Page 55 - วิธีวิจัยทางสาธารณสุขศาสตร์เบื้องต้น
P. 55

47



                             ่
                         ้
                             ึ
                                                
                                                                  
                   ขอมลนัน ซงการสังเคราะหขอมูลดวยวิธีการนี้จะชวยแกไขปญหาในชวงการเขยนบททบทวนวรรณกรรม
                       ู
                                                                                    ี
                    ้
                                                                                          ิ
                                                                                                       
                                                     
                                                          ้
                   ทังปญหาดานการจัดวางรูปแบบ ปญหาดานเนือหา ปญหาดานการใชภาษาและการพมพและปญหาดาน
                   การอางอิง (กวินธร เสถียร, 2552)
                                                                                    
                               การทบทวนวรรณกรรมที่เกยวของเปนขั้นตอนการวิจัยที่นักวิจัยตองทมเทเวลาใหมากเปนพเศษ
                                                                                    ุ
                                                  ี่
                                                     
                                                                                                      ิ
                      
                                      
                                                                                                          
                                                                                                      
                                          ั
                                                                                        
                                                                                            
                   แตการใชเวลาอยางไมจํากดจะสงผลใหงานวิจัยลาชาจนเปนเหตุใหผลงานวิจัยไมทันตอเหตการณก็ได
                                                                                                 ุ
                                   
                                                                         ี
                                                                                             ี
                   นักวิจัยตองศึกษาคนควาใหกวางขวางท่สุดเทาท่เวลาจะอํานวยมนักวิจัยจํานวนไมนอยท่ใหความสําคัญ
                                                    ี
                                                            ี
                   การวิจัยข้นตอนนีนอยทําการศึกษาคนควาเพียงใหครบข้นตอนของการวิจัย ซงใหความสําคญตอการ
                                                                                      ึ
                           ั
                                                                    ั
                                                                                                  ั
                                                                                                     
                                  ้
                                                                                      ่
                   ทบทวนเอกสารและงานวิจัยท่เกยวของนอยจะเปนผลใหงานวิจัยชินนันคุณภาพดอยลงอยางนาเสียดาย
                                                                              ้
                                              ่
                                            ี
                                                                           ้
                                              ี
                   ทั้งที่อาจเปนหัวขอวิจัยที่มีคุณคามากกได ทงนี้ดุษฎี  โยเหลา (ม.ป.พ.) กลาววา การทบทวนวรรณกรรมม ี
                                                  ็
                                                       ั้
                   วัตถุประสงค ดังนี้
                                                                                   ี
                                                                                              ั
                                                                      
                                                    ี
                                                   ี
                               ื
                          1. เพ่อเลือกปญหาการวิจัยท่มประโยชนตอการแกไขปญหา และมความทันสมยทางวิชาการ
                                                                                               ื
                                                                                                      
                                                                                               ่
                   การประมวลเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวของที่มีผูอื่นทําไวแลวเปนการสํารวจขอมลเบื้องตนเพอนําไปสูการ
                                                                                     ู
                   กาหนดขอบเขตความสนใจและเลือกปญหาทจะทาวิจัยไดตรงจุดมากขนกรณทผูวิจัยมความสนใจทจะทํา
                                                                                                     ี
                                                                                                     ่
                                                        ี
                                                            ํ
                                                        ่
                    ํ
                                                                   
                                                                                          ี
                                                                                   ี
                                                                                    ี
                                                                                     
                                                                                    ่
                                                                             ึ
                                                                             ้
                                                                
                                                                                            ่
                   ปญหาใดในระยะแรกยังอาจพบความมดมนอยูจําเปนตองศกษาเอกสารและงานวิจัยท่เกยวของกบปญหา
                                                                                                   ั
                                                                                          ี
                                                         
                                                   ื
                                                                                               
                                                                                            ี
                                                                    ึ
                                                                               ํ
                                                                     ิ
                                                                                                 ี
                                                                  ี
                                                                            ี
                                                   ้
                    ้
                        ่
                   นันเพอใหเกดความกระจางในปญหานัน ทราบรายละเอยดทศทางท่จะดาเนินการวิจัยปญหาท่สนใจและ
                        ื
                             ิ
                   ใชเปนแนวทางในการตัดสินใจกําหนดปญหาวิจัยไดชัดเจนขึ้น
                                                                                    
                          2. เพื่อแสวงหาพื้นฐานทางทฤษฎีของการวิจัยทีตองการศึกษา ผูวิจัยตองเริมตนดวยการประมวล
                                                                                          
                                                                               
                                                                                             
                                                                                        ่
                                                                 ่
                                                                           ั
                   ทฤษฎีและแนวความคดของทกฝายในเรืองนั้นโดยใหความสําคญเทาเทียมกันแลวผูวิจัยกเสนอขอ
                                       ิ
                                                                               
                                              ุ
                                                       ่
                                                                                                  ็
                   วิเคราะหวิจารณของตนตอทฤษฎีเหลานี้ประกอบการตัดสินใจเลือกใชหรือปฏิเสธแนวความคิด แนวใด
                   แนวหนึ่ง
                          3. เพื่อบงบอกสถานภาพของการวิจัยของปญหาการวิจัยหนึ่ง ๆ
                                              ึ
                                                                                          ี
                                                                                          ่
                             3.1 “อะไร” หมายถง การประมวลเอกสารจะทาใหทราบวาจากการวิจัยทผานมามการศกษา
                                                                    ํ
                                                                                                 ี
                                                                                                      ึ
                                                                                                     ี
                                     ั
                   ตัวแปรอสระและตวแปรตามอะไรไปบางแลวในขอบเขตของปญหาวิจัยนันมากนอยเพยงใด
                                                                                        ้
                           ิ
                   ผลการวิจัยสําคญทไดเปนอยางไร ผลวิจัยพบความสัมพันธอยางไรระหวางของตัวแปรเหลานัน และ
                                                                                                    ้
                                      
                                 ั
                                    ่
                                    ี
                                                                                                    ึ
                                                                                                         ั
                   ผลการวิจัยที่ไดมีความสอดคลองกันหรือขัดแยงกันอยูจากขอมูลเหลานี้ชวยใหผูวิจัยสามารถเลือกศกษาตว
                        ิ
                                                                                                     ั
                   แปรอสระและตวแปรตามทไมซาซอนและสามารถกาหนดตวแปรเพ่มเตมไดอยางเหมาะสม เชน ตวแปร
                                                              ํ
                                                
                                                                               ิ
                                                                            ิ
                                ั
                                            
                                             ้ํ
                                          ี่
                                                                     ั
                                                                                  
                                               ั
                                                                                    ่
                                                                ิ
                                                                                         
                                                                                    ื
                                                                                          ํ
                   เชื่อมแทรกที่ชวยอธิบายความสัมพนธระหวางตัวแปรอสระและตัวแปรตาม เพอใหไดคาตอบในการวิจัยท ี ่
                   ลึกซึ้งมากขึ้น
                                                                                                      
                                                                                          ่
                                                                                             ื
                            3.2 “อยางไร” หมายถึง การพิจารณาแนวทางดําเนินการวิธีการวิจัยและเครืองมอวัด โดยผูวิจัย
                   ควรศึกษาวางานวิจัยแตละเรื่องทเกี่ยวของมีวิธีการดําเนินการอยางไร การวิจัยนั้นใชวิธีการวิจัยประเภทใด
                                              ี่
                                               ึ
                                                                                             ี
                   เปนการวิจัยเชิงสํารวจ การวิจัยก่งทดลอง หรือเชิงทดลอง และคําตอบของงานวิจัยนันมลักษณะใดเปน
                                                                                          ้
                                                ี
                                                                                                     ี
                                     ั
                                                                          ี
                   คําตอบเชิงความสัมพนธ เปรียบเทยบหรือเชิงอธิบายและทํานาย มวิธีการวิจัยอยางไร วิธีการวิจัยมความ
                   นาเชื่อถือมากนอยเพียงใด มีจุดเดนจุดดอยอยางไร และเครื่องวัดเปนอยางไร
                                                  
                           3.3  “ใคร”  หมายถง กลุมประชากร กลุมตัวอยางหรือผูถูกศึกษาเปนตัวแทนของประชากร
                                              ึ
                                         
                                                                    ่
                                                                                                ั
                                                                    ี
                                                                           ้
                                                                                               
                   ประเภทใดเพ่อผูวิจัยจะไดทราบวาขอสรุปจากงานวิจัยทเกยวของนันจะสามารถนําไปใชไดกบประชากร
                              ื
                                                                  ี
                                                                  ่
                   กลุมที่กวางขวางเพียงใด และใกลเคียงกับกลุมตัวอยางที่ผูวิจัยจะศึกษาเพียงใด
   50   51   52   53   54   55   56   57   58   59   60