Page 56 - วิธีวิจัยทางสาธารณสุขศาสตร์เบื้องต้น
P. 56
48
3.4 “เมื่อใด” หมายถึง งานวิจัยเรื่องหนึ่งไดถูกศึกษามาแลวเมื่อใดบาง ชวงใดมการวิจัยเรื่องนั้น
ี
่
ั
ี
มาก และชวงใดมีการวิจัยเรื่องนั้นนอย และขาดตอนไปบาง มความเปลียนแปลงอะไรทแปลกใหมอนเปน
ี
่
ี
ผลใหมีการวิจัยมากขึ้นอีกในภายหลัง การศึกษาชวงเวลาที่มการทําวิจัยจะเปนประโยชนให ผูวิจัยสามารถ
กาหนดไดวาตองติดตามงานวิจัยนี้ยอนหลังไปในอดีตไกลมากนอยเพียงใด
ํ
ี
้
่
่
ี
่
่
้
3.5 “ที่ไหน” หมายถง สถานทีทีเคยมการวิจัยเรืองท่เก่ยวของ ทงนีการทราบขอมลสถานทจะ
ู
ึ
ี
ี
ั
ั
ื้
สงผลตอการกาหนดขอบเขตพนท การวิจัยบางประเภท เชน การวิจัยเก่ยวกับการสํารวจทศนคตของ
ิ
ี่
ํ
ี
ี
บุคคล หลักสูตร นโยบาย การบริหาร เปนตน การทราบวามงานวิจัยใดศกษา “ทีไหน” อาจมความสําคัญ
ึ
ี
่
ึ
มากในการนําผลการวิจัยมาใชเพื่อเปนแนวทางในการวางแผนการวิจัยที่จะศกษาไดอยางเหมาะสม
ื
่
ํ
่
่
ี
4. เพื่อประเมินเบื้องตนถึงความสําเร็จของงานวิจัยและเรียนรูสิงททาใหงานวิจัยอนลมเหลว หาก
พบวางานวิจัยเรื่องนั้นประสบความลมเหลว ผลการวิจัยที่สรุปไมแนชัดหรือขัดแยงกันมาก อาจไมเหมาะท ่ ี
ํ
้
่
่
ํ
จะทาการวิจัยในแนวทางเดิมตอไปควรจะคิดหาแนวทางใหมในเรืองนันทีจะทาใหเกิดผลดีทางวิจัย และม ี
ิ
ประโยชนชวยใหเกิดความเขาใจประเด็นทางทฤษฎีมากขนหรือเกดประโยชนในทางนําผลวิจัยไปใชในทาง
ึ้
ปฏิบัติจริงไดมากขึ้น
5. เพื่อวางแผนดําเนินการวิจัยที่เหมาะสม
5.1 ดานการกําหนดตัวแปรทจะวิจัย การประมวลเอกสารทาใหผูวิจัย พบวา การศึกษาตัวแปร
ี
่
ํ
ี
่
ี
่
ิ
อะไรมาบางแลวท่เกยวของกับปญหาทผูวิจัยสนใจ และตัวแปรทสนใจนันถูกศึกษาในฐานะตวแปรอสระ
้
ี
่
ี
ั
และตัวแปรตามในลักษณะใดบาง
ี
ํ
5.2 ดานการกําหนดนิยามปฏิบัติการ การประมวลเอกสารและงานวิจัยทีเกยวของทาใหผูวิจัย
่
ี
้
ั
ทราบวาตวแปรท่เกยวของนั้น ไดถูกใชในความหมายอยางไรทงทางดานทฤษฎี และงานวิจัยเพ่อนํามา
ื
ี
่
ั
ํ
กาหนดใหความหมายที่แคบเฉพาะและชัดเจนของตัวแปรแตละตัวที่จะใชในการวิจัย
5.3 ดานขอจํากดของงานวิจัยในอดีต การประมวลเอกสารและงานวิจัยทเก่ยวของจะทําให
ี
ั
่
ี
ผูวิจัยตระหนักถึงปญหาหรือชองโหวบางดานของการวิจัยในปญหานั้น ซ่งผูวิจัยอาจจะพยายามปดชอง
ึ
่
ี
ี
็
ี
โหวหรือแกไขสิ่งท่เปนปญหาบางดานท่ทําไดในงานวิจัยใหมของตน และในสิ่งททําไมไดกตองยอมรับวา
เปนขอจํากัดในงานวิจัยของตนตอไป
ั
ึ
5.4 ดานการตั้งสมมตฐานจากการประมวลผลงานวิจัยทศกษาความสัมพนธระหวางตวแปร
ิ
่
ั
ี
้
ั
ํ
ุ
อสระและตวแปรตามในแงมมตาง ๆ ทําใหผูวิจัยไดขอสรุปท่สามารถคาดหมายหรือทานายผลการวิจัยขน
ิ
ั
ี
ื
ี
่
้
ั
ตอไปไดจะทําใหผูวิจัยสามารถตงสมมติฐานท่ไมเรียบงาย จนเกินไปเปนท่ยอมรับ มีความนาเชือถอเพราะ
ี
ี
มหลักฐานจากการประมวลทฤษฎีและผลการวิจัยยืนยัน
การทบทวนวรรณกรรมจะชวยใหนักวิจัยมีความรูกวางขวางลึกซ้งและทันสมัย ชวยใหเกด
ิ
ึ
แนวคิดท่มประโยชนตอการวิจัยข้นตอนตอไปทกข้นตอน โดยเฉพาะอยางยิ่งในข้นตอนการสรางกรอบ
ี
ี
ั
ั
ุ
ั
แนวคิดและกําหนดตัวแปรและการกําหนดรูปแบบการวิจัยเพราะการทบทวนวรรณกรรมท่เก่ยวของจะ
ี
ี
ครอบคลุมไปถึงการศึกษาคนควาทฤษฎีจากตํารา บทความทางวิชาการ ขอมูลจากการรายงานของหนวย
ี
ราชการ ขอมูลจากการสัมภาษณตลอดจนขอมูลอนใดทกรูปแบบ นักวิจัยจะไดรูวาปญหาการวิจัยท่เรา
ุ
ื
่
ึ
ี่
ศึกษานั้นตองอาศัยทฤษฎีใดบาง มีใครศึกษาไวบาง ผลการศกษาเปนอยางไร และปญหาทคลายคลึงหรือ
เกี่ยวของสัมพันธกับปญหาการวิจัยที่เราจะศึกษานั้น มีใครศึกษาไวบาง และผลการศึกษาเปนอยางไร

