Page 40 - การศึกษาศักยภาพการผลิต การตลาดของสหกรณ์การเกษตร เพื่อนำไปสู่การผลิตสินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมในการรองรับประชาคมเศรษบกิจอาเซียน
P. 40

29


                      2. สัดส่วนของเงินทุนภายในสหกรณ์  (ทุนเรือนหุ้นและทุนอื่นๆ รวมกับเงินรับฝาก) ที่มีปริมาณสูงกว่า

               เงินกู้ยืมภายนอก เป็นปัจจัยเสริมให้ระบบเศรษฐกิจสหกรณ์มีความมั่นคงและยั่งยืน
                      3. สหกรณ์และกลุ่มเกษตรกร มีกลุ่มลูกค้าส่วนใหญ่เป็นสมาชิกและมีระบบการเชื่อมโยงเครือข่ายการ

               ผลิต การตลาดและการเงิน ที่มีศักยภาพสูงอยู่แล้ว ดังนั้น เมื่อเกิดวิฤตการณ์อทกภัยเมื่อปลายปี 2554 จึง
                                                                                  ุ
               ส่งผลกระทบต่ออัตราการเจริญเติบโตของสหกรณ์เพียงเล็กน้อย
                      ผลกระทบที่เป็นปัจจัยลบของระบบสหกรณ์

                      1. โครงสร้างระบบการเงินของสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกร  ที่รับเงินฝากประเภทเงินฝากออมทรัพย์มี
               สัดส่วนสูงกว่าเงินรับฝากประจ า  แต่การน าเงินรับฝากไปลงทุนระยะยาวมากกว่าระยะสั้นซึ่งอาจจะส่งผลต่อ

               สภาพคล่องทางการเงินของแต่ละสหกรณ์หรือกลุ่มเกษตรกรได้เมื่อมีการเปิดเสรีทางการเงินใน AEC  เพราะ
               เงินทุนที่ฝากไว้กับสหกรณ์อาจมีการเคลื่อนย้ายออกไป

                      2. ระบบการธ ารงรักษาพนักงานของสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกร ยังขาดประสิทธิภาพ โดยเฉพาะด้าน

               อตราผลตอบแทนและสิทธิประโยชน์ต่างๆ การเปิดเสรีด้านแรงงานที่มีฝีมือ อาจส่งผลให้พนักงานที่เก่งและดี
                 ั
               ลาออกไปทางานที่อื่น

                      3. สหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรที่มีขนาดเล็กและมีอยู่จานวนมากในปัจจุบัน อาจมีต้นทุนด าเนินงาน

               สูงขึ้นจากการพัฒนาของเทคโนโลยีด้านต่างๆ ซึ่งสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรที่มีขนาดเล็ก ไม่อาจจะพฒนาการ
                                                                                                  ั
               ลงทุนในด้านเทคโนโลยีได้เพราะมีต้นทุนสูง ซึ่งภาครัฐควรจะมีการศึกษาขนาดของสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกร

               ที่เหมาะสมกับสภาพเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงไป
                    การเตรียมพร้อมเพื่อรองรับประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) ของสหกรณ์

                    การเตรียมพร้อมเพื่อรองรับประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) ของสหกรณ์แยกเป็น 3 ด่าน คือ
                      1.  ด้านสมาชิก

                              1.1 สมาชิกที่ประกอบอาชีพด้านบริการการขนส่ง การท่องเที่ยว สปา สุขภาพ ควรเร่งพัฒนา

               การให้บริการสู่ระดับมาตรฐานสากล และฝึกการใช้ภาษาอังกฤษ เพื่อการสื่อสารไว้ด้วย
                              1.2 สมาชิกในภาคการผลิต (Real Sector) ควรมีการรวมกลุ่มเป็นหน่วยเศรษฐกิจฐานชุมชน

                 ื่
               เพอแบ่งหน้าที่ท าการผลิตให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น ผลิตสินค้าให้ได้มาตรฐาน มีการประสานกันของ Supply
               และ Demand advantage ให้สอดคล้องกัน บนข้อเท็จจริงกับการลงทุนที่มีขนาดเหมาะสม (Economy of

               Scale)

                      2.  ด้านสหกรณ์
                                                                    ั
                              2.1 ปรับปรุงระเบียบ ข้อบังคับ ให้สอดคล้องกบสภาพเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงไป
                                                            ิ่
                              2.2 สหกรณ์ภาคการเกษตร ต้องเพมบทบาทการวางแผนการผลิตให้แก่สมาชิกโดยเฉพาะ
               การปลูกพชเศรษฐกิจ ข้าว ยางพารา ปาล์มน้ ามัน ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ถั่วเหลืองผลไม้ ฯลฯ การใช้เทคโนโลยี
                        ื
                                                                                                        ื่
               ใหม่ๆ เข้ามาทดแทนแรงงาน (กรณีที่ใช้แรงงานต่างด้าว) ลดการใช้สารเคมี โดยปรับไปใช้สารอนทรีย์แทน เพอ
                                                                                            ิ
               รองรับการบริโภคใน AEC ที่จะมีตลาดใหญ่ขึ้น
   35   36   37   38   39   40   41   42   43   44   45