Page 144 - วิธีวิจัยทางสาธารณสุขศาสตร์เบื้องต้น
P. 144

136




                                                                                 ่
                                                                                                 
                                                                                                     ั
                            ้
                   นอกจากนันยังแสดงคาเฉลี่ย สวนเบี่ยงเบนมาตรฐานและความคลาดเคลือนมาตรฐานในแตละตวแปร
                   ดวย  การทดสอบนี้เปนเทคนิคการทดสอบสมมติฐานชนิดหนึ่งที่นักวิจัยนิยมใชการทดสอบ โดยวิธีการนี้ใช
                                                                                               ื
                                                                                             ี
                   ในกรณีขอมูลมีจํานวนนอย (n<30)  ซึ่งสถิติกลุมนี้สามารถแบงการวิเคราะหไดเปน 2 กรณ คอ
                                                            ั
                                                                ิ
                                                    
                                                        ั
                                ี
                                ่
                              ี
                                     
                                              ั
                                              ้
                                       ั
                                                                     
                          กรณท 1 กลุมตวอยางทง 2 ไมสัมพนธกน (อสระตอกัน)  เรียกวา Independent t-test  เปน
                                                                                           ี
                   การวิเคราะหหาความแตกตางของคาเฉลี่ยของกลุมตัวอยางกลุมหนึ่งวาแตกตางจากอกกลุมหนึ่งหรือไม
                                                                        
                        
                                                                                                  ี
                                                                                                  ่
                   เชน ตองการทดสอบผลสัมฤทธิ์การอบรมโปรแกรมการสรางเสริมสุขภาพผูสูงอายุของกลุมทไดรับการ
                                                                                                    
                                                                                               
                   อบรมแบบปกติกับกลุมที่ไดรับการอบรมแบบพิเศษวาจะมีคะแนนความรูเฉลี่ยแตกตางจากกันหรือไม  
                                                                                             ั
                              ี
                                                                                   
                                                                                      ั
                                                      ั
                                                                                                     ั
                                              ั
                                              ้
                                ี
                                ่
                                     
                          กรณท 2 กลุมตัวอยางทง 2 สัมพนธกัน เรียกวา Pair t-test   ถากลุมตวอยางท้ง 2 สัมพนธกัน
                                                                      
                                ี
                                                                          ่
                                    
                                                          ั
                                                      
                                                                 
                                                                             ้
                                                                                                
                                                                                                  ั
                   ในการเปรียบเทยบคาเฉลี่ยสองคาวาแตกตางกนหรือไม โดยคาเฉลียทงสองคานี้วัดมาจากกลุมตวอยาง 2
                                                                                  
                                                                             ั
                                              
                     
                        ่
                                                                              ้
                   กลุมทสัมพันธกน โดยอาจจะวัดมาจากกลุมตัวอยางกลุมเดยวกน 2 ครัง หรือวัดมากจากกลุมตัวอยาง 2
                                                                    ี
                                                                        ั
                                ั
                        ี
                   กลุมทไดมาจากการจับคคุณลักษณะท่เทาเทียมกัน  ตัวอยางการนําเสนอตารางและการอานผลการ
                                                    ี
                                        ู
                                                      
                        ี่
                   วิเคราะห Pair t-test  ดังนําเสนอในตารางที่ 7.3

                   ตารางท 7.3  การเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์บทเรียนวิทยาศาสตรทองถิ่น
                          ี
                          ่
                         ระยะเวลา          คาเฉลี่ยเลขคณิต   คาสวนเบี่ยงเบน  คา t -test   P-value*
                                                                 มาตรฐาน
                    กลุมผูสูงอายุ                                               - 3.644       0.004
                        กอนการใชบทเรียน       6.33               1.07
                        หลังการใชบทเรียน       7.91               1.08
                   *Paired – Samples  T  Test ที่ระดับนัยสําคัญทางสถิติ 0.05

                                     ่
                                                                     ี
                                     ี
                                                                                                     
                          จากตารางท 7.3 แสดงใหเห็นวา ผลการเปรียบเทยบผลสัมฤทธิบทเรียนวิทยาศาสตรทองถน
                                                                                                        ิ
                                                                                                        ่
                                                                                 ์
                                                                                    ้
                                                                          
                                                                                    ื
                          ิ
                   เรื่อง ภูมปญญาพนบานลานนากับการเสริมสรางสุขภาพผูสูงอายุดวยอาหารพนบานกลุมผูสูงอายุ พบวา
                                                                                            
                                  ้
                                  ื
                                                                                              
                                                                                                    ่
                                                                                          ั
                   คาคะแนนทดสอบความรูเฉลี่ยกอนและหลังทดลองใชเทากับ 6.33 และ 7.91 ตามลําดบ คาสวนเบียงเบน
                                                                                             
                                                                                      
                   มาตรฐาน เทากบ 1.07 และ 1.08  ตามลําดบ  เมอวิเคราะหความแตกตางของคาคะแนนทดสอบความรู     
                                ั
                              
                                                             ่
                                                        ั
                                                             ื
                                                                               
                         
                                                         
                      ่
                                                                                                       
                   เฉลียกอนและหลังทดลองใชบทเรียน พบวา คาคะแนนทดสอบความรูเฉลียหลังทดลองใชมคาสูงกวากอน
                                                                                              ี
                                                                                ่
                                                                                               
                   ทดลองใชอยางมีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับนัยสําคัญ 0.05 (P-value = 0.004)
                                 1.2  การวิเคราะหความแปรปรวน (Analysis  of  Variance,  ANOVA)   การวิเคราะหความ
                                                                                              ึ
                   แปรปรวนใชสําหรับทดสอบความแตกตางระหวางคาเฉลี่ยของกลุมตวอยางตงแต 3  กลุมข้นไป   ในการ
                                                                         
                                                    
                                                              
                                                                            ั
                                                                                   ั
                                                                                      
                                                                                   ้
                   เปรียบเทียบคาเฉลี่ยระหวางกลุมหลาย ๆ กลุม จะมีความแปรปรวนที่ตองคํานวณอยู  2 ตัว  คือ
                            ความแปรปรวนระหวางกลุม (Between-groups  variance)    แสดงขนาดของความแตกตาง
                                                  
                   ระหวางคาเฉลี่ยของกลุมตาง ๆ  ถาระหวางกลุมมีคาเฉลี่ยแตกตางกันมาก คาความแปรปรวนระหวางกลุม
                   จะมีคามากดวย
                                                 
                            ความแปรปรวนภายในกลุม (Within-groups variance)  แสดงการกระจายของคะแนนแตละ
                   ตัวภายในแตละกลุมวามีการกระจายมากหรือนอย คาที่คํานวณไดเรียกวาความคลาดเคลื่อน
                          ดังนั้นความสัมพันธของสาเหตุความแปรปรวนทั้งหมดอธิบายไดดังสมการ
                                                                                                 
                                                                        
                                 ความแปรปรวนรวม = ความแปรปรวนระหวางกลุม + ความแปรปรวนภายในกลุม
   139   140   141   142   143   144   145   146   147   148   149