Page 68 - Occupational health and safety
P. 68
40
2.5.4 อัตราการเต้นของหัวใจ (Heart rate; HR) (รัตนวดี ณ นคร, 2537)
คือ การหดตัวและการคลายตัวของหลอดเลือดแดง ซึ่งตรงกับจังหวะการเต้นของหัวใจคน
ปกติหัวใจเต้น หรือที่เรียกว่าชีพจร เป็นตัวบ่งชี้ถึงความสมบูรณ์ของระบบหัวใจและหลอดเลือด
ั
บ่งบอกถึงความหนักในการออกก าลังกาย และผลลัพธ์ของการฝึกฝนร่างกายขณะพก ชีพจรของคน
ทั่วไปจะมีค่าประมาณ 60-80 ครั้ง/นาที หัวใจของนักกีฬาจะเต้นช้ากว่าคนปกติ ชีพจรจะอยู่ที่ 53
ครั้ง/นาที นอกจากนี้อตราการเต้นของหัวใจยังขึ้นอยู่กับความหนักของภาระงานด้วย โดยจะเพมเป็น
ั
ิ่
สัดส่วนกับความหนักของงาน และจะเพมขึ้นเรื่อย ๆ จนได้ CO ที่ต้องการ โดยเราสามารถประมาณคา
่
ิ่
อัตราการเต้นของหัวใจสูงสุด (Maximum heart rate) ได้จากอายุดังสูตรต่อไปนี้
อัตราการเต้นของหัวใจสูงสุด (Maximum HR) = 220 – อายุ (ปี)
ตารางที่ 2.1 แสดงภาระงานและอัตราการเต้นของหัวใจ
ภาระงาน (Work load) อัตราการเต้นของหัวใจ (Heart rate)
ภาวะพัก (Sedentary) 60 – 80 ครั้ง/นาที
งานเบา (Light) 70 – 90 ครั้ง/นาที
งานปานกลาง (Moderate) 80 – 110 ครั้ง/นาที
งานหนัก (Heavy) 100 – 130 ครั้ง/นาที
งานหนักมาก (Very Heavy) 120 – 150 ครั้ง/นาที
ที่มา: จาก การยศาสตร์ (น.125), โดย นริศ เจริญพร, 2543, กรุงเทพฯ: ภาควิชาวิศวกรรมอุตสาหการ
คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.
2.5.5 ความดันโลหิต (Blood pressure; BP) (รัตนวดี ณ นคร, 2537)
ความดันโลหิตเป็นผลลัพธ์ระหว่างปริมาตรของเลือดที่ถูกสูบฉีดออกจากหัวใจในระยะเวลา
หนึ่งนาที (CO) กับแรงต้านทานของหลอดเลือดส่วนปลายทั้งหมด (Total peripheral resistance;
TPR) ระหว่างการท างานความดันโลหิตที่เพมขึ้นส่วนใหญ่เป็นค่าความดันตัวบน (Systolic) แต่มักจะ
ิ่
ไม่เพมมากกว่า 180 มม.ปรอท ส่วนความดันตัวล่าง (Diastolic) มักจะไม่ค่อยเปลี่ยนแปลงและอาจ
ิ่
ลดลงได้เล็กน้อยขณะออกก าลังกายเบา ๆ เนื่องจากหลอดเลือดภายในกล้ามเนื้อที่ออกก าลังจะ
ขยายตัวท าให้ TPR ลดลง ส่งผลให้ความดัน diastolic จะเปลี่ยนแปลงน้อยมากหรือไม่เปลี่ยนแปลง
เลย ในการออกแรงแบบไม่ใช้ออกซิเจน (Anaerobic) มีการหดเกร็งของกล้ามเนื้อนาน ๆ จะท าให้มี
ิ่
แรงกดต่อหลอดเลือด ท าให้ค่า TPR สูงขึ้น ท าให้ความดัน diastolic เพมขึ้น การออกแรงชนิดนี้จึงมี
แนวโน้มที่จะเป็นอันตรายต่อผู้ป่วยที่มีโรคหัวใจหรือหลอดเลือดอยู่เดิม

