Page 71 - Occupational health and safety
P. 71
43
ถ้าขนาดเล็กกว่า 0.3 ไมครอน จะผ่านออกมากับลมหายใจออก อนุภาคที่จับอยู่บนเยื่อเมือก จะถูก
ั
ั
ก าจัดออกได้โดยการโบกพดของเซลล์ขนซึ่งมีเมือกข้น ๆ โบกพดอนุภาคออกมา เมื่อถึงช่องคอจะถูก
ิ
ขจัดออกโดยการกลืน การไอ จามหรือสั่งน้ ามูก เซลล์ขนเหล่านี้จะท างานลดลงเมื่อสูดดมแก๊สพษที่
ระคายเคือง ควันบุหรี่ ดื่มเหล้า โรคติดเชื้อ อากาศเย็น
1.2) การขับหลั่ง ทางเดินหายใจที่ต่ ากว่ากล่องเสียงลงไปจะมีสารคัดหลั่งที่เคลือบ
ี
บาง ๆ อยู่บนเซลล์บุ ท าหน้าที่เป็นตัวกั้นทางเคมและทางกายภาพได้ดี สามารถยับยั้งการเจริญเติบโต
ของแบคทีเรียและไวรัส สามารถถูกก าจัดได้โดยการกลืน การไอ จามหรือสั่งน้ ามูกนอกจากนี้การขจัด
อนุภาคต่าง ๆ ในทางผ่านอากาศหายใจโดยอาศัยแมคโครฟาจ ซึ่งจะจับอนุภาคไว้แล้วพาไปยัง
หลอดลมแขนงตอนปลาย แล้วอาศัยเซลล์ขนพัดโบกรับช่วงต่อไป
1.3) กลไกการป้องกันทางเดินหายใจโดยผ่านรีเฟกซ์ต่าง ๆ เช่น การไอ การจาม
การไอ เป็นกระบวนการป้องกันไม่ให้สิ่งแปลกปลอมหรือสิ่งระคายเคืองเข้าไปในท่อทางเดินหายใจ
ั
ตัวกระตุ้นการไอ อาจเป็นการอกเสบหรือสิ่งระคายเคือง เช่น ควัน ฝุ่นละออง เป็นต้นมีตัวรับอยู่
ตั้งแต่จมูกลงไปจนถึงเยื่อหุ้มปอด สัญญาณประสาทจะส่งไปตามประสาทการรับรู้ส่งไปที่ศูนย์การไอ
ในเมดัลลา และส่งสัญญาณกลับมายังกล้ามเนื้อหายใจออกและกล้ามเนื้อกล่องเสียงท าให้เกิดการไอ
การจาม เป็นกระบวนการป้องกันไม่ให้สิ่งแปลกปลอมหรือสิ่งระคายเคืองเข้าไปใน
ท่อทางเดินหายใจส่วนต้นโดยมีตัวรับอยู่ที่เยื่อบุจมูก สัญญาณประสาทจะส่งไปตามประสาทสมองคู่ที่
1 และ 5 โดยอากาศถูกส่งออกโดยแรงทางจมูกและปาก
1.4) การป้องกันระดับเซลล์ ได้แก่
1.4.1) การป้องกันที่ไม่ต้องอาศัยฟาโกซัยต์ ได้แก่เซลล์เยื่อบุผิวและเยื่อเบส
ิ
เมนท์ของทางเดินหายใจจะท าหน้าที่ป้องกันไม่ให้เชื้อโรคและสารพษ เข้าสู่เนื้อเยื่อปอด หลอดเลือด
และต่อมน้ าเหลือง ถ้าติดเชื้อไวรัส เซลล์เยื่อบุนี้จะถูกท าลาย เกิดโรคทางเดินหายใจได้ง่าย
1.4.2) การป้องกันที่ต้องอาศัยฟาโกซัยต์ การป้องกันชนิดนี้อาศัยเซลล์ที่ท า
็
หน้าที่กลืนกินเชื้อโรคที่อยู่ในกระแสเลือดได้แก่ โพลีมอร์โฟนิวเคลียร์ เซลล์ หรือพเอมเอน
ี
็
(polymorphonuclear cell: PMN) และ โมโนไซต์ (Monocyte) เมื่อมีสิ่งแปลกปลอมเข้าสู่ร่างกาย
ื่
ิ
เซลล์ดังกล่าวจะออกมานอกหลอดเลือดเพอท าลายเชื้อโรคและสารพษต่าง ๆ หากสิ่งแปลกปลอมลงสู่
ถุงลมได้ ก็จะมีแมคโครฟาจคอยท าลายเชื้อโรคด้วยวิธีกลืนกินหรืออาจจะน าเข้าสู่ช่องว่างระหว่างเซลล์
สู่ระบบน้ าเหลือง และใช้เอนไซม์ในไลโซโซมย่อยสลายกลายเป็นแผลเป็นขึ้น
2) กลไกป้องกันอย่างจ าเพาะ (Specific defense mechanism)
2.1) ภูมิคุ้มกันผ่านสารเหลว ได้แก่ อมมูโนโกลบูลินเอ (IgA) และ อมมูโนโกลบูลินจี
ิ
ิ
(IgG) ที่หลั่งออกมา ซึ่งอมมูโนโกลบูลินเอจะพบอยู่ในซีรั่มและสิ่งคัดหลั่ง เช่น น้ าลาย เสมหะ ส่วน
ิ
อิมมูโนโกลบูลินจีจะพบมากที่สุดในซีรั่ม ช่วยท าลายพิษ ฆ่าแบคทีเรีย ไวรัส
2.2) ภูมิคุ้มกันผ่านเซลล์ การตอบสนองทางอมมูน จะเกิดขึ้นเมื่อร่างกายได้รับ
ิ
แอนติเจนเข้าไปซ้ า ๆ ร่างกายจะปล่อยสารที่ท าหน้าที่เรียกเม็ดเลือดขาว แมคโครฟาจมาชุมนุมกันและ
ท างานอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

