Page 22 - การศึกษาศักยภาพการผลิต การตลาดของสหกรณ์การเกษตร เพื่อนำไปสู่การผลิตสินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมในการรองรับประชาคมเศรษบกิจอาเซียน
P. 22
บทที่ 2
การตรวจเอกสาร แนวคดและทฤษฎี
ิ
2.1 การตรวจเอกสาร
นฤทธิ์ ดวงสุวรรณ์ (2556) ศึกษาเรื่องตัวชี้วัดความยั่งยืนส าหรับการประมงโดยการจับในทะเล
ั
ื่
สงขลา มีวัตถุประสงค์เพอพฒนาตัวชี้วัดความยั่งยืนส าหรับการประมงโดยการจับในทะเลสาบสงขลา โดยใช้
ระเบียบวิธีวิจัยแบบ Mixed Method ประกอบด้วยการวิเคราะห์ปัญหาโดยใช้กรอบแนวคิด DPSIR การเก็บ
รวบรวมข้อมูลโดยใช้แบบสอบถามกลุ่มตัวอย่างชาวประมง การสัมภาษณ์ความคิดเห็นผู้มีส่วนได้เสีย การ
ื่
ประชุมกลุ่มผู้ทรงคุณวุฒิ และการประชุมผู้น าชาวประมง ผลการศึกษาในระยะแรก เพอหาเกณฑ์ที่เหมาะสม
ส าหรับการก าหนดตัวชี้วัด ระบุคุณสมบัติของตัวชี้วัดว่า 1) ตัวชี้วัดควรมีจ านวนน้อย 2) ชาวบ้านเข้าใจได้ง่าย
3) เป็นสิ่งที่สามารถน าไปใช้ได้จริง 4) มีความสัมพนธ์กับความยั่งยืน และ 5) มีความไว วัดได้ บอกได้เร็ว
ั
แม่นย า การศึกษาครั้งนี้ได้น าเสนอตัวชี้วัด 4 กลุ่ม 9 ตัวชี้วัด ดังนี้ 1) กลุ่มนิเวศ-สิ่งแวดล้อม มี 4 ตัวชี้วัด ได้แก่
ปริมาณการจับสัตว์น้ าต่อการลงแรง (CPUE) ของไซนั่งและโพงพาง พสัยของความเค็มในฤดูกาลและส่วนต่าง
ิ
ๆ ของทะเลสาบ (ทะเลน้อย ทะเลหลวง ทะเลสาบ และทะเลสาบตอนล่าง) และฤดูกาลต่าง ๆ สัตว์น้ า
เศรษฐกิจที่ชาวประมงจับได้ในทะเลสาบแต่ละตอน และคุณภาพน้ า 2) กลุ่มเศรษฐกิจมี 1 ตัวชี้วัด ได้แก่
ผลผลิตขั้นต่ าต่อวันจากการท าประมงจากทุกเครื่องมือ 3) กลุ่มชุมชน มี 2 ตัวชี้วัด ได้แก่ ทัศนคติของ
ู
ื้
ชาวประมงต่ออาชีพประมง และการมีส่วนร่วมของชาวประมงในการดูแลและฟนฟเขตอนุรักษ์ทรัพยากรสัตว์
น้ า 4) กลุ่มสถาบันและกฎหมาย มี 2 ตัวชี้วัด ได้แก่ การปราบปรามเครื่องมือท าลายล้าง และการจัดระเบียบ
เครื่องมือประมง ผู้ศึกษาเสนอให้มีการจัดท าแผนงาน เพอพฒนาการประมงอย่างยั่งยืนร่วมกันของภาคส่วน
ั
ื่
ต่าง ๆ การใช้ตัวชี้วัดเป็นเครื่องมือในลักษณะของแผนงานเชิงบูรณาการ ได้แก่ แผนงานการติดตามประเมินผล
และแผนงานพัฒนาการประมงทะเลสาบสงขลาอย่างยั่งยืนทั้งระยะสั้นและระยะยาว
กุลวดี แก่นสันติสุขมงคล และ อาภรณ์ จันทร์สมวงศ์ (2554) ศึกษาเรื่องการจัดการความ
มั่นคงอาหารโดยชุมชน: วิเคราะห์การจัดการป่าบุ่งป่าทาม ภาคอีสานและป่าเบญจพรรณ-ดิบแล้งภาคตะวันตก
ด้วยกรอบ Diver-Pressure-State-Impact-Response Model มีวัตถุประสงค์ เพอศึกษาระบบการจัดการ
ื่
ความมั่นคงทางอาหารในระดับครัวเรือนและชุมชนตามกรอบ Driver-Pressure-State-Impact-Response
ประเมินระบบการจัดการความมั่นคงทางอาหารและความเสี่ยงต่อความไม่มั่นคงทางอาหาร สร้างระบบการ
ติดตามความมั่นคงทางอาหารอย่างมีส่วนร่วมแก่ชุมชนป่าบุ่งป่าทาม และป่าเบญจพรรณ-ดิบแล้ง และจัดท า
ข้อเสนอทางนโยบายเพื่อการจัดการความมนคงทางอาหารด้วยการผสมผสานการวิจัยเชิงคุณภาพและปริมาณ
ั่
และการมีส่วนร่วมของนักวิจัยในพนที่ศึกษาราษีไศลและทุ่งใหญ่นเรศวร พบว่า จากการประเมินด้วยโมเดล
ื้
DPSIR พบว่า ปัจจัยส าคัญที่มีส่วนช่วยจัดการความมั่นคงทางอาหารระดับครัวเรือน ได้แก่ (1) รูปแบบการท า
การเกษตรที่มีลักษณะการปลูกพชที่หลากหลาย เช่นการท าไร่หมุนเวียนหรือการเกษตรผสมผสาน (2) ความ
ื
หลากหลายของแหล่งอาหาร (3) การปฏิบัติตามกฎระเบียบชุมชน (4) การถ่ายทอดองค์ความรู้ (5) ความ
หลากหลายของตลาด (6) การท าการเกษตรปลอดสารเคมี (7) การได้รับข้อมูลแหล่งที่มาของอาหาร ข่าวสาร

