Page 33 - หน้าปกรายงานประจำปี 64
P. 33

- ระบบชวยลดการใชกระดาษและการพิมพเอกสาร ชวยใหประหยัดงบประมาณ

                           - ระบบมีมาตรฐานความปลอดภัยของระบบสอดคลองกับวิธีความปลอดภัยของธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส
            เชน มีการกำหนดสิทธิ์ในการเขาถึงขอมูลเฉพาะบุคคล ซึ่งสามารถตรวจสอบติดตามการดำเนินงานยอนหลังได

            (ติดตามตนทางผูสง ปลายทางผูรับ ระยะเวลา วันที่ เปนตน) ซึ่งปลอดภัยกวาระบบกระดาษที่ยากแกการตรวจสอบ
                           (3) ความสำเร็จในภาพรวม
                           - การเชื่อมโยงขอมูลคดีจากศาลชั้นตนมายังศาลอุทธรณชวยลดขั้นตอนในการปฏิบัติ สะดวกในการสืบคน

                           - การสงสำนวนอิเล็กทรอนิกสชวยลดการใชกระดาษและการพิมพเอกสาร ชวยใหประหยัดงบประมาณ
                           - การสงสำนวนอิเล็กทรอนิกสลดการเคลื่อนไหวของสำนวนในรูปแบบกระดาษ จึงเปนการชวยลด

            โอกาสสูญหายของสำนวน
                           - การบริหารจัดการคดีเปนไปดวยความถูกตอง สะดวก และรวดเร็วเกิดประโยชนสูงสุดตอประชาชน
                    2.6) ขอขัดของจากการดำเนินโครงการ

                           (1) พบปญหาเกี่ยวกับสำนวนความอิเล็กทรอนิกส
                           - ศาลชั้นตนยังไมไดสงสำนวนความอิเล็กทรอนิกสทุกคดีที่มีการยื่นคำฟองอุทธรณมายังศาลอุทธรณ 

            ภาค 1 และที่สงมาในระบบก็มีสำนวนความไมครบถวน
                           - การสงไฟลสำนวนความอิเล็กทรอนิกสจากศาลชั้นตนไมเปนมาตรฐานเดียวกันตามแนวปฏิบัติ
            ที่สำนักงานศาลยุติธรรมกำหนด เชน การตั้งชื่อไฟลของศาลชั้นตนไมเปนระบบ ทำใหเกิดความลาชาในการสืบคนขอมูล

                           - การจัดเรียงรายการเอกสารในสำนวนความอิเล็กทรอนิกส จะแบงจัดเก็บเอกสารตามประเภทเอกสาร
            เชน คำฟอง/คำรอง เอกสารทายคำฟอง ใบแตงทนาย/ใบมอบฉันทะ คำใหการบัญชีระบุพยาน เปนตน ทำใหเมื่อ

            ดาวนโหลดไฟลสำนวนมาอานเกิดความไมสะดวก เนื่องจากสำนวนความอิเล็กทรอนิกสไมเรียงตามสารบัญสำนวนคดี
            เสมือนสำนวนจริง ตองเปดไฟลทีละไฟล
                           (2) ระบบการประชุมปรึกษาคดีและระบบการตรวจรางคำพิพากษาในศาลสูงดวยระบบอิเล็กทรอนิกส

            (e-CMS) ยังไมเชื่อมโยงกับระบบสารสนเทศสำนวนคดี (CIS) ทำใหไมสามารถประมวลผลขอมูลสถิติผลงานของผูพิพากษา
            และไมสามารถตรวจสอบการดำเนินการของสำนวนได ในคราวเดียวกัน จึงทำใหเกิดการทำงานซ้ำซอน

                           (3) ผูพิพากษา และบุคลากรบางทานยังขาดความรูเกี่ยวกับการใชเทคโนโลยีสารสนเทศและทักษะ
            ดานเทคโนโลยีสารสนเทศ หรือไมเชี่ยวชาญในการใชเทคโนโลยีสารสนเทศ และยังขาดความเขาใจเกี่ยวกับการใชงาน
            โปรแกรม

                           (4) การอานสำนวนความและการตรวจรางคำพิพากษาผานคอมพิวเตอร จะตองเปดหนาตางแตละไฟล 
            สลับไปมา หากมีเอกสารจำนวนมาก จะทำใหไมสะดวกในการอานเอกสาร และสงผลตอสุขภาพดานสายตา

                           (5) ความพรอมของอุปกรณคอมพิวเตอรและอุปกรณตอพวงที่ไมเหมาะสมตอการใชงานของผูพิพากษา
            เชน หนาจอคอมพิวเตอร (Monitor) มีขนาดเล็ก และมีเพียง 1 หนาจอทำใหการอานสำนวนและการจัดทำคำพิพากษา
            ไมสะดวก และสงผลตอสุขภาพดานสายตา

                    2.7) ขอเสนอแนะและแนวทางการพัฒนา
                           (1) ขอเสนอแนะเชิงนโยบาย

                           - ควรสงเสริมใหเกิดการนำระบบอิเล็กทรอนิกสมาใชในการสนับสนุนการบริหารจัดการคดีการประชุม
            ปรึกษาคดี และการตรวจรางคำพิพากษาในศาลอุทธรณภาค 1 อยางตอเนื่อง
                           - ควรประชาสัมพันธเกี่ยวกับความสำคัญของการประชุมปรึกษาคดีใหแกผูพิพากษา เพื่อใหเกิดการรับรู

            และเสริมสรางความเขมแข็งของระบบองคคณะอยางแทจริง อันจะนำไปสูการยกระดับคุณภาพคำพิพากษาและการอำนวย
            ความยุติธรรมอันเปนที่ประจักษใหกับประชาชน
   28   29   30   31   32   33   34   35   36   37   38