Page 126 - วิธีวิจัยทางสาธารณสุขศาสตร์เบื้องต้น
P. 126
118
ใหผูตอบอยากตอบคําถามตอ สวนคําถามสําคัญไมควรเรียงไวตอนทายของแบบสอบถาม เพราะความ
สนใจในการตอบของผูตอบอาจจะนอยลง ทําใหตอบอยางไมตั้งใจซึ่งจะสงผลเสียตอผลการวิจัยมาก
้
ี
นอกจากนีคาตอบท่ไดจากแบบสอบถามใหสามารนํามาแปลงออกมาในรูปของปริมาณและใช
ํ
ู
ํ
็
ิ
สถติอธิบายขอเทจจริงได ดังนั้นแบบสอบถามควรคานึงถึงวิธีการประมวลขอมูลและวิเคราะหขอมลดวย
ิ
โปรแกรมคอมพวเตอร
3. แบบการสัมภาษณ (Interview)
ั
การสัมภาษณ คอ การสอบถาม สนทนาหรือการเจรจาโตตอบกนอยางมจุดมงหมาย เพอ คนหา
ุ
ี
่
ื
ื
ี
ความรูความจริง ตามวัตถุประสงคท่เรากําหนดไวลวงหนา การสัมภาษณจะประกอบดวยบุคคล 2 ฝาย
คือ ผูสัมภาษณ (Interviewer) และผูถูกสัมภาษณ หรือผูใหสัมภาษณ (Interviewee) การสัมภาษณ
็
ี่
ั
นอกจากจะทําใหไดความรูความจริงตามตองการแลว การสัมภาษณยังจะชวยใหทราบ ขอเทจจริงเกยวกบ
ิ
ี
ุ
ี
ผูใหสัมภาษณในดานบุคลิกภาพอกดวย เชน ทวงท วาจา เจตคต อปนิสัย ปฏิภาณไหวพริบ เปนตน ดวย
เหตุนี้การสัมภาษณจึงเปนเครื่องมือการวัดผลที่สําคัญอยางหนึ่ง
3.1 ประเภทของการสัมภาษณ การสัมภาษณสามารถจําแนกไดเปน 2 ประเภท คือ
3.1.1 การสัมภาษณแบบมีโครงสราง (Standardized or Structured interview) เปนการ
ั
สัมภาษณที่ผูสัมภาษณจะใชแบบสัมภาษณที่สรางขึ้นไวแลวเปนแบบในการถามกบผูใหสัมภาษณ กลาวคือ
ั
ผูสัมภาษณจะใชคาถามแบบสัมภาษณกบผูใหสัมภาษณเหมือนกนหมดทกคน การสัมภาษณแบบนีมจะไม
ี
้
ั
ํ
ุ
ู
ี
ี
ื
ยืดหยุน คือ ตองถามไปตามแบบสัมภาษณ แตมขอด คอ สามารถจัดหมวดหมขอมลไดงายและสะดวกใน
ู
็
การวิเคราะห การสัมภาษณโดยวิธีนี้อาจกระทําเปนรายบุคคลหรือกลุมยอยกได
3.1.2 การสัมภาษณแบบไมมีโครงสราง (Non-Structure interview or Unstructured
ํ
ื
่
ั
่
ี
ั
interview) เปนการสัมภาษณทไมใชแบบสัมภาษณ คอ ไมจําเปนตองใชคาถามทเหมอนกนหมดกบผูให
ี
ื
ึ
สัมภาษณทุกคน แตผูสัมภาษณจะตองใชเทคนิคและความสามารถเฉพาะตัวเพ่อใหไดมาซ่งคําตอบจาก
ื
ผูใหสัมภาษณตามจุดมงหมายท่ตงไว การสัมภาษณโดยวิธีนีอาจใชวิธีใหผูตอบแสดงความรูสึกหรือความ
้
ี
้
ั
ุ
ุ
็
ี
่
ี
ิ
คดเห็นออกมาโดยอิสระ ผูสัมภาษณมีหนาทรับฟงและคอยดึงหรือควบคมใหเขาสูประเดนท่ตองการ
เทานั้น ผูทําหนาที่สัมภาษณโดยวิธีนี้จะตองมีความชํานาญเปนพิเศษ
่
ี
ั
ั
ู
ั
็
้
ึ
ในทางปฏิบัติมกนิยมใชควบคกนไปทง 2 แบบ เพอใหไดขอมลทสมบูรณทสุด แตทงนีกข้นอยูกบ
ั
้
ู
ื
่
้
ั
ี
่
ั
ุ
จุดมงหมายของการสัมภาษณลักษณะของแบบสัมภาษณ แบบสัมภาษณโดยท่วไป มกจะประกอบดวย
ั
สวนที่สําคัญ 3 สวน คือ
ึ
่
สวนแรก เปนสวนทใชสําหรับบันทกขอมลเกยวกบการสัมภาษณ เชน ชื่อโครงการ วัน - เดอน -
ี
ั
ื
ี
่
ู
ํ
ป ที่สัมภาษณ ลักษณะบางประการของกลุมที่จะสัมภาษณ เชน ระดับชั้นหรือหอง โรงเรียน ตําบล อาเภอ
จังหวัด เปนตน สวนนี้ผูสัมภาษณจะกรอกรายละเอียดลงลวงหนา
สวนท่สอง เปนรายละเอียดสวนตัวของผูใหสัมภาษณในสวนท่ยังไมเกยวกับเรืองทจะสัมภาษณ
ี
่
ี
ี
่
่
ี
เชน เพศ อายุ เชื้อชาติ สัญชาติ ศาสนา อาชีพ จํานวนสมาชิกในครอบครัว และอื่น ๆ
ั
่
ํ
ี
ํ
สวนท่สาม เปนรายละเอียดเกยวกบการสัมภาษณ คือ เปนขอคาถาม คาตอบท่ตรงกับ
ี
ี
จุดมุงหมายของการสัมภาษณ
ี
ในสวนของคาถามทใชในการสัมภาษณอาจจะเปนคําถามแบบมีตัวเลือกกําหนดไวแลว (Fixed
ํ
่
ํ
ํ
ี
ั
่
ื
ํ
alternatives) คอ คาถามทมคาตอบกาหนดไวแลวในแบบสัมภาษณ มีลักษณะและรูปแบบเชนเดยวกบ
ี
ี
ึ
่
แบบสอบถาม ซงอาจอยูในรูป ตอบรับหรือตอบปฏิเสธ เชน มี - ไมมี จริง - ไมจริง ใช - ไมใช ถก - ผิด
ู

