Page 35 - ความต้องการแรงงานของครัวเรือนภาคการเกษตรตามชนิดสินค้าและขนาดฟาร์ม
P. 35

16



                             1) หน้าที่หลักของแบบจ าลอง DEA คือการก าหนดขอบเขตประสิทธิภาพที่ดีที่สุด (Efficiency

                  Frontier) จากข้อมูลของ DMU ทั้งในด้านปัจจัยการผลิตและผลผลิต ดังนั้น หากเกิดความคาดเคลื่อนในมูลค่า

                  ของตัวแปร จะส่งผลให้ผลลัทธ์ที่ได้จากแบบจ าลอง DEA มีความคลาดเคลื่อนด้วย

                                                                                 ิ
                             2) แบบจ าลอง DEA         ใช้วิธีการประมาณค่าแบบไม่องพารามิเตอร์ (Nonparametric
                  Method) จึงไม่สามารถอ้างอิงเชิงสถิติได้ (Statistical Inferences) อาทิ การทดสอบสมมติฐาน (Hypothesis

                  Testing) และ การค านวณช่วงแห่งความเชื่อมั่น (Confidence Interval)

                             3) ค่าคะแนนประสิทธิภาพที่ได้รับจากแบบจ าลอง DEA จะไม่สะท้อนให้เห็นถึงการวัด

                  ประสิทธิภาพที่แท้จริงโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในกรณีที่ DMU  มีการด าเนินงานในกิจกรรมที่หลากหลายหรือ ใน

                  กรณีที่ DMU  มีการด าเนินงานในด้านต่างๆ ที่แตกต่างกัน ดังนั้น การค านวณค่าคะแนนประสิทธิภาพโดยรวม

                  เอามิติของกิจกรรมที่หลากหลายเข้าไว้ด้วยกัน อาจจะให้ผลลัพธ์ที่ไม่สอดคล้องกับประสิทธิภาพที่แท้จริง

                             4) ค่าคะแนนประสิทธิภาพที่ค านวณได้จากแบบจ าลอง DEA  มีลักษณะเป็นการค านวณค่า

                  คะแนนประสิทธิภาพโดยเปรียบเทียบ (Relative Efficiency) ซึ่งการตีค่าความหมายคะแนนดังกล่าวจะมีความ

                  แตกต่างจากกรณีของค่าคะแนนประสิทธิภาพโดยสมบูรณ์ (Absolute Efficiency) ซึ่งส่งผลให้ การเรียงล าดับ

                  ว่า DMU  ในกลุ่มที่มีประสิทธิภาพ (เมื่อคะแนน=1  ทั้งหมด) หน่วยใดจะมีประสิทธิภาพที่สูงกว่า ไม่สามารถ

                  กระท าได้ นอกจากนี้ยังมีข้อบกพร่องที่สืบเนื่องจากการค านวณค่าคะแนนประสิทธิภาพโดยเปรียบเทียบ อก
                                                                                                           ี
                  ประการหนึ่ง คือขอบเขตประสิทธิภาพ ( Efficiency Frontier) ที่ค านวณขึ้น ด้วยวิธีการของDEA โดยใช้ข้อมูล

                  จากกลุ่มตัวอย่าง เป็นเพยงขอบเขตประสิทธิภาพโดยเปรียบเทียบ ซึ่งไม่สามารถสะท้อนให้เห็นถึงระดับความ
                                      ี
                  ด้อยประสิทธิภาพที่แท้จริงของ DMU หน่วยที่มีประสิทธิภาพ (เมื่อค่าคะแนน=1) ในความเป็นจริงอาจจะด้อย

                  ประสิทธิภาพเมื่อเปรียบเทียบกับมาตรฐานของอุตสาหกรรมโดยรวม

                             เมื่อท าการศึกษาแนวคิดและทฤษฎีที่เกี่ยวกับการวัดผลิตภาพและการวัดประสิทธิภาพโดยใช้

                  Data Envelopment Analysis (DEA) งานวิจัยชิ้นนี้จะอาศัยหลักการวัดผลิตภาพทั่วไป คือ การเปรียบเทียบ

                  ผลลัทธ์ (Output)  กับทรัพยากรที่ใช้ (Input) โดยการศึกษาครั้งนี้ ผลลัพธ์ จะหมายถึง รายได้สุทธิของ

                  เกษตรกรในของแต่ละประเภทธุรกิจฟาร์มในรอบ 1 ปี และทรัพยากรที่ใช้ จะหมายถึง ผลรวมของจ านวนวัน

                  ในการท างานแต่ละประเภทธุรกิจฟาร์ม ทั้งแรงงานตนเอง แรงงานครัวเรือน และแรงงานจ้างที่เกิดจากการ

                  ท างานในรอบ 1 ปี แล้วน ามาวิเคราะห์โดยใช้แบบจ าลอง Data Envelopment Analysis (DEA)
   30   31   32   33   34   35   36   37   38   39   40