Page 107 - 237 ข้อคิดจากนิทาน ชาดก และอุปมา
P. 107

99

              เหยี่ยวมองดูลูกน้อยของตนแล้วพูดขึ้นว่า “เพราะอาศัยมิตรแท้ ๆ เราจึงรักษาลูกๆ ไว้ได้” แล้วจึงกล่าว
              เป็นคาถาว่า “บุคคลพึงคบมิตรสหายและเจ้านายไว้ เพื่อได้รับความสุข เรากำจัดศัตรูได้ด้วยกำลังแห่งมิตร

              เป็นผู้พร้อมเพรียงด้วยบุตรทั้งหลาย บันเทิงอยู่ เหมือนเกราะที่บุคคลสวมแล้วป้องกันลูกศรทั้งหลายได้
              ฉะนั้น”

              ข้อคิดที่ได้จากเรื่อง:  มิตรแท้สามารถช่วยเหลือในยามทุกข์ยามลำบากได้ ๛

                                        พญานกแขกเต้ายอดกตัญญู (สาลิเกทารชาดก)
              ๏ ในสมัยหนึ่ง พระพุทธเจ้าประทับอยู่วัดเชตวัน เมืองสาวัตถีทรงปรารภภิกษุผู้เลี้ยงโยมหญิงอุปัฏฐากรูป

              หนึ่ง ได้ตรัสอดีตนิทานมาสาธก ว่า...กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ณ หมู่บ้านพราหมณ์ชื่อสาลินทิยะ ในเมือง
              ราชคฤห์ โกลิยพราหมณ์มีไร่ข้าวสาลีประมาณ 1,000 ไร่ มอบให้ลูกจ้างกั้นรั้วดูแลรักษาอยู่ทั้งกลางวัน

                                                              ิ้
              กลางคืน ในที่ไม่ไกลจากไร่นั้น ภูเขาลูกหนึ่งไป มีป่างวใหญ่อยู่แห่งหนึ่ง พระโพธิสัตว์เกิดเป็นพญานกแขก
              เต้ามีบริวารหลายร้อยตัวอาศัยอยู่ในป่างิ้วนั้น พญานกแขกเต้ามีพ่อแม่ที่แก่เฒ่าอยู่คู่หนึ่งเมื่อพาบริวารออก

              หากินอิ่มแล้ว ก็จะคาบอาหารกลับมาให้พ่อแม่กินด้วยเป็นประจำ อยู่มาวันหนึ่ง พวกนกแขกเต้าบอกว่า
              “ปีก่อนฤดูนี้ชาวบ้านจะปลูกข้าวสาลีไว้ที่ไร่ฝั่งโน้น ปีนี้จะยังทำอยู่หรือไม่หนอ” พญานกแขกเต้าจึงใช้ให้

              นกแขกเต้า 2 ตัวไปสืบดูก่อน ไม่นานนักนก 2 ตัวนั้นกลับมาพร้อมกับรวงข้าวสาลีพร้อมกับรายงานว่ามี

                     ี
                                                              ิ
              ข้าวสาลอยู่เต็มไร่ วันรุ่งขึ้น พญานกแขกเต้าจึงพาบรวารบินไปลงกินข้าวสาลีในไร่นั้น คนเฝ้าไร่พยายามวิ่ง
              ไล่นกให้หนีไปก็ทำไม่สำเรจ พญานกแขกเต้ากินอิ่มแล้ว ก็คาบรวงข้าวสาลีไปด้วย ตั้งแต่วันนั้นมานกแขก
                                      ็
                                                                                ็
                                                                                         ้
              เต้าก็พากันลงกินข้าวสาลีในไร่นั้นเป็นประจำ จนข้าวสาลีถูกทำลายไปเปนไร่ คนเฝาไร่จึงนำเรื่องไปบอก
              โกลิยพราหมณ์ให้ทราบว่า “เจ้านาย..ผมไล่มันไม่ไหวแล้วละ ขอคืนไร่ให้ท่านจ้างคนอื่นไปดูแลแทน นก
              แขกเต้านับร้อยตัว มีนกแขกเต้าคอแดงเท้าแดงตัวหนึ่งนำมา เมื่อขากลับมันยังคาบข้าวสาลีไปอีกด้วย”
              “เจ้าสามารถจับมันเป็นๆ ได้ไหมล่ะ” เมื่อเขารับคำว่า “ได้ขอรับ” จึงบอกว่า “ถ้าเช่นนั้นเจ้าก็ไม่ต้องออก

                                                             ั
              ละ ความเสยหายของข้าวสาลีข้าไม่ว่า ขอเพียงเจ้าจบมันมาให้ได้ก็แล้วกัน” คนเฝ้าไร่รับคำแล้วสบายใจที่
                        ี
              เจ้านายไม่ด่าว่า จึงทำบ่วงดักไว้แต่เช้าตรู่แล้วเข้ากระท่อมแอบดูอยู่ ไม่นานพญานกแขกเต้าก็พาบริวารมา
              ลงกินข้าวสาลีเช่นเคยและได้ติดบ่วงที่เขาดักไว้ตั้งแต่แรกลงแต่ก็ต้องอดทนไว้ไม่ร้องอะไรออกมาด้วยเกรง
              ว่าบริวารจะแตกตื่นไม่ได้กินข้าว พอรู้วานกทุกตัวกินอิ่มแล้วจึงร้องขึ้น 3 ครั้ง ฝูงนกได้แตกตื่นบินหนีขึ้นไป
                                                 ่
              ทิ้งไว้แต่พญานกแขกเต้าตัวเดียว คนเฝ้าสวนพอได้ยินเสียงนกแขกแตกตื่นขึ้น ออกจากกระท่อมมาดูเห็น

              พญานกแขกเต้าติดบ่วงของตน ก็ดีใจจับมัดขาแล้วนำไปให้พราหมณผู้เป็นเจ้าของไร่ โกลิยพราหมณ์จับ
                                                                            ์
                                                              ็
              พญานกแขกเต้าด้วยสองมือวางไว้บนตักด้วยความเอนดูถามมันว่า “เจ้านกแขกเต้า ท้องของเจ้าคงจะใหญ่
              กว่านกตัวอื่นกระมัง เจ้าจงคาบข้าวสาลีข้าไปมากมาย เจาทำฉางข้าวไว้ที่ป่างิ้ว หรือว่าเจ้ากับเรามีเวรแก่
                                                                  ้
                                      ึ
              กัน” พญานกแขกเต้าพูดเป็นภาษามนุษย์ที่ไพเราะว่า “ข้าพเจ้ากับท่านไม่ได้มีเวรแก่กัน ฉางของข้าพเจ้าก็

              ไม่มี ข้าพเจ้านำข้าวสาลีไปเพื่อเปลื้องหนี้เก่า ให้เขากู้หนี้ใหม่ แล้วฝังขุมทรัพย์ไว้” พราหมณ” การเปลื้อง
                                                                                                  ์
              หนี้เก่า กู้หนี้และวิธีฝังขุมทรัพย์ของท่านเป็นอย่างไร?” พญานกแขกเต้า “ข้าพเจ้านำข้าวสาลีไปมอบให้

              บิดามารดาผู้แก่เฒ่าเพื่อเปลื้องหนี้เก่าที่ท่านเลี้ยงข้าพเจ้ามา มอบข้าวสาลีให้ลูกน้อยเพื่อกู้หนี้เมื่อเขาเติบโต
              แล้วจะได้เลี้ยงข้าพเจ้าตอบ และให้แก่นกผู้พิการทุพพลภาพออกไปหากินไม่ได้ บุญที่ให้ข้าวสาลีแก่นก

                         ็
              เหล่านั้น เปนการฝังขุนทรัพย์ไว้” พราหมณ์พอฟังจบแล้วมีจิตเลื่อมใสยิ่งนักจึงพูดว่า “เจ้าดีจริง ๆ เป็นนก
              มีคุณธรรม ยอดกตัญญู มนุษย์บางคนยังไม่มีคุณธรรมเหมือนกับเจ้าเลย ข้าขอยกข้าวสาลีทั้งหมดให้เจ้า

              และพวกญาติได้กินเป็นอาหารอย่างเพียงพอเลยนะ” ว่าแล้วก็แก้เชือกที่ขาพญานกแขกเต้าทาน้ำมันให้
   102   103   104   105   106   107   108   109   110   111   112