Page 108 - 237 ข้อคิดจากนิทาน ชาดก และอุปมา
P. 108

100

                                                                                     ่
                                                                                                 ์
              แล้วนำข้าวคลุกน้ำผึ้งมาเลี้ยงพญานกนั้น พญานกแขกเต้าให้โอวาทพราหมณ์วา “พราหมณ ขอท่านจงเป็น
              ผู้ไม่ประมาทเถิด ให้ทานเลี้ยงดูมารดาบิดาผู้แก่เฒ่าเถิด” กล่าวจบก็คืนไร่ข้าวสาลีแก่พราหมณ ขอรับไว้
                                                                                                    ์
              เพียง 8 ไร่เท่านั้นแล้วบินกลับคืนป่างิ้วไป เมื่อกลับถึงป่างิ้วพญานกแขกเต้ารีบวางรวงข้าวสาลีไว้ต่อหน้า
              บิดามารดาผู้ลุกขึ้นหัวเราะยินดีได้ทั้งน้ำตานองหน้า ฝูงนกแขกเต้าต่างเข้ามาแสดงความยินดีได้ทั้งน้ำตา

                        ู
              นองหน้า ฝงนกแขกเต้าต่างเข้ามาแสดงความยินดีด้วยและถามเป็นเสียงเดียวกันว่า “ท่านรอดมาได้
              อย่างไร ? ขอรับนาย” พญานกแขกเต้าจึงเล่าเรื่องทั้งหมดให้ฝูงนกฟัง ฝ่ายโกลิยพราหมณ์ก็ตั้งอยู่ในโอวาท
              ของพญานกแขกเต้า ตั้งโรงบริจาคทานแก่สมณพราหมณ์ผู้ทรงธรรมและผู้ยากจนทั่วไปประพฤติธรรมจน
              ตราบสิ้นชีวิต

              ข้อคิดที่ได้จากเรื่อง:  บุตรธิดาควรเลี้ยงดูบิดามารดายามแก่ชรา เพื่อปลดเปลองหนี้
                                                                                     ื้
                                                   ที่ตนเคยได้รับการเลี้ยงดูจากท่านในวัยเด็ก ๛

                                               ตายเพราะปาก (ตักการิยชาดก)

              ๏ ในสมัยหนึ่ง พระพุทธเจ้าประทับอยู่วัดเชตวัน เมืองสาวัตถี ทรงปรารภพระโกกาลิกะผู้เดือดร้อนเพราะ
              ปากไม่ดี ได้ตรัสอดีตนิทานมาสธก ว่า...กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว พระโพธิสัตว์เกิดเป็นชายหนุ่มชื่อตักการิ

              ยะ ไปศึกษาเล่าเรียนศิลปวิทยาอยู่ในสำนักของพราหมณ์ ปุโรหิตคนหนึ่งในเมืองพาราณสี ท่านปุโรหิตเป็น

              คนตาเหลือง มีเขี้ยวงอกออกมา ภรรยาของท่านได้คบชู้กับคนตาเหลืองมีเขี้ยวงอกออกมาเหมือนกัน ท่าน
              ห้ามปรามภรรยาให้เลิกพฤติกรรมนั้นเสียแต่ก็ไม่เป็นผล จึงคิดหาวิธีฆ่าชายชู้นั้นได้อย่างหนึ่ง อยู่มาวันหนึ่ง

              ท่านเข้าเฝ้าพระราชากราบทูลว่า “ขอเดชะมหาราชเจ้า เมืองนี้เป็นเมืองชั้นเลศในชมพูทวีป พระองค์ก็เป็น
                                                                                     ิ
              อัครราชา แต่ประตูเมืองด้านทิศใต้สร้างไว้ไม่เป็นมงคล ต้องรื้อประตูเก่าแล้วสร้างประตูใหม่ตามมงคลฤกษ์

              พระเจ้าข้า “พระราชารับสั่งให้สร้างประตูใหม่ตามนั้น เมื่อรื้อประตูเก่าสรางใหม่แล้ว ท่านพราหมณ์ได้
                                                                                 ้
              กราบทูลอีกว่า “ขอเดชะ ประตูเสร็จแล้ว พรุ่งนี้เป้นวันฤกษ์ดี ต้องทำพลีกรรมบวงสรวงประตูเชิญเทพ

                                                             ุ
              ยาดาผู้มีศักดิ์ใหญ่มาสถิต ด้วยการฆ่าพราหมณ์บริสทธิ์คนหนึ่งผู้มีตาเหลือง มีเขี้ยวงอก นำเลือดเนื้อมา
              บวงสรวงแล้วนำใส่อ่างฝังไว้ใต้ประตู จึงจักเกิดสวัสดีมงคลแก่พระองค์แก่เมือง พระเจ้าข้า “พระราชา

                                              ่
              รับสั่งให้ทำตามนั้น ทำให้ท่านดีใจวา “พรุ่งนี้ละเป็นวันตายของศัตรูเรา “เมื่อกลับไปถึงบ้านแล้วก็อดที่จะ
                                                                         ่
              พูดไม่ได้ จึงบอกภรรยาว่า “อีชั่ว ตั้งแต่นี้ไปมึงจะชมชื่นกับใครเลา พรุ่งนี้กูก็จะฆ่าชู้มึงแล้ว ภรรยาเถียงว่า
                                                        ่
              “เขาไม่มีความผิด จะุฆ่าเขาเพราะเหตุอะไรเลา “ท่านตอบว่า “พระราชารับสั่งให้กูทำพลีกรรมประตูเมือง
              ด้วยเลือดเนื้อของพราหมณ์ผู้มีเขี้ยวและตาเหลือง ชายชู้มึงมีเขี้ยวและตาเหลืองมิใช่ร” นางจึงรับส่งข่าวไป
                                                                                           ึ
              ให้ชายชู้ทราบและกำชับให้รีบหนีไปที่อื่นและชวนผู้มีลักษณะเช่นเดียวกันหนีไปด้วย ชายชู้ได้รีบหนึและส่ง
              ข่าวเลื่องลือไปทั่วเมือง เป็นเหตุให้พราหมณ์ที่มีเขี้ยวและตาเหลืองพากันหนีไปที่อื่นหมด ในวันรุ่งขึ้น

              ปุโรหิตที่ไม่รู้ว่าศัตรูหนีไปแล้ว รีบเข้าเฝ้าพระราชาแต่เช้าตรู่ กราบทูลว่า “ขอเดชะ ที่โน่นมีพราหมณ์ผู้มี

              เขี้ยวและตาเหลืองอยู่คนหนึ่ง โปรดรับสั่งให้จับมาเถิด พระเจ้าข้า “พระราชาส่งอำมาตย์ไปให้จับเขามาทำ
              พลีกรรม ไม่นานพวกอำมาตย์กลับมาทูลว่า “ขอเดชะ เขาหนีไปตั้งแต่เมื่อคืนนี้แล้ว พระเจ้าข้า “เมื่อรับสั่ง

              ว่า “คนอื่นๆ ละ” ก็ทูลให้ทราบวา “คนอื่น ๆ ก็หนีไปหมดแล้ว นอกจากท่านปุโรหิต ผู้มีลักษณะนี้ไม่มีอีก
                                            ่
                       ้
              เลยพระเจาข้า” พระราชา “เราไม่อาจฆ่าปุโรหิตได้” พวกอำมาตย์” ขอเดชะ พระองค์ตรัสอะไรเช่นนั้น ก็
                                  ่
              ท่านอาจารย์บอกอยู่วา เว้นวันนี้ไปแล้วต้องรออีกหนึ่งปีจึงจะได้ฤกษ์ดี เมื่อไม่มีประตูตั้งปี จักเปิดโอกาสแก่
              พวกข้าศึกได้ พวกเราจำเป็นต้องฆ่าท่านปุโรหิต เพื่อรักษาฤกษ์ยามนะ พระเจ้าข้า” พระราชา “มี

              พราหมณ์อื่นที่ฉลาดเหมือนท่านปุโรหิตบ้างไหมละ” พวกอำมาตย์ “มีอยู่พระเจ้าข้า เขาชื่อตักการิยะ เป้น
   103   104   105   106   107   108   109   110   111   112   113