Page 145 - วิธีวิจัยทางสาธารณสุขศาสตร์เบื้องต้น
P. 145
137
ั
ี
่
้
ั้
ทงนี้สูตรทใชในการทดสอบคอ F-ratio โดยเอาความแปรปรวนระหวางกลุมเปนตวตงหารดวย
ั
ื
่
ความแปรปรวนภายในกลุมแลวเปรียบเทยบคา F ทคํานวณไดกบคา F ในตารางคาวิกฤต F (Critical
ั
ี
ี
ู
ั
่
ื
ิ
values of F) เพอสรุปผลการวิเคราะหขอมล โดยถาคาของตวสถต F มีคามาก หมายความวาความ
ิ
แปรปรวนระหวางกลุมมีคามากกวาความแปรปรวนภายในกลุม จึงนําไปสูขอสรุปวาประชากรแตละกลุมม ี
่
ั
ิ
ั
ความแตกตางกน แตถาคาของตวสถิตทดสอบ F มคานอย นันคอความแปรปรวนระหวางกลุมกบความ
ี
ั
ื
แปรปรวนภายในกลุมมีคา ใกลเคยงกนจึงไมอาจกลาวไดวาความแปรปรวนทงหมดเปนความแตกตาง
ั
ี
้
ั
ระหวางกลุม
ขอกําหนด
1.2.1 ขอมูลไดมาอยางสุมและอิสระตอกน
ั
1.2.2 ความแปรปรวนในแตละกลุมเทากัน (Homogeneity of variance)
1.2.3 ตัวแปรตามมีระดับการวัดเปน Interval Scale หรือ Ratio Scale และมการ
ี
แจกแจงแบบปกตในแตละกลุม
ิ
1.2.4 สําหรับการวิจัยเชิงทดลองนั้น Subject ควรมีลักษณะดังนี้
1) กอนการไดรับ treatment หรือกอนการทดลอง การตอบสนองของ subject
มีความสม่ําเสมอกัน (Homogeneous of baseline)
ั
2) ลักษณะท่วไป (Characteristics) ของ Subjects ในแตละกลุมตองมลักษณะ
ี
คลายคลึงกัน (Similarity)
ํ
ู
ดังนั้นกอนทาการวิเคราะหขอมลโดยใช ANOVA ผูวิเคราะหจําเปนตองทําการทดสอบความเปน
ิ
ี
การกระจายแบบปกตของขอมล (Normality test) วาขอมลทุกประชากรมการกระจายแบบปกต และ
ู
ิ
ู
ทดสอบความความแตกตางของคาความผันแปร (Homogeneities of Variance Test) เพ่อใหแนใจวาไม
ื
ุ
มีความแตกตางกนทกประชากร (วิชุดา ไชศิวามงคล, 2559) ทงนี้การวิเคราะหความแปรปรวนมกจะ
ั้
ั
ั
วิเคราะห 2 วิธีดังนี้
วิธีการวิเคราะหความแปรปรวนแบบจําแนกทางเดียว (One-way anova) เปนการ
เปรียบเทียบคาเฉลี่ยระหวางประชากรหลาย ๆ กลุม โดยเปนการจําแนกขอมูลแตละกลุมดวยคุณลักษณะ
ี
ี
่
ุ
ท่สนใจเพียงคณลักษณะเดียวทเปนเง่อนไขใหขอมูลแตกตางกัน เรียกวา กรรมวิธีหรือทรีทเมนต
ื
ี
ื
ื
(Treatment) เชน การเปรียบเทยบปริมาณสาระสําคัญในสมุนไพรพ้นบานแตละชนิด กรรมวิธี คอ
สมุนไพรพื้นบาน
วิธีการวิเคราะหความแปรปรวนแบบจําแนกสองทาง (Two–way anova) แตกตางจากการ
วิเคราะหความแปรปรวนแบบจําแนกทางเดียว คอ ในการวิเคราะหความแปรปรวนแบบจําแนกทางเดยว
ื
ี
ั
หนวยตัวอยางภายในกลุมเดียวกันจะตองมีความแตกตางกันนอยมาก เพ่อท่จะม่นใจไดวาเม่อเกิดความ
ื
ื
ี
แปรปรวนในการทดลองจะนําไปสูขอสรุปไดชัดเจนวาเปนความแปรปรวนระหวางกลุม แตในทางปฏิบัติ
้
ี
ั
ั
ี
ื
่
ั
อาจพบวาการใชหนวยตวอยางทเหมอนกนหรือมความคลายคลึงกนจะเปนไปไดยากมาก ดังนันจึงอาจจะ
แบงหนวยทดลองออกเปนกลุม ๆ เรียกวา บล็อก (Block) โดยใหภายในแตละบล็อค ประกอบไปดวย
ี
่
ี
หนวยตัวอยางทมีความคลายคลึงกน สวนในตางบล็อคก็จะเปนหนวยตัวอยางท่แตกตางกัน และจํานวน
ั
หนวยทดลองภายในแตละบล็อคจะไดรับกรรมวิธีตาง ๆ ครบชุด ดังเชน
ิ
้
้
ั
การวางแผน การทดลองการทดสอบสารสกดจากขมนชันรวมกับเชือ Bacillus thuringiensis
และ Nuclear Polyhedrosis Virus ในการปองกันแมลงศัตรูหอมแดงในแปลงปลูกของเกษตรกร วาง

