Page 129 - วิธีวิจัยทางสาธารณสุขศาสตร์เบื้องต้น
P. 129

121



                                                                                                   
                                                                                                  ิ
                                                                                     
                                                                                                     
                            ั
                                                                                        ่
                                                                                        ื
                                                                   ่
                                                                       ื
                              ้
                          ท้งนีการวิจัยทางสาธารณสุขศาสตรนิยมสรางเครืองมอแบบประมาณคาเพอวัดเจตคตตอปญหา
                   สุขภาพดานตาง ๆ  ตามแบบลิเครท (Likert’s  method)  ซงเปนเครื่องมือวัดเจตคตทีสรางงาย มความ
                                                                      ่
                                                                      ึ
                                               ิ
                                                                                                     ี
                                                                                          ิ
                                                                                           ่
                                       ื
                                                                                              ิ
                   เชื่อม่นสูงและพัฒนาเพ่อวัดดานความรูสึกไดหลายอยาง การสรางเครื่องมือวัดเจตคตแบบนี้เปนวิธี
                        ั
                                              
                   ประเมินน้ําหนักความรูสึกของขอความในตอนหลัง คือ หลังจากเอาเครืองมอไปสอบวัดแลว การสราง
                                                                                   ื
                                                                                ่
                   ขอความที่แสดงความรูสึกตอเปาเจตคติจะตองใหครอบคลุมและสัมพันธซึ่งกันและกน ขอความอาจจะเปน
                                                                                       ั
                                                                                          
                   ทางบวกหมดหรือทางลบหมดหรือผสมกันก็ได
                                                               ิ
                                                                                        
                                            ิ
                          มาตรการวัดแบบลิเครท (Likert,  1967)  เกดจากกระบวนการตรวจสอบขอความในแบบวัดเจต
                                                                   
                                                                                           ิ
                                        ้
                                                                          ่
                                        ั
                                                                                                         ่
                                                                          ี
                                               ื
                                                 ู
                                                                                                         ึ
                   คตซงเปนการตรวจสอบขนแรกเพ่อดความเหมาะสมของขอความทจะนําไปใชวัดเจตคตตามเปาหมาย ซง
                       ่
                      ิ
                       ึ
                                                                              
                                                   ั
                                                                                          
                                                                                               
                   แบงระดับการตอบออกมากกวา 2 ระดบ เชน แบงเปน 3 ระดบ (เห็นดวย ไมแนใจ ไมเห็นดวย) แบงเปน
                                                                      ั
                                                   
                                                                                            ั
                                        ่
                                                                                        
                                                           
                                                                                              ้
                                                                         
                                
                                                                                 ่
                   5 ระดบ (เห็นดวยอยางยิง เห็นดวย ไมแนใจ ไมเห็นดวย ไมเห็นดวยอยางยิง) เปนตน ทงนีอาจจะเปนไป
                        ั
                                                                     
                                                                                            ้
                                                  ี
                                       
                                                                                                
                                                  ่
                   ในลักษณะอนกไดขนอยูกบขอความทแสดงความรูสึก เชน ปฏิบัติทุกครัง ปฏิบัตปานกลาง ไมปฏิบัติ เปน
                                                                                     ิ
                                                            
                                                                              ้
                             ื
                             ่
                                   ึ
                                  
                                        ั
                                ็
                                          
                                   ้
                        ึ
                                                          ี
                   ตน ซ่งจากการศึกษาเอกสารวิชาการตาง ๆ เก่ยวกับแบบวัดเจตคติตามแนวคิดของลิเครท พบวา สวน
                                                                                             ิ
                                                                           ้
                                                                           ั
                                                               
                                                                             ้
                                         ํ
                                                                                                   
                                                                                            
                                       
                                                                                                      ้
                                                   
                                                                                         
                   ใหญนักวิชาการนิยมแบงน้าหนักของขอความออกเปน 5  ระดับ ทงนีการจะบอกไดวาขอความขอนีจะม    ี
                   น้ําหนักความรูสึกระดับใดนั้น ลิเคิรทใชวิธีการคํานวณน้ําหนักขอความ 3 วิธี คือ
                                                                                             
                               1.  วิธีหาน้าหนักซกมา (Sigma deviate weighting method)  ดวยการหาคาสวนเบียงเบน
                                                                                                    ่
                                                                                    
                                           ิ
                                    ํ
                   มาตรฐานจากจุดกลางของพื้นที่ของแตละตัวเลือกที่มอยู
                                                              ี
                                                                                   
                               2. วิธีหาน้ําหนักคะแนนมาตรฐาน (Standard score weighting) ดวยการหาคะแนนมาตรฐาน
                   ที่จุดกลางของชวงพอดี คลายเปนคะแนนมาตรฐานเฉลี่ยของชวงในตัวเลือกหนึ่ง
                                                                                                      ิ
                                        ํ
                                 ํ
                               3. วิธีกาหนดน้าหนักแบบพลการ (Arbitrary weighting method) เปนการกําหนดโดยคดวา
                   ถามากที่สุดให 5 ถัดมาเปน 4 เปน 3 จนถง 1 หรือ 0 ตามลําดับ
                                                      ึ
                                                                                        ํ
                                                                                 ้
                            ้
                                                                        ั
                                                 ั
                                                                
                          ั
                           ทงนีวิธีการหาคาน้ําหนักระดบความรูสึกของขอความทง 3  วิธีนี ใหคาน้าหนักใกลเคียงกัน ม ี
                                                                        ้
                          ้
                                                             ํ
                   ความสัมพันธกนสูงมากถง 0.99  ดงนันวิธีกําหนดน้าหนักแบบพลการ (Arbitrary  weighting  method)
                                                  ้
                               ั
                                        ึ
                                                ั
                   จึงไดรับความนิยมและใชมากที่สุด (ชวลิต  ชูกําแพง, 2548)

                   ตัวอยาง แบบสอบถามการรับรูการเสริมสรางภาวะสุขภาพทางสังคมตามหลักพทธศาสนา
                                                                                    ุ
                                  ขอความ                                    ระดับการรับรู  
                                   
                                                         มากที่สุด  มาก     ปานกลาง       นอย     นอยที่สุด
                                        ี
                    1. สมาชิกในครอบครัวมความสัมพันธที่ดี
                    เสียสละ มีน้ําใจตอกันทําใหครอบครัวเปน
                    สุข
                    2. การมีธรรมะเปนเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจ
                    ในครอบครัวทําใหครอบครัวเปนสุข

                   การตรวจคุณภาพเครื่องมือ
                                        ุ
                                                                                           ่
                                                                                           ี
                          การตรวจสอบคณภาพเครื่องมือเปนกระบวนการวิเคราะหเพ่อหาคาดชนีทบงชี้คุณภาพของ
                                                                                       ั
                                                                               ื
                   เครื่องมอนั้นวาเปนอยางไร โดยจะดาเนินการหลังจากการสรางและพัฒนาเครื่องมือเสร็จสิ้น (สมชาย
                                  
                                                  ํ
                          ื
                                                       ี
                   ชูกําแพง,  2554)  คณภาพของเครื่องมือท่ใชในการเก็บรวบรวมขอมูลมีความสําคัญยิ่งตอความถูกตอง
                                     ุ
   124   125   126   127   128   129   130   131   132   133   134