได้ไม่ดี เมื่อรถขนส่งสุกรจากแหล่งอื่น เข้า ติดตามการทางานว่าเป็นไปตามระบบทวางไว้หรือไม่ ส่มเกบตัวอย่าง
ำ
่
ุ
ำ
มาท่โรงชำาแหละแห่งน้ ก็ม๊โอกาสนาเชื้อติดไปกับคนและรถไปยัง เป็นประจำา ซึ่งหากทาได้ก็จะช่วยป้องกันไม่ให้ฟาร์มเสียหายจาก
ี
ำ
ี
ฟาร์มต้นทางได้ ดังนั้น การระบาดของโรค ASF ส่วนใหญ่เริ่มจาก โรค ASF
ี
ื
ี
การเคล่อนย้ายสุกรจากพื้นท่เสี่ยง และทุกประเทศท่มีปัญหารุนแรง ด้านการยกระดับเฝ้าระวังป้องกัน ASF ในพื้นที่เสี่ยงสูง คือ
ี
ี
มักพบการเคลื่อนย้ายสุกรป่วย ซึ่งถือเป็นหายนะ ที่ทุกภาคส่วนต้อง พื้นท่ท่มีการระบาดและรัศมีประมาณ 1-5 กิโลเมตรรอบฟาร์ม
รับผิดชอบร่วมกัน เนื่องจากเชื้อจะปนเปื้อนในสิ่งแวดล้อม ส่งผล เน้นการเตรียมการ รู้เร็ว และทำาลายเร็ว พร้อมรับผิดชอบต่อสังคม
ี
่
้
ำ
่
์
ให้การจัดการควบคุมโรคทำาได้ยากขึ้น โดยช่องทางทเชือจะเข้าสูฟารม มาจากแหลงนา สุกรสาวทดแทน
้
่
ี
ที่สำาคัญ จากการศึกษาพบว่า บริเวณท่มีการเล้ยงสุกร รถขนส่ง อุปกรณ์ สิ่งของ เนื้อสุกร สัตว์พาหะ และการขาย หาก
ี
ี
หนาแน่น การควบคุมโรคทำาได้ยากกว่า เพราะมีปัจจัยสนับสนุนการ เกิดโรคในพื้นท่แล้ว ฟาร์มปิดทุกช่องทางประมาณ 45-60 วันได้
แพร่เชื้อท้ง การใช้น้าจากแหล่งนาท่อาจมีการท้งซากสุกรป่วยตาย โรคก็ไม่เข้าส่ฟาร์ม แต่ในทางปฏิบัติแล้วการทาธุรกิจจำาเป็นต้องมี
ี
ำ
ู
ั
ิ
้
ำ
ำ
22 สัตว์เศรษฐกิจ

