Page 16 - 237 ข้อคิดจากนิทาน ชาดก และอุปมา
P. 16

8

              หนึ่ง มันรีบลงมาจากยอดไม้และพยายามทำเหมือนชาวประมง มันจับแหและเหวี่ยงลงไปในแม่น้ำ แต่แห
              ได้พัลวันห่อหุ้มตัวมันและลากเอามันตกน้ำไปด้วย ก่อนที่ลมหายใจสุดท้ายของเจ้าลิงจะหมดลง มันได้พูด

              กับตัวเองว่า “มันก็สมควรแล้วละ สำหรับข้าที่ธุระก็ไม่ใช่ที่จะต้องมาเหวี่ยงแหหาจับปลา “
              ข้อคิดจากเรื่อง:  คนที่พยายามทำในสิ่งที่ตนเองไม่มีความถนัด ในไม่ช้าก็จะได้รับผลของความล้มเหลว


                                                       ตัวตุ่นและแม่ตุ่น

                     เจ้าตัวตุ่นตัวหนึ่งซึ่งตาบอดมาตั้งแต่กำเนิด วันหนึ่งมันได้เอ่ยกับผู้เป็นแม่ว่า “แม่! ทำไมแม่จึงบอก
              ว่า ข้าตาบอด! แต่ข้าแน่ใจว่า ข้ามองเห็นนะแม่” เพื่อหาข้อพิสูจน์ แม่ตัวตุ่นจึงได้วางกิ่งไม้สนซึ่งมียางหอม

              จำนวนหนึ่งตรงหน้าเจ้าตัวตุ่น แล้วก็ถามเจ้าตัวตุ่นว่า “มันคืออะไร” เจ้าตัวตุ่นน้อยตอบว่า “ก้อนกรวดจ๊ะ
                                                                     ้
              แม่” แม่ตัวตุ่นจึงอุทานออกมาวา “โอ้ลูกชายข้า น่ากลัวว่าเจาจะไม่ได้ตาบอดเพียงอย่างเดียวซะแล้ว แต่
                                           ่
                                      ู้
              เจ้าได้สูญเสียประสาทรับรกลิ่นด้วยอีกต่างหาก.”
              ข้อคิดที่ได้จากเรื่อง: ไม่มีใครจะเห็นข้อบกพร่องของตนเอง หากคนอื่นไม่ช่วยชี้ให้เห็น.


                                                          ลากับหมา

                     ลาแก่ตัวหนึ่งอาศัยอยู่อย่างสุขสบายในโรงนาอันอบอุ่น มันมีข้าวโอ๊ตและหญ้าแห้งกินอย่างอุดม
              สมบูรณ์อยู่เสมอ ชาวนาผู้เป็นเจ้าของเป็นคนใจดีและไม่เคยให้มันต้องทำงานหนักเลย แต่ลาก็ยังคงไม่

              พอใจกับสภาพที่ตนเป็นอยู่ ดูสิ ชาวนามีหมาขนปุกปุยอีกตัวหนึ่งด้วย เจ้าหมาตัวนี้มักแสดงท่าทางตลก ๆ
              และกระโดดโลดเต้นไปรอบ ๆ ขาของชาวนา ชาวนาเลี้ยงมันไว้และให้มันอยู่ในบ้านแถมยังให้มันนอนบน

              ตักเขา “มันไม่ยุติธรรมเลย” ลาบอกตนเองเช่นนั้น “เจ้าหมานั่นเป็นที่รักของชาวนาก็เพราะมันกระโดดท่า
              ตลก ๆ ไร้สาระ ในขณะที่ฉันต้องลากเกวียนหนักๆ ไปมาในฟาร์มทั้งวัน เอาล่ะ ฉันก็สามารถทำเรื่องตลก

              ขบขันได้เหมือนกัน” ลาจึงเดินงุ่มง่ามเข้าไปในบ้านของชาวนา และเริ่มหมุนตัวอย่างตัวอย่างรวดเร็ว เคย
              เห็นลาตัวใหญ่ งุ่มง่ามพยายามที่จะเต้นรำด้วยขาสองข้างบ้างไหมล่ะ? มันไม่น่าดูเอาซ่ะเลย โคมไฟและจาน

              กำลังปลิวว่อนกระจัดกระจาย เก้าอี้รวมถึงโต๊ะล้มโครมคราม รูปภาพหล่นจากฝาผนัง หลังจากนั้นลาจึงเริ่ม
              หมุนตัวบนพรมและทำท่าตลกอื่น ๆ เหมือนอย่างที่เขาเห็นเจ้าหมาน้อยทำ ชาวนารู้สึกโกรธมาก จึงหยิบ

              เชือกเหวี่ยงไปคล้องคอลา แล้วลากเจ้าสัตว์ประหลาดออกไปยังโรงนา เขามัดเจ้าลาตัวนั้นไว้กับคอกของ

              มัน” ไม่มีข้าวโอ๊ตให้แกกินอีกต่อไปแล้ว” ชาวนากล่าว” และจากนี้เป็นต้นไป เจ้าจะต้องทำงานหนักเป็น
                                      ้
              สองเท่า ไม่แน่น่ะเวลาที่เจาเหนื่อยมากเจ้าจะได้ไม่ต้องมาสร้างปัญหาก่อกวนขึ้นอีก!”
              ข้อคิดที่ได้จากเรื่อง: อย่าพยายามเป็นอย่างใครที่คุณไม่ใช่ …แต่ควรหันกลับมาพอใจในสิ่งที่ตนเป็นอยู่

                                                        กระต่ายกับกบ

                     กระต่ายป่าฝูงหนึ่งถูกเหล่าสัตว์ป่ากลั่นแกล้ง และมีความหวาดกลัวต่อสิ่งต่างๆ อย่างมาก แม้แต่
              เห็นเงาของพวกตัวเองก็ยังกลัว, พวกมันได้ปรึกษาหารือกันว่าควรทำอย่างไร ที่ประชุมลงมติว่าพวกมันควร

              ตายเสียดีกว่าที่จะอยู่อย่างทุกข์ทรมานใจเช่นนี้  เมื่อคิดเช่นนั้นฝูงกระต่ายเหล่านั้นจึงไปยังสระน้ำ เพื่อ
                                                              ู
              กระโดดน้ำตาย แต่เมื่อพวกมันกระโดดลงไปในน้ำ ฝงกบที่กำลังนั่งอยู่บนดอกบัวพากันตกใจกับเสียงดัง
              จากการกระโดดน้ำของเหล่ากระต่าย พวกมันรีบกระโดดหนีลงไปในน้ำเพื่อความปลอดภัย” ดูนั่นสิ”

              กระต่ายตัวหนึ่งร้องออกมา “กบพวกนั้นกลัวพวกเราด้วย ทั้ง ๆ ที่ ไม่เห็นมีอะไรน่าตกใจเลย พวกเราเลิก
              คิดที่จะตายกันเถอะ”

              ข้อคิดที่ได้จากเรื่อง: ยังมีคนที่ทุกข์ยากลำบากมากกว่าเราอยู่เสมอ
                                                         จงมองผู้ที่อยู่ต่ำกว่าเราเมื่อเกิดความท้อแท้สิ้นหวังในชีวิต
   11   12   13   14   15   16   17   18   19   20   21