Page 30 - ความต้องการแรงงานของครัวเรือนภาคการเกษตรตามชนิดสินค้าและขนาดฟาร์ม
P. 30

11



                                ในส่วนงานวิจัยต่างประเทศนิยมเอา Data  Envelopment  Analysis  (DEA) ไปวัด

                  ประสิทธิภาพด้านการเกษตร เช่น งานวิจัยของ Amin W. Mugera and Michael Langemeier (2008) น าไป

                  วัดการเจริญเติบของประสิทธิภาพแรงงานแยกตามขนาดฟาร์มในประเทศเคนย่า ส่วน Fraser,  I.  and

                  Cordina (1999) น าไปวัดประสิทธิภาพฟาร์มวัวนมในออสเตรเลีย และ Alfons O. Lansink, Kyösti Pietola

                  and Stefan Backman (2001) น ามาวัดประสิทธิภาพทางเทคนิคผักอินทรีย์และผักทั่วไป เป็นต้น

                                จากการตรวจเอกสารงานวิจัยทั้ง 3 ส่วน พบว่า งานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับแรงงานมีจ านวนมาก

                  แต่การศึกษางานวิจัยแรงงานที่เน้นในภาคการเกษตร เช่น ผลิตภาพแรงงาน ความต้องการแรงงานไทยและแรงงาน

                  ต่างด้าวในภาคการเกษตรมีการศึกษาจ านวนน้อย ท าให้ผู้วิจัยสนใจที่จะศึกษาความต้องการแรงงานภาค

                  การเกษตร ตามประเภทและขนาดฟาร์ม ซึ่งแตกต่างจากงานวิจัยที่ผ่านมาโดยน าแบบจ าลอง

                  Data  Envelopment  Analysis  (DEA) มาวัดผลิตภาพแรงงาน โดยแยกตามประเภทและขนาดฟาร์มโดย

                                                                                 ื่
                  เปรียบเทียบ และน าขนาดของฟาร์มมาเป็นปัจจัยส าคัญในการเปรียบเทียบเพอเชื่อมโยงความต้องการแรงงานใน
                  อนาคต










                  2.2 แนวคิดและทฤษฎี

                         ในส่วนของแนวคิดและทฤษฎี  ผู้วิจัยจะท าการศึกษาเกี่ยวกับแนวคิดทฤษฎีที่เกี่ยวข้องกับการวัดผลิต

                  ภาพแรงงานทางการเกษตร และการวัดประสิทธิภาพโดยใช้ Data  Envelopment  Analysis  (DEA) ซึ่งเป็น

                  ของงานวิจัยความต้องการแรงงานของครัวเรือนภาคการเกษตร ตามประเภทและขนาดฟาร์ม

                         2.2.1 ผลิตภาพ (Productivity)


                                ผลิตภาพ (Productivity) โดยทั่วไปหมายถึง ความสามารถในการผลิต, ความพยายามผลิต

                  อย่างมีประสิทธิผลและผลผลิตต่อหน่วยความพยายาม ซึ่งแต่ละความหมายมีความคล้ายคลึงกัน แต่นัก

                                                               ั
                  เศรษฐศาสตร์ให้ค าจ ากัดความของ ผลิตภาพ ว่าเป็นอตราส่วนระหว่างผลลัพธ์ต่อทรัพยากรที่ใส่เข้าไป ซึ่งเมื่อ
                  แปลความหมายผลลัพธ์จะเป็นในเชิงปริมาณ ท าให้มีข้อโต้แย้งเนื่องจากผลลัพธ์อาจเป็นเชิงคุณภาพก็ได้ จึงได้

                  พยายามให้ความหมายของทรัพยากรที่ป้อนเข้าไปให้ครอบคลุมไปถึงวัตถุดิบ เงินทุน และค่าจ้าง ควบคู่กับ การ

                  จัดการ ความคิดสร้างสรรค์และทัศคติ ซึ่งจากความหมายและค าจ ากัดความดังกล่าว สามารถเขียนสมการได้

                  ดังนี้
   25   26   27   28   29   30   31   32   33   34   35