Page 121 - 237 ข้อคิดจากนิทาน ชาดก และอุปมา
P. 121

113

              มาก แต่พอรู้ว่าจะต้องไปตายก็ลดเหลือไม่กี่คน ในจำนวนมาก แต่พอรู้ว่าจะต้องไปตายก็ลดเหลือไม่กี่คน
              ในจำนวนนั้นมีนายสุตนะด้วย นายสุตนะคิดว่า “ทุกวันเรารับจ้างทำงานได้เพียงบาทเดียวแต่นี้อาสานำ

              อาหารไปให้ยักษ์ครั้งเดียวตั้ง 1,000 บาท” จึงไปบอกแม่ที่บ้าน แม่ห้ามไว้ก็ไม่ฟัง เขาบอกแม่ว่า “แม่ครับ
                                      ี
              แม่ไม่ต้องเป็นห่วง ผมมีวิธปราบยักษ์ไม่ยอมให้มันกินดอก จะเอาชีวิตรอดกลับมาหาแม่ให้จงได้” ใน
                                 ้
              วันรุ่งขึ้น เขาไปเข้าเฝาพระราชาทูลขอสิ่งของ 4 อย่าง คือฉลองพระบาท ฉัตร พระขรรค์ และถาดทองคำ
              ใส่อาหารของพระราชา พระราชาทรงแปลกพระทัยจึงตรัสถามถึงสาเหตุที่ต้องการสิ่งของ 4 อย่างนี้
              นายสุตนะ จึงทูลให้ทราบว่า “ขอเดชะ ฉลองพระบาทของพระองค์จะช่วยชีวิตข้าพระองค์ เพราะยักษ์จะ
              กินคนที่ยืนบนพื้นดินเท่านั้น ฉัตรของพระองค์ก็จะใช้กั้นเป็นร่ม เพราะยักษ์จะกินคนที่อยู่ภายใต้ร่มไทร

              เท่านั้น พระขรรค์พระองค์ก็จะใช้เป็นอาวุธสำหรับขู่ยักษ์ ส่วนถาดทองคำก็จะดีกว่าถาดกระเบื้องพะยะ

              ค่ะ” พระราชาทรงเลื่อมใสในสติปัญญาของเขา และรับสั่งให้มอบสิ่งของ 4 อย่างนั้นแก่เขาไป นายสุตนะ
              ให้ทหารนำสิ่งของ 4 อย่างนั้นเดินตามหลังไปด้วย เมื่อถึงต้นไทรแล้วก็สวมฉลองพระบาททองคำ ขัดพระ

              ขรรค์กั้นเศวตฉัตรบนหัว ถือถาดทองคำใส่อาหารไปวางไว้ใกล้ต้นไทรนั้น แล้วใช้ปลายพระขรรค์ผักถาดเข้า
              ไปภายใต้ร่มไม้นั้น ตนเองยืนอยู่ใต้เศวตฉัตรนอกร่มไทร ยักษ์เห็นอาการอันแปลกประหลาดของเขาก็เดาใจ

              ออก คิดจะลวงเขากินเป็นอาหารจึงพูดว่า “สหายหนุ่ม ขอเชิญท่านเข้ามารับทานอาหารร่วมกันภายใต้ร่ม
              ไทรนี้เถิด” นายสุตนะตอบและขู่ยักษ์ว่า “ท่านยักษ์ เรานำอาหารมาให้ท่านแล้ว เรามีแม่แก่ชราที่ต้องเลี้ยง

              ดูอยู่คนหนึ่ง ในเมืองก็หมดคนอาสานำอาหารมาให้ท่านแล้ว เหลือเราเพียงคนเดียวเท่านั้น ถ้าหากท่านกิน
              เราเสียแล้ว ก็จะไม่มีใครนำอาหารมาให้ท่านอีกเลย ท่านก็จะจับพระราชาไม่ได้ เพราะเราไม่ได้ยืนบนพื้น

              และไม่ได้อยู่ใต้ร่มไทรของท่านด้วย ถ้าท่านคิดจะต่อสู้กับเรา เราก็จะใช้พระขรรค์ฟันท่านเป็น 2 ท่อน วันนี้
              เราเตรียมตัวมาดีแล้ว ท่านควรจะรักษาศีล 5 เสียเถอะ” ยักษ์เลื่อมใสในปัญญาของเขา จึงพูดว่า “สุตนะ

                                     ิ
              เรายอมท่านแล้วล่ะ ขอเชญท่านกลับไปพบมารดาของท่านเถิด และนับจากวันนี้เราจะเลิกกินมนุษย์ รักษา
              ศีลเท่านั้น” นายสุตนะให้ยักษ์รักษาศีล 5 แล้วนำยักษ์เข้าเมืองไปประจำอยู่ที่ประตูเมือง เพื่อจะได้ง่ายต่อ
                                                                                      ื้
              การส่งอาหาร พระราชาพอทราบว่านายสุตนะปราบยักษ์ได้แล้วก็ทรงปลาบปลมยินดีเป็นอย่างยิ่ง
              พระราชทานตำแหน่งเสนาบดีแก่เขาพร้อมทรัพย์สมบัติมากมาย
              ข้อคิดที่ได้จากเรื่อง:  ผู้มีปัญญารอบรู้สามารถช่วยให้ตนเองและคนอื่นรอดพ้นจากความฉิบหายได้ ๛


                                             ปูทองผู้ฉลาด (สุวรรณกักกฏกชาดก)

              ๏ ในสมัยหนึ่ง พระพุทธเจ้าประทับอยู่วัดเชตวันเมืองสาวัตถีทรงปรารภการเสียสละชีพของพระอานนท
              เถระเพี่อพระองค์ ได้ตรัสอดีตนิทานมาสาธก ว่า...กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว พระโพธิ์สัตว์เกิดเป็นพราหมณ์
              ในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง มีอาชีพกสิกรรม วันหนึ่งเขาไปนาพร้อมบริวารบอกลูกน้องให้ทำงาน แล้วตนเองก็ไป

              ล้างหน้าที่หนองน้ำปลายนาในหนองน้ำนั้นมีปูตัวหนึ่งอาศัยอยู่ มีสีเหลืองเหมือนสีทอง พอถึงหนองน้ำเขาก็

              แปรงฟัน ก่อนค่อยลงไปล้างหน้า ขณะนั้นเองปูทองได้มาอยู่ใกล้ ๆ เขา เขาเห็นมันแล้วเกิดความเอ็นดูมัน
              จึงจับมันขึ้นมาวางไว้ที่ผ้าห่มของเขา เมื่อจะกลับไปทำนาต่อก็ปล่อยมันลงน้ำไป วันต่อมา พอเขามาถึงนาก็

              จะแวะไปที่หนองน้ำจับปูขึ้นมานอนที่ผ้าห่มก่อนแล้วไปทำนาทั้งวัน ตกเย็นไปปล่อยปูลงน้ำแล้วค่อยกลับ
              บ้านไปเป็นลักษณะเช่นนี้ประจำ เขากับปูทองจึงเกิดความคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี ดวงตาของพราหมณ์มี

                                                                                     ั
              ลักษณะแปลกอยู่อย่างหนึ่งคือจะเป็นวงกลม 3 ชั้นใสแจ๋ว ที่ปลายนานั้นมีกาผวเมียคู่หนึ่งอาศัยอยู่ที่ต้น
              ตาลต้นหนึ่ง นางกาเกิดแพ้ท้องอยากกินดวงตาของพราหมณเจ้าของนา “ถ้าไม่ได้กินฉันคงตายแน่ ๆ เลย
                                                                     ์
              ล่ะ” สามีเอ่ยปากตอบด้วยความเกียจคร้านว่า “น้องจะบ้าเหรอ ใครจะไปบังอาจเอาดวงตาของคนมาได้
   116   117   118   119   120   121   122   123   124   125   126