Page 45 - การศึกษาศักยภาพการผลิต การตลาดของสหกรณ์การเกษตร เพื่อนำไปสู่การผลิตสินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมในการรองรับประชาคมเศรษบกิจอาเซียน
P. 45

35


                                                                                              ื่
               รับประทานเพื่อให้ดูแข็งแรงมีสุขภาพดี และเพื่อป้องกันตนเองจากการเจ็บป่วย ส าหรับอาหารเพอสุขภาพที่เลือกซื้อมา
               รับประทาน 3 อันดับแรก (Top 3 Box) ได้แก่ อาหารและผักปลอดสารพิษ ขนมปังโฮลวีท วิตามินหรือผลิตภัณฑ์เสริม
               อาหาร

                              เวียดนาม
                                                                                                 ิ
                                                                                   ื้
                              พฤติกรรมการซื้อสินค้าของชาวเวียดนามแตกต่างกันในแต่ละพนที่ ทางตอนใต้พจารณาเรื่องราคา
               เป็นส าคัญ ส่วนทางเหนือจะอยู่ดูที่ฟงก์ชั่นการใช้งานและความคงทน  อาหารเวียดนามเป็นอาหารสดและผักสดเป็น
                                             ั
                                                                                                        ื่
               หลัก  อาหารส าเร็จรูป อาหารพร้อมปรุงก็มีแนวโน้มได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น ผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่มเพอสุขภาพ
                      ี
               จึงเป็นอกทางเลือกหนึ่งของชาวเวียดนาม ถึงแม้เวียดนามจะเข้าสู่กระแสอาหารเพอสุขภาพช้ากว่าหลายประเทศทั่ว
                                                                                    ื่
               โลก แต่เวียดนามถือเป็น 1 ใน 22 ประเทศที่กาลังเข้าสู่การเป็นประเทศที่ให้ความสาคัญกับการบริโภคอาหารเพอ
                                                                                                               ื่
               สุขภาพอย่างจริงจัง ตลาดอาหารและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพในเวียดนามมีการเติบโตเพมขึ้นอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ปี 2552
                                                                                     ิ่
                             ั
               –  2556 โดยมีอตราการขยายตัวเฉลี่ยร้อยละ 19.95 ต่อปี กลุ่มอาหารและเครื่องดื่มเพอสุขภาพในเวียดนามที่ได้รับ
                                                                                        ื่
               ความนิยมมากที่สุด คือ กลุ่มอาหารและเครื่องดื่มที่คงคุณค่าของสารอาหารที่ได้จากธรรมชาติ ผ่านกระบวนการแปร
               รูปน้อย (Naturally Healthy Food) รองมาคือ อาหารและเครื่องดื่มที่มีการเพิ่มหรือเติมคุณประโยชน์เข้าไปในอาหาร
                                                                                                        ื่
               ให้มากขึ้น (Functional Food and Drink) และอาหารที่ลดปริมาณสิ่งที่ไม่ดีต่อสุขภาพในขั้นตอนการผลิตเพอสุขภาพ
               ที่ดี

                              ลาว
                                          ิ
                              ชาวลาวได้รับอทธิพลทางวัฒนธรรมทางอาหารจากฝรั่งเศสมากพอสมควร แต่อาหารท้องถิ่นก็ยังคง
                                                                          ิ
               เป็นที่นิยมแพร่หลายเป็นหลัก อาหารเพอสุขภาพ ไม่เป็นที่รับรู้ หรือพจารณารับประทานมากนัก แต่ส าหรับกลุ่มที่มี
                                                 ื่
                                                                                       ื่
               รายได้ระดับปานกลาง-สูง ค่อนข้างให้ความสนใจในการเลือกซื้ออาหารที่เป็นอาหารเพอสุขภาพ ส าหรับชาวลาวแล้ว
               จะเห็นว่าอาหารลาวนั้นเป็นอาหารเพอสุขภาพ หรือดีต่อสุขภาพอยู่แล้ว เนื่องจากมีไขมันอยู่ไม่มาก มีผักเป็น
                                                 ื่
               ส่วนประกอบหลัก เป็นต้น ทั้งยังพบว่ากลุ่มคนรุ่นใหม่ และกลุ่มคนที่มีรายได้สูง จะมีความสนใจในการรับประทาน
               อาหารเพอสุขภาพมากขึ้น ทัศนคติในการรับประทานอาหารของชาวลาวนั้นเปลี่ยนแปลงไป มีความรู้ความเข้าใจใน
                       ื่
               การรับประทานอาหารมากขึ้นค านึงถึงสุขภาพ สุขอนามัย และความปลอดภัยของอาหารมากขึ้น
                              ประเทศไทย
                              ความนิยมเรื่องอาหารเพื่อสุขภาพ  อาหารอินทรีย์  มีเพิ่มขึ้นอย่างเห็นไดชัดในปัจจุบัน  และไดรับการ
                                                                                        ้
                                                                                                          ้
                                                                                 ั
                                                                                      ่
               ส่งเสริมจากภาคเอกชนและภาครัฐ ตลาดเกษตรอินทรีย์ในประเทศไทยเริ่มฟื้นตวตงแตราวปี พ.ศ. 2546 เมื่อมีการจัด
                                                                                   ั้
                             ิ
               ประชุมนานาชาตเกษตรอินทรีย์ในประเทศไทย โดยสมาพันธ์เกษตรอินทรีย์นานาชาต (IFOAM) และองค์การอาหารและ
                                                                                    ิ
               เกษตรแห่งสหประชาชาต (Food and Agriculture Organization – FAO) โดยมีมูลนิธิสายใยแผ่นดนและกรีนเนทเป็น
                                                                                                 ิ
                                    ิ
               เจ้าภาพหลัก กิจกรรมและการประชุมระหว่างประเทศในครั้งนั้นกระตุ้นให้เกิดความสนใจแก่ผู้ ผลิต ผู้บริโภค และผลักดน
                                                                                                               ั
               นโยบายด้านเกษตรอินทรีย์ให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมมากขึ้น ส่งผลให้มีการฟื้นตัวของตลาดเกษตรอินทรีย์ในประเทศไทย
               นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยส าคัญอื่นๆ ที่ท าให้เกิดการขยาย ตัวของตลาดเกษตรอินทรีย์เพิ่มขึ้น
                              2) สถานการณ์เกษตรอินทรีย์โลก
                              จากข้อมูลการส ารวจสถานการณ์เกษตรอินทรีย์ใน 162 ประเทศโดย Research Institute of Organic
               Agriculture  (FiBL)  ร่วมกับสหพันธ์เกษตรอินทรีย์นานาชาต (IFOAM)  ซึ่งตพิมพ์ในวารสาร The  World  of  Organic
                                                                ิ
                                                                             ี
                                                                                           ี่
               Agriculture 2013 พบว่า ณ ธันวาคม พ.ศ.2554 ทั่วโลกมีพื้นที่ใช้ท าการเกษตรแบบอินทรีย์ (ทผ่านการรับรองมาตรฐาน)
                                                                                                       ั
                                                                   ี่
                 ั้
               ทงหมด 37.2 ล้านเฮกเตอร์หรือ 232.5 ล้านไร่ โดยประเทศทมีพื้นทใช้ทาเกษตรอินทรีย์มากทสุด 3 ล าดบแรก คือ
                                                                                               ี่

                                                                         ี่
   40   41   42   43   44   45   46   47   48   49   50