Page 42 - การศึกษาศักยภาพการผลิต การตลาดของสหกรณ์การเกษตร เพื่อนำไปสู่การผลิตสินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมในการรองรับประชาคมเศรษบกิจอาเซียน
P. 42
31
2. ประเทศไทยควรใช้โอกาสนี้ เชิญชวนสหกรณ์ของประเทศในประชาคมอาเซียน จัดตั้งเป็นสมาคม
หรือสมาพันธ์หรือองค์กรสหกรณ์ในอาเซียนขึ้น เพื่อเป็นศูนย์กลางในการประสานและพฒนาวิธีการสหกรณ์ใน
ั
ภูมิภาคนี้
3. สหกรณ์ที่มีขนาดใหญ่และมีมูลค าทางธุรกิจ เช่น ธุรกิจยางพารา ปาล์มน้ ามัน โรงสี โรงงานแปรรูป
ื่
นม ฯลฯ ควรพัฒนาจัดตั้งให้มีบริษัทลูก เพื่อบริหารจัดการธุรกิจของสหกรณ์ในแต่ละประเภท เพอให้เกิดความ
คล่องตัว และสามารถแข่งขันในโลกของธุรกิจทั่วไปได้
4. สหกรณ์ที่มีแดนด าเนินงานครอบคลุมทั้งจังหวัด หรือครอบคลุมทั่วประเทศ ควรจะปรับปรุง
กฎหมายสหกรณ์ให้จัดตั้งสหกรณ์สาขาขึ้นมาเพอรับผิดชอบในการบริหารจัดการ และให้บริการสมาชิกในแต่
ื่
ื่
ละพื้นที่ เช่น สหกรณ์ออมทรัพย์ มีสหกรณ์ออมทรัพย์สาขาในแต่ละอาเภอ เป็นต้น เพอเพมประสิทธิภาพการ
ิ่
บริหารจัดการของสหกรณ์ โดยการกระจายอานาจจากสหกรณ์หลักให้สหกรณ์สาขาด าเนินการแทน และเพอ
ื่
อ านวยความสะดวกให้แก่สมาชิก
5. ภาครัฐควรมีการศึกษาและเสนอให้ธุรกิจสหกรณ์เข้าอยู่ในระบบฐานภาษีเช่นเดียวกับธุรกิจทั่วๆ ไป
เพื่อยกระดับขีดความสามารถของสหกรณ์ โดยอาจจะมีสิทธิพเศษด้วยการนาเงินที่สหกรณ์จ่ายในด้านสังคมไป
ิ
หักลดหย่อนได้ กล่าวคือ หากสหกรณ์ได้จัดสรรเงินรายได้จากก าไรสุทธิไปเป็นค่าใช้จ่ายต่างๆ ในด้านสังคม
ตามที่นายทะเบียนสหกรณ์ก าหนดแล้ว สหกรณ์ดังกล่าวไม่ต้องชาระภาษีซึ่งวิธีดังกล่าวจะเป็นการป้องกันมิให้
บุคคลภายนอกใช้สหกรณ์ไปเป็นเครื่องมือในการแสวงหาประโยชน์ได้ เพราะการลงทุนและรูปแบบธุรกิจใหม่
น าจะเกิดขึ้นมากหลังจาก AEC มีผลบังคับใช้แล้ว (กรมส่งเสริมสหกรณ์, 2558)

