Page 293 - วิทยาศาสตร์ ม.ต้น
P. 293
285
ภาพที 7 กลุม่ ดาวฤกษใ์ นจกั รราศีและตาํ แหน่งปรากฏของดวงอาทิตยใ์ นกล่มุ ดาวเมอื มองจากโลก
ตาํ แหน่งปรากฏของดวงอาทิตยใ์ นกลุ่มดาวในจกั รราศี จะสอดคลอ้ งกบั ชือเดือนทงั 12 เดือน
ทีคนไทยไดก้ าํ หนดขึนตงั แต่รัชสมยั ของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกลา้ เจา้ อยหู่ วั พระปิ ยะมหาราช
เช่นดวงอาทิตยป์ รากฏอย่ใู นกลุ่มดาวราศีตุลในช่วงราวเดือนตุลาคม และในช่วงเดือนดังกล่าวนี
กลุ่มดาวจักรราศีทีปรากฏบนทอ้ งฟ้ าหลงั ดวงอาทิตยต์ กลบั ขอบฟ้ าในตอนหัวคาํ ก็จะเป็ นกลุ่มดาว
แมงป่ อง คนยงิ ธนู แพะทะเล คนแบกหมอ้ นาํ ปลา และแกะ ตามลาํ ดบั จากทิศตะวนั ตกต่อเนืองไปทาง
ทิศตะวนั ออก ดงั นนั ตาํ แหน่งการขึน - ตกของดวงอาทิตยใ์ นรอบปี ฤดูกาลและกลุ่มดาวทีปรากฏบน
ทอ้ งฟ้ าจึงมีความสมั พนั ธก์ นั อยา่ งใกลช้ ิด
เรืองที 2 การสังเกตตาํ แหน่งของดาวฤกษ์
คนในสมยั โบราณเชือว่า ดวงดาวทงั หมดบนทอ้ งฟ้ าอย่หู ่างจากโลกเป็ นระยะทางเท่า ๆ กัน
โดยดวงดาวเหล่านันถูกตรึงอย่บู นผิวของทรงกลมขนาดใหญ่เรียกว่า “ทรงกลมทอ้ งฟ้ า (Celestial
sphere)” โดยมีโลกอยทู่ ีศนู ยก์ ลางของทรงกลม ทรงกลมทอ้ งฟ้ าหมุนรอบโลกจากทิศตะวนั ออกไปยงั
ทิศตะวนั ตก โดยทีโลกหยดุ นิงอยกู่ บั ที ไม่เคลอื นไหว
นกั ปราชญใ์ นยคุ ต่อมาทาํ การศกึ ษาดาราศาสตร์กนั มากขึน จึงพบว่า ดวงดาวบนทอ้ งฟ้ าอย่หู ่าง
จากโลกเป็นระยะทางทีแตกต่างกนั กลางวนั และกลางคืนเกิดจากการหมนุ รอบตวั เองของโลก มิใช่การ
หมุนของทรงกลมทอ้ งฟ้ า ดงั ทีเคยเชือกนั ในอดีต อยา่ งไรก็ตามในปัจจุบนั นกั ดาราศาสตร์ยงั คงใชท้ รง
กลมทอ้ งฟ้ า เป็นเครืองมอื ในการระบุตาํ แหน่งทางดาราศาสตร์ ทงั นีเป็ นเพราะ หากเราจินตนาการให้
โลกเป็ นศูนยก์ ลาง โดยมีทรงกลมท้องฟ้ าเคลือนทีหมุนรอบ จะทาํ ให้ง่ายต่อการระบุพิกดั หรื อ
เปรียบเทียบตาํ แหน่งของวตั ถุบนทอ้ งฟ้ า และสงั เกตการเคลือนทีของวตั ถเุ หลา่ นนั ไดง้ ่ายขึน

