Page 33 - ความต้องการแรงงานของครัวเรือนภาคการเกษตรตามชนิดสินค้าและขนาดฟาร์ม
P. 33

14



                  เดียว แต่แบบจ าลอง CCR  เป็นแบบผลผลิตหลายชนิดภายใต้การผลิตแบบผลได้ต่อขนาดคงที่  (Constant

                  returns  to  scale:  CRS) ต่อมา  Fare,  Grosskopf และ Lovell  (1988) ได้น าเสนอผลได้ต่อขนาดแปรผัน

                                                             ั
                                                                    ิ่
                  (Variable  returns  to  scale:  VRS) ซึ่งเป็นการพฒนาเพมเติมจากงานของ CCR (นิติพงษ์ ส่งศรีโรจน์ และ
                  จารึก สิงหปรีชา, 2555)

                                จากการศึกษาข้อมูลพบว่า DEA  สามารถท าให้ทราบถึงหน่วยการผลิตใดเป็นหน่วยผลิตที่มี

                                                                                                 ื่
                  ประสิทธิภาพดีที่สุด และสามารถอธิบายถึงความไม่มีประสิทธิภาพของหน่วยการผลิตอนๆได้ โดยที่
                  ประสิทธิภาพของแต่ละหน่วยการผลิตจะถูกค านวณออกมาในรูปของประสิทธิภาพ (Efficiency  Scores:  ES)

                  ค่าประสิทธิภาพนี้แสดงถึงระดับสัดส่วนของผลผลิตที่หน่วยการผลิตสามารถเพมได้โดยที่ยังคงไม่เปลี่ยนแปลง
                                                                                   ิ่
                  ปริมาณปัจจัยการผลิตหรือในทางกลับกันสามารถแสดงถึงสัดส่วนของปัจจัยการผลิตที่หน่วยการผลิตลดลง

                    ื่
                  เพอให้การผลิตด าเนินไปถึงจุดที่มีประสิทธิภาพ โดยที่จ านวนผลผลิตที่ได้รับไม่เปลี่ยนแปลง ซึ่งสะท้อนให้เห็น
                  ถึงความสามารถของหน่วยผลิตในด้านการจัดสรรทรัพยากรหรือปัจจัยการผลิตที่มีอยู่ให้เกิดประสิทธิภาพดีที่สุด

                                                                                     ี
                  ท าให้ต้นทุนการผลิตลดลงในขณะเดียวกันก็ยังสามารถที่จะได้รับผลผลิตสูงสุดอกด้วย เส้นขอบเขตการผลิต
                                             ั
                                                                                              ั
                  (Production  Frontier)  ของฟงก์ชันการผลิตส าหรับหน่วยการผลิตหนึ่งเกิดจากความสัมพนธ์ของการปัจจัย
                  การผลิตและผลผลิตที่ได้รับ หน่วยการผลิตที่มีประสิทธิภาพจะอยู่บนเส้นพรมแดนการผลิต (Best  practice

                  Frontier) ส่วนหน่วยการผลิตที่ไม่มีประสิทธิภาพจะอยู่ต่ ากว่าเส้นพรมแดนการผลิต (สิริสินทร์ หล่อสมฤดี,

                  ม.ป.ป.) ปัจจุบันการวัดประสิทธิภาพทางเศรษฐกิจโดยวิธีการวิเคราะห์ DEA  มุ่งเน้นทั้งปัจจัยการผลิตและ

                  ผลผลิต โดยสมมติเกี่ยวกับผลตอบแทนต่อขนาดคงที่ (Constant returns to scale: CRS) และผลได้ต่อขนาด

                                                                                                       ิ
                  แปรผัน (Variable returns to scale: VRS) การวิเคราะห์ภายใต้ผลตอบแทนต่อขนาดแปรผัน และพจารณา
                  ทางด้านปัจจัยน าเข้า (Input-Oriented) ซึ่งมีรูปแบบของสมการ Linear Programing ดังนี้



                                    M       S
                          Min    (    i      r  )                                                  (2.6)
                                              s
                                      s
                                     i  1  r  1

                                  N
                  Subject to       x    s    x     x , i 1 2 ,  ,......., M                          (2.7)
                                            
                                                           
                                                  0 i
                                            i
                                     ij
                                        j
                                 j 1                   ij
                                  N
                                            
                                   y    s    y    r , i 1 2 ,  ,......., S                           (2.8)
                                                          
                                        j
                                     rj
                                            i
                                                   0 r
                                                       ij
                                 j 1

                                  N
                                      1                                                                (2.9)
                                  1  j  j
                                  j ,s i  ,s  r    0
   28   29   30   31   32   33   34   35   36   37   38