Page 36 - หน้าปกรายงานประจำปี 64
P. 36
โครงการวิจัย
เรื่อง การกำหนดใหมีนักจิตวิทยาเขาไปมีสวนชวยเหลือพยาน
ผูเสียหายหรือจำเลยในคดีอาญา
หลักการและเหตุผล
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 172 วรรค 3 กำหนดใหนักจิตวิทยา เขาไปมีสวนชวยเหลือ
พยาน ซึ่งอาจเปนผูเสียหายในคดี ทั้งในดานเพศ อายุ ฐานะ สุขภาพอนามัย ภาวะแหงจิตของพยานหรือความเกรงกลัว
ที่พยานมีตอจำเลย โดยใชวิธีการตางๆ ตามที่กฎหมายกำหนดเพื่อลดการเผชิญหนากับจำเลย
นักจิตวิทยาหรือนักสังคมสงเคราะหจึงมีบทบาทเปนอยางมากในการชวยคุมครองสิทธิของผูเสียหายไมวาในฐานะ
พยาน หรือคูความ หรือผูมีสวนเกี่ยวของในชวยสนับสนุนใหการพิจารณาพิพากษาคดีของศาลเปนไปดวยความเรียบรอย
ไดรับขอมูลประกอบการพิจารณาที่ครบถวน ปราศจากขอสงสัยตางๆ จนสิ้นกระแสความ ศาลยุติธรรมและสำนักงาน
ศาลยุติธรรม จึงควรจะตองเตรียมความพรอมเพื่อรองรับใหศาลสามารถเรียกใหนักจิตวิทยาเขามาชวยเหลือกระบวน
การยุติธรรมและการพิจารณาคดีของศาลไดตลอดเวลาอยางเพียงพอ และตอบสนองตอนโยบายประธานศาลฎีกา พ.ศ.
2563 - 2564 ขอ 2 สมดุล 3) ยกระดับการคุมครองสิทธิแกผูเสียหาย เหยื่ออาชญากรรม และพยานในคดีอาญา
สถาบันวิจัยและพัฒนารพีพัฒนศักดิ์ จึงเห็นสมควรดำเนินการศึกษาวิจัย เรื่อง “การกำหนดใหมีนักจิตวิทยา
เขาไปมีสวนชวยเหลือพยาน ผูเสียหายหรือจำเลยในคดีอาญา” ขึ้น โดยมีวัตถุประสงคเพื่อศึกษา คนควาขอมูลเกี่ยวกับ
การใหนักจิตวิทยามีสวนชวยเหลือพยาน ผูเสียหายหรือจำเลยในคดีอาญา เพื่อรวบรวมความคิดเห็นไปใชประกอบการพัฒนา
ปรับปรุง แกไขกฎ ระเบียบ ขอบังคับ คำแนะนำใหมีความทันสมัย คุมครองสิทธิของพยาน ผูเสียหายหรือจำเลย
ในคดีอาญา และกำหนดแนวทางใหนักจิตวิทยาเขาไปมีสวนชวยเหลือพยาน ผูเสียหายหรือจำเลยในคดีอาญา
วัตถุประสงค
2.1 เพื่อศึกษา คนควาแนวคิด ทฤษฎี กฎหมายและแนวปฏิบัติเกี่ยวกับการใหนักจิตวิทยามีสวนชวยเหลือ
พยาน ผูเสียหายหรือจำเลยในคดีอาญาในประเทศไทยและตางประเทศ
2.2 เพื่อรวบรวมความคิดเห็นไปใชประกอบการพัฒนา ปรับปรุง แกไขกฎ ระเบียบ ขอบังคับ คำแนะนำ
ใหมีความทันสมัย และคุมครองสิทธิของพยาน ผูเสียหายหรือจำเลยในคดีอาญา
2.3 เพื่อกำหนดแนวทางใหนักจิตวิทยาเขาไปมีสวนชวยเหลือพยาน ผูเสียหายหรือจำเลยในคดีอาญา
ขอบเขตการศึกษา
ศึกษาแนวคิด ทฤษฎี กฎหมายเกี่ยวกับการกำหนดใหมีนักจิตวิทยาเขาไปมีสวนชวยเหลือพยาน ผูเสียหาย
หรือจำเลยในคดีอาญา ประกอบการเสนอแนะแนวทางในการปฏิบัติงานของนักจิตวิทยาในศาลยุติธรรม
ประโยชนที่คาดวาจะไดรับ
4.1 ไดรับทราบถึงแนวคิด ทฤษฎี กฎหมายและแนวปฏิบัติเกี่ยวกับการใหนักจิตวิทยา มีสวนชวยเหลือ
พยาน ผูเสียหายหรือจำเลยในคดีอาญา
4.2 สามารถเสนอแนวความคิดและประสบการณของศาลที่ใชนักจิตวิทยาในคดีอาญาไปใชประกอบการพัฒนา
ปรับปรุง แกไขกฎ ระเบียบ ขอบังคับ คำแนะนำ ใหมีความทันสมัย และคุมครองสิทธิของพยาน ผูเสียหายหรือจำเลย
ในคดีอาญา
4.3 สามารถนำแนวทางการกำหนดใหมีนักจิตวิทยาเขาไปมีสวนชวยเหลือพยาน ผูเสียหายหรือจำเลย
ในคดีอาญา

