Page 74 - หน้าปกรายงานประจำปี 64
P. 74

จากตารางการสรุปประเภทคดีที่ศาลยุติธรรมมีการนำกฎหมายระหวางประเทศมาใชในการพิจารณาคดีจะเห็นไดวาคดี

            ที่มีการนำกฎหมายระหวางประเทศหรือกฎหมายตางประเทศมาใชนั้นโดยมากแลวจะเปนคดีที่มีขอพิพาทเกี่ยวกับ
            อนุสัญญาตางๆ ที่ประเทศไทยไดลงนามเปนภาคีไว เชน การยอมรับและบังคับตามคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการตามที่

            ประเทศไทยไดลงนามเปนภาคีในอนุสัญญานิวยอรก เปนตน และกรณีเกี่ยวกับสัญญาที่คูความฝายหนึ่งเปนชาวตางประเทศ
            อันจะมีการนำอนุสัญญาระหวางประเทศอันเกี่ยวกับการคาระหวางประเทศ หรือขอกำหนดตางๆ มาพิจารณาประกอบ
            เชน ขอกำหนด INCOTERMS เปนตน หรือเปนคดีแพงที่มีชาวตางประเทศเขามาเกี่ยวของ โดยอาจเปนการนำกฎหมาย

            ตางประเทศมาใช ทั้งนี้เปนไปตามพระราชบัญญัติการขัดกันแหงกฎหมาย พ.ศ. 2481
                    รูปแบบการนำกฎหมายระหวางประเทศหรือกฎหมายตางประเทศมาใชนั้น จะเปนการนำกฎหมายที่เปน

            ลายลักษณอักษรมาบังคับใช โดยหลักแลวจะเปนการอนุวัติการกฎหมายระหวางประเทศมาเปนกฎหมายภายใน ตาม
            พันธกรณีในกฎหมายระหวางประเทศนั้น และศาลจึงนำกฎหมายที่ไดอนุวัติการนั้นมาบังคับใช ในการพิจารณาพิพากษาคดี
            เชน กฎหมายเกี่ยวกับทรัพยสินทางปญญาตาง ๆ ที่มาจากการอนุวัติการขอตกลงความตกลงวาดวยสิทธิในทรัพยสิน

            ทางปญญาที่เกี่ยวกับการคา (TRIPS) เปนตน นอกจากการบังคับใชตามกฎหมายระหวางประเทศที่อนุวัติการมาเปน
            กฎหมายภายในแลว อาจมีกรณีที่ศาลยุติธรรมของประเทศไทยไดนำกฎหมายระหวางประเทศที่อยูในรูปแบบอนุสัญญา

            มาใชในการพิจารณาพิพากษาคดี เชน กรณีของอนุสัญญาภาษีซอนระหวางประเทศไทยและประเทศอื่นที่ไดลงนามไว หรือ
            การนำขอตกลง INCOTERMS มาใชในการพิจารณาสัญญาการรับขนระหวางประเทศ เปนตน รวมถึงอาจมีกรณีที่นำ
            กฎหมายระหวางประเทศที่ยึดถือเปนจารีตประเพณีทางการคามาใชในการพิจารณาคดี หากไมมีกฎหมายภายในบัญญัติไว

            หรือนำมาใชในฐานะหลักกฎหมายทั่วไป ซึ่งในการพิจารณาคดีลักษณะนี้ศาลยุติธรรมจะนำประมวลกฎหมายแพง
            และพาณิชย มาตรา 4 มาใช กลาวคือ ในกรณีที่ไมมีกฎหมายบัญญัติไว ใหนำจารีตประเพณีมาใช หรือหากไมมีกฎหมาย

            และจารีตประเพณีเชนวาใหนำหลักกฎหมายทั่วไปมาใช เชน กรณีการนำเฮกรูลลมาใชในฐานะจารีตประเพณีทางการคา
            หรือการนำกฎหมายทะเลของประเทศอังกฤษมาใชในฐานะกฎหมายทั่วไป เปนตน นอกจากกรณีดังกลาวแลว
            อาจมีกรณีที่ศาลยุติธรรมนำกฎหมายระหวางประเทศมาใชในการพิจารณาถอยคำ เชน การนำความตกลงทั่วไปวาดวย

            ภาษีศุลกากรและการคา 1994 มาประกอบการตีความกฎกระทรวง ฉบับที่ 132 เปนตน
                    เมื่อพิจารณาจากคำพิพากษาที่ปรากฏจะเห็นไดวาศาลยุติธรรมของประเทศไทยมีการนำกฎหมายระหวางประเทศ

            มาใชอยางหลากหลาย อยางไรก็ดีเนื่องจากประเทศไทยมีระบบกฎหมายแบบ Civil Law จึงตองบังคับใชกฎหมาย
            ลายลักษณอักษร ดังนั้นสวนใหญแลวการใชกฎหมายระหวางประเทศจึงเปนการนำกฎหมายที่ไดรับการอนุวัติการตาม
            พันธกรณีแหงอนุสัญญามาใช สวนจารีตประเพณีระหวางประเทศไมปรากฏวามีการนำมาใชในการพิจารณาคดี เวนแต

            เปนการนำจารีตประเพณีหรือหลักกฎหมายทั่วไปมาใชในกรณีไมมีกฎหมายลายลักษณอักษรที่สามารถนำมาบังคับ
            ใชไดโดยอาศัยประมวลกฎหมายแพงและพาณิชย มาตรา 4



















                                                                      ตัวอยางคำพิพากษาศาลฎีกาท่มีการนำกฎหมายระหวางประเทศ
                                                                                         ี
                                                                                          มาใชในการพิจารณาพิพากษาคด ี
   69   70   71   72   73   74   75   76   77   78   79