Page 72 - Occupational health and safety
P. 72
44
2.7 ผิวหนัง (Skin) (อรัญญา มโนสร้อย, 2549)
ื้
ผิวหนัง คือ อวัยวะที่มีพนที่มากที่สุดของร่างกาย ปกคลุมและป้องกันอันตรายจากการสัมผัสกับ
่
ิ
ี
สิ่งแวดล้อมภายนอกโดยตรง ได้แก สารเคม สารพษ แสงแดด ความร้อน เป็นต้น จึงมีโอกาสเสี่ยงสูงที่
จะเกิดการแพ้หรือก่อให้เกิดโรคที่ผิวหนังได้
2.7.1 โครงสร้างของผิวหนัง สามารถแบ่งผิวหนังออกเป็น 3 ชั้นหลักคือ ชั้นหนังก าพร้า
(Epidermis), ชั้นหนังแท้ (Dermis), และ ชั้นใต้ผิวหนัง (Subcutaneous) ดังภาพที่ 2.10
1) ชั้นหนังกาพร้า เป็นชั้นผิวหนังที่อยู่นอกสุดและสัมผัสกับสิ่งแวดล้อมโดยตรง ผิวชั้น
หนังก าพร้าเกิดจากเซลล์ซึ่งแบ่งตัวหนาขึ้นโดยที่เซลล์ใหม่จะถูกสร้างจากชั้นล่างสุดติดกับหนังแท้และ
เจริญเติบโตขึ้นแล้วค่อย ๆ เคลื่อนตัวมาทดแทนเซลล์ที่อยู่ชั้นบนจนถึงชั้นบนสุดแล้วก็กลายเป็นขี้ไคล
(keratin) หลุดลอกออกไป นอกจากนี้ยังมีเม็ดสี (melanin) ท าหน้าที่ปกป้องผิวหนังเหมือนแผ่นกรอง
แสงอกด้วย โดยในชั้นของหนังก าพร้าไม่มีหลอดเลือด เส้น ประสาท และต่อมต่างๆ นอกจากเป็น
ี
ทางผ่านของรูเหงื่อ เส้นขน และไขมันเท่านั้น
2) ชั้นหนังแท้ เป็นผิวหนังที่อยู่ชั้นล่างถัดจากหนังก าพร้าลงไป มีความหนากว่าหนัง
ก าพร้ามากประกอบไปด้วย เนื้อเยื่อคอลลาเจน (Collagen fibers) เนื้อเยื่ออลาสติค (Elastic
ี
fibers) และคอลลาเจน (Collagen) ช่วยให้ความแข็งแรงแก่ผิวหนัง และช่วยในการซ่อมแซมผิวหนังที่
บาดเจ็บอลาสติน (Elastin) สร้างความยืดหยุ่นให้กับผิวหนัง นอกจากนั้นในชั้นหนังแท้ยังมีเส้นเลือด,
ี
ิ
กล้ามเนื้อ, เส้นประสาทและปุ่มประสาทพเศษที่รับความรู้สึกต่างๆ เช่น รับความรู้สึกสัมผัสความ
กดดัน ความร้อน ความเย็น เป็นต้น
3) ชั้นไขมันใต้ผิวหนัง ชั้นลึกลงมาจากชั้นหนังแท้จะเป็นชั้นไขมันใต้ผิวหนัง หรือ
เรียกว่าชั้นไขมันประกอบด้วยเซลล์ไขมันเป็นหลัก ความหนาขึ้นกับปริมาณไขมันของแต่ละบุคคล ชั้นนี้
ท าหน้าที่ให้ความอบอุ่นแก่ร่างกาย คล้ายฉนวนกันความร้อนช่วยลดแรงกระทบกระแทกจากภายนอก
และชั้นไขมันที่มีมากโดยเฉพาะบริเวณสะโพก เอว ต้นขา
ดังนั้นหน้าที่โดยสรุปของผิวหนัง คือ การปกป้องร่างกายจากการสัมผัสกับ
สิ่งแวดล้อมภายนอก เช่น เชื้อโรคต่าง ๆ สารเคมี รังสี และอุณหภูมิ
2.7.2 กลไกการดูดซึมสารผ่านผิวหนัง ซึ่ง อรัญญา มโนสร้อย (2549) และ คัทลียา เมฆจรัส
กุล (ม.ป.ป) กล่าวไว้ว่า
สิ่งมีชีวิตประกอบด้วยเซลล์ เซลล์จะด ารงชีวิตอยู่ได้ก็ต้องได้รับสารต่าง ๆ เช่น ออกซิเจน
(O2) น้ า (H2O) คาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) และแร่ธาตุต่าง ๆ จากสิ่งแวดล้อมภายในส าหรับการ
ด ารงชีวิต ขณะเดียวกันก็จะมีการก าจัดสารบางอย่างออกนอกเซลล์ ซึ่งต้องมีกระบวนการล าเลียงสาร
ผ่านเยื่อหุ้มเซลล์ (Cell membrane) สารพิษเข้าสู่ร่างกาย (Route) ได้ 3 ทางใหญ่ ๆ คือ ทางผิวหนัง
ทางการหายใจผ่านปอดและทางการรบประทานโดยผ่านทางเดินอาหาร ซึ่งจะต้องดูดซึม
(Absorption) ผ่านเยื่อหุ้มเซลล์เพื่อเข้าสู่กระแสโลหิต จากกระแสโลหิตสารจะกระจาย (Distribution)
ผ่านเยื้อหุ้มเซลล์ในอวัยวะต่าง ๆ และจะออกฤทธิ์กับอวัยวะที่จ าเพาะ ซึ่งจะตอบสนองต่อการเกิดพษ
ิ
ิ
จากสารพษนั้น ๆ และเข้าสู่กระบวนการเปลี่ยนแปลงสาร (Metabolism) และขับสารพษออกจาก
ิ
ร่างกาย (Excretion) โดยการแลกเปลี่ยนสารสารระหว่างเซลล์แบ่งได้เป็น 2 แบบได้แก่ การเคลื่อนที่
แบบธรรมดาและการเคลื่อนที่แบบแอคทฟ
ี

