Page 28 - ประสิทธิภาพเชิงเทคนิคของการผลิตข้าวแบบแปลงใหญ่2
P. 28

15



















                                           ภาพที่ 2.1 เปรียบเทียบตัวแบบ CCR และ BCC
                                                   ที่มา: ประสพชัย พสุนนท์ (2556)

                           จากภาพที่ 2.1 ได้แสดงให้เห็นถึงความแตกต่างระหว่างตัวแบบ CCR และตัวแบบ BCC โดยตัวแบบ

                  BCC ถูกพัฒนามาเพื่อใช้ในการประเมินประสิทธิภาพกรณีที่สภาพการแข่งขันที่ไม่สมบูรณ์ด้วยการเพิ่มเงื่อนไข
                  Σ n  λ  = 1 ลงในตัวแบบควบคู่ของตัวแบบ CCR
                    j=1 i
                                         2.1) ตัวแบบ BCC ด้วยการพิจารณาด้านปัจจัยการผลิต (Input Oriented) โดย
                  การกำหนดเงื่อนไขบังคับของการเว้าเข้า (Convexity Constraint) เพิ่มเติมในการแก้ปัญหาโปรแกรมเชิง

                  เส้นตรง และได้ตัวแบบ BCC ดังนี้

                         ฟังก์ชั่นวัตถุประสงค์   Min τ                                    (6)
                                                    j
                         ภายใต้เงื่อนไข        τ x − Σ n   λ x ≥  0         ( i = 1,2,…,m )
                                                j ij   j=1 j ij
                                               Σ n  λ y − y   ≥ 0           ( r = 1,2,…,s )
                                                j=1 j rj
                                                             rj

                                               Σ n  λ    = 1                ( j = 1,2,…,n )
                                                j=1 j

                                               λ ≥  0
                                                j


                                         2.2) ตัวแบบ BCC ด้วยการพิจารณาด้านปัจจัยผลผลิต (Output Oriented)

                         ฟังก์ชั่นวัตถุประสงค์   Max φ                                    (7)

                                                    n
                         ภายใต้เงื่อนไข        x -Σ λ x ≥  0                ( i = 1,2,…,m )
                                                ij
                                                    j=1 j ij

                                               Σ n  λ y − φ y   ≥ 0         ( r = 1,2,…,s )
                                                              k rj
                                                j=1 j rj

                                               Σ n  λ    = 1                ( j = 1,2,…,n )
                                                  j=1 j
                                               λ ≥  0
                                                j
   23   24   25   26   27   28   29   30   31   32   33