Page 32 - หน้าปกรายงานประจำปี 64
P. 32

โปรแกรมที่พัฒนาโดยศาล โปรแกรมที่พัฒนาโดยสำนัก
              ลำดับ            รายการ                   รูปแบบเดิม         อุทธรณภาค 4      เทคโนโลยีสารสนเทศ
                                                                         (ปงบประมาณ 2563)   (ปงบประมาณ 2564)
                                                        พิมพเอกสาร         พิมพเอกสาร         พิมพเอกสาร
               3          การลงนามรางคำพิพากษา
                                                         เพื่อลงนาม          เพื่อลงนาม          เพื่อลงนาม



                                                                        ติดตามไดผานโปรแกรมฯ   ติดตามไดผานโปรแกรมฯ
               4          การติดตามการดำเนินงาน    ติดตามจากงานจายสำนวน
                                                                        ตามสิทธิในการเขาถึงขอมูล ตามสิทธิในการเขาถึงขอมูล




            จากตารางที่ 4 พบวา การตรวจรางคำพิพากษาในรูปแบบเดิม สามารถติดตามความคืบหนาในการดำเนินงานผานงาน

            จายสำนวน ในขณะรูปแบบอิเล็กทรอนิกสทั้ง 2 โปรแกรม นั้น สามารถติดตามความคืบหนาในการดำเนินงานไดทันที
            ผานโปรแกรม


                    2.5) ผลสำเร็จและความคุมคา
                           (1) ความสำเร็จของการนำระบบอิเล็กทรอนิกสมาใชสนับสนุนการประชุมปรึกษาคดี ของศาล
            อุทธรณภาค 1

                           - ระบบชวยอำนวยความสะดวกในการจายสำนวนอิเล็กทรอนิกสใหกับผูพิพากษาทุกคนในองคคณะ
            กอนการประชุมปรึกษาคดี ทำใหผูพิพากษาในองคคณะเกิดความรับผิดชอบรวมกันแบบองคคณะและมีขอมูลในการ

            ประชุมปรึกษาคดีเทาเทียมกัน สรางความสมดุลในการแลกเปลี่ยนประเด็นทั้งขอเท็จจริงและขอกฎหมาย การพิจารณา
            สำนวนคดีมีความละเอียดรอบคอบมากยิ่งขึ้น เปนการยกระดับคุณภาพของคำพิพากษา เปนการสงเสริมใหเกิดการ
            พิจารณาคดีโดยองคคณะที่สมบูรณและสรางความเขมแข็งของระบบองคคณะ เกิดประโยชนสูงสุดตอประชาชน สอดคลอง

            ตามนโยบายประธานศาลฎีกา (นางเมทินี ชโลธร) ประจำป 2563 – 2564 ขอ 3 สรางสรรค “สรางกลไกการดำเนิน
            กระบวนพิจารณาและการพิพากษาคดีที่ทันสมัย” นโยบาย 3.3 พัฒนาระบบการตรวจรางคำสั่งหรือคำพิพากษาในทุก

            ชั้นศาลและการประชุมคดีในศาลสูงโดยใชเทคโนโลยีที่ทันสมัย ภายใตแผนปฏิบัติการที่ใหศาลสูงทุกศาลยกระดับคุณภาพ
            ของการทำคำพิพากษาและสรางความเขมแข็งของระบบองคคณะในคดีบางประเภทดวยการประชุมคดีขององคคณะ
                           - มีผูชวยผูพิพากษาจัดทำบันทึกประชุม สรุปประเด็นจากการประชุมปรึกษาคดีสงผลใหผูตรวจราง

            คำพิพากษามีความเขาใจความคิด เขาใจเหตุผล ในการตรวจรางคำพิพากษามากยิ่งขึ้น
                           - ระบบชวยลดการใชกระดาษและการพิมพเอกสาร ชวยใหประหยัดงบประมาณ

                           - ระบบมีมาตรฐานความปลอดภัยของระบบสอดคลองกับวิธีความปลอดภัยของธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส
            เชน มีการกำหนดสิทธิ์ในการเขาถึงขอมูลเฉพาะบุคคล ซึ่งสามารถตรวจสอบติดตามการดำเนินงานยอนหลังได
            (ติดตามตนทางผูสง ปลายทางผูรับ ระยะเวลา วันที่ เปนตน) ซึ่งปลอดภัยกวาระบบกระดาษที่ยากแกการตรวจสอบ

                           (2) ความสำเร็จของการนำระบบอิเล็กทรอนิกสมาใชสนับสนุนการตรวจรางคำพิพากษาของศาล
            อุทธรณภาค 1

                           - ระบบชวยใหมีความสะดวกในการอาน การราง การแกไขคำพิพากษา เนื่องจากตัวอักษรมีมาตรฐาน
            ทำใหการอานและการตรวจสะดวกขึ้น ชวยประหยัดเวลาในการตรวจรางคำพิพากษา สงผลใหการตรวจรางคำพิพากษา
            เปนไปดวยความสะดวกและรวดเร็วมากยิ่งขึ้น สอดคลองตามนโยบายประธานศาลฎีกา (นางเมทินี ชโลธร) ประจำป

            2563 – 2564 ขอ 3 สรางสรรค “สรางกลไกการดำเนินกระบวนพิจารณาและการพิพากษาคดีที่ทันสมัย” นโยบาย 3.3
            พัฒนาระบบการตรวจรางคำสั่งหรือคำพิพากษาในทุกชั้นศาลและการประชุมคดีในศาลสูงโดยใชเทคโนโลยีที่ทันสมัย

            ภายใตแผนปฏิบัติการที่ใหศาลสูงทุกแหงศึกษาและจัดระบบการตรวจรางคำสั่งหรือคำพิพากษาทางอิเล็กทรอนิกสเพื่อ
            ความสะดวก รวดเร็ว ลดการใชกระดาษ ทั้งเปนการรักษาความลับ
   27   28   29   30   31   32   33   34   35   36   37