Page 70 - หน้าปกรายงานประจำปี 64
P. 70
ลำดับ ประเภทคดี กฎหมายระหวางประเทศ ลักษณะของ รูปแบบการนำมาใช หมายเหตุ
ทีเกียวของ กฎหมายระหวางประเทศ
่
่
- ศาลยุติธรรมนำอนุสัญญา - ประกาศกระทรวงพาณิชย
กรุงเบอรนมาใชในการพิจารณา เรองกำหนดรายชอประเทศ
ื
่
่
ื
ี
ถึงสิทธิท่คูความจะไดรับการ ภาคีแหงอนุสัญญาวาดวยการ
คุมครองตามพระราชบัญญัต ิ คุมครองลิขสิทธ์หรืออนุสัญญา
ิ
ลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 ตามประกาศ วาดวยการคมครองสิทธิของ
ุ
ื
กระทรวงพาณิชย เร่อง นักแสดง ลงวันท่ 15 พฤษภาคม
ี
กำหนดรายช่อประเทศภาค ี 2539 ยังมีการบังคับใชอยูใน
ื
แหงอนุสัญญาวาดวยการ ปจจุบัน
คมครองลิขสิทธ์หรืออนุสัญญา
ุ
ิ
วาดวยการคุมครองสิทธิของ
นักแสดง ลงวันท่ 15 พฤษภาคม
ี
ู
2539 กลาวคือ หากคความเปน
ุ
ั
ภาคีแหงอนสญญาน้แลวยอม
ี
ุ
ั
ไดรบความคมครองตามพระราช
บัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537
ุ
- อนสญญากรงปารสวา - กฎหมายลายลกษณ - ประเทศไทยไดเขาเปนภาค ี - อยางไรก็ดีอนุสัญญาดังกลาว
ี
ั
ุ
ั
ดวยการคุมครองทรัพยสิน อกษร ของอนุสัญญาดังกลาว แต เปนอนุสัญญาที่ใหความสำคัญ
ั
ั
ุ
อตสาหกรรม หรอ อนสญญา มิไดปรากฏวามีการนำอนุสัญญา กับสิทธิบัตรเปนสำคัญ ท้งน ี ้
ั
ุ
ื
กรุงปารีส ดังกลาวไปใชในการพิจารณา ประเทศไทยไดมีการบัญญติ
ั
(Paris Convention for อรรถคดีอยางไร พระราชบัญญัติสิทธิบัตร พ.ศ
ิ
the Protection of 2522 และแกไขเพ่มเติม
Industrial Property) (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2535 และแกไข
ิ
เพ่มเติม (ฉบับท่ 3) พ.ศ.2542
ี
ึ
แลว ซ่งกฎหมายดังกลาวได
ี
ครอบคลุมพันธกรณีท่ประเทศ
ไทยในฐานะภาคีตองปฏิบติ ั
ตามอยางเพียงพอแลว จึงไม
ไดมีการนำกฎหมายมาใชเพ่ม
ิ
เติมภายหลังจากที่ไดเปนภาค ี
นี้
ื
่
ี
- ความตกลงวาดวยสทธ ิ - กฎหมายลายลกษณ - เมอประเทศไทยเขารวมเปน - กฎหมายดังกลาวน้ยังมีการใช
ั
ิ
ในทรพยสนทางปญญาท ี ่ อกษร ภาคีในความตกลงดังกลาวแลว บังคับอยูในปจจุบัน ซึ่งพระราช
ั
ิ
ั
ี
ี
ั
ี
่
เกยวกบการคา หรอ จึงมีพันธกรณีท่จะตองอนุวติ บัญญัติท่ไดกลาวมาน้เปนพระราช
ี
ื
ั
ี
TRIPS การกฎหมายภายในใหสอดคลอง บัญญัติท่ไดอนุวัติการมาตาม
กับขอตกลงดังกลาว ดังนี ้ พันธกรณีของประเทศไทย
ิ
ั
ิ
ั
1. พระราชบญญตลขสทธ ิ ์ กับความตกลงดังกลาว และศาล
ิ
พ.ศ.2537 ยุติธรรมยังมีการนำกฎหมาย
2. พระราชบัญญัติเครืองหมาย นั้นบังคับใช
่
การคา พ.ศ. 2534 และแกไข - นอกจากการอนุวัติการกฎหมาย
่
เพิมเติม (ฉบับที 2) พ.ศ. 2543 ระหวางประเทศมาเปนกฎหมาย
่
3. พระราชบญญตสทธบตร ภายในแลว จากการศึกษาคำพิพากษา
ั
ั
ิ
ิ
ั
ิ
่
พ.ศ. 2522 และแกไขเพมเตม ศาลฎีกาแลวพบวาศาลยุติธรรม
ิ
ิ
ี
่
(ฉบบท 2) พ.ศ. 2535 และ ในประเทศไทยน้น มีการนำขอ
ั
ั
ี
ิ
ั
่
ิ
่
แกไขเพมเตม (ฉบบท 3) พ.ศ. ตกลง
2542

