Page 116 - 237 ข้อคิดจากนิทาน ชาดก และอุปมา
P. 116
108
หนึ่งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำคงคา มีนกแขกเต้าหลายแสนตัว ต่อมาในฤดูแล้งผลมะเดื่อได้หมดลง นกแขกเต้า
ทั้งหลายได้พากันบินหนีไปหากิน ณ ที่อื่น ยังคงเหลือแต่พญานกแขกเต้าตัวหนึ่งเท่านั้น เป็นผู้มักน้อย
สันโดษไม่หนีไปที่อื่น เมื่อผลมะเดื่อหมดก็กินหน่อ ใบ เปลือกและสะเก็ดของต้นมะเดื่อตามลำดับโดยไม่คิด
จะหนีไปไหน เป็นเหตุให้บัลลังก์ของท้าวสักกะแสดงอาการร้อน เพื่อทดสอบจิตใจของพญานกแขกเต้า
ท้าวเธอจึงบันดาลให้ต้นมะเดื่อที่นกแขกเต้าอาศัยอยู่นั้นตายและแห้งลงมีลำต้นแตกเป็นช่องน้อยใหญ่ เวลา
ลมพัดจะมีเสียงดัง มีผงไม้ไหลออกมาตามช่องที่แตกนั้น นกแขกเต้าก็ไม่หนีไปไหนก็ยังกินผงไม้ไหลออกมา
ตามช่องที่แตกนั้นแหละเป็นอาหาร จนสุดท้ายต้นไม้นั้นเหลือแต่ตอ พญานกแขกเต้าก็ไม่หนีไปไหน ยังคง
จับอยู่ที่ตอต้นไม้นั้น ท้าวสักกะเมื่อทราบว่าพญานกแขกเต้ามีความมักน้อยสันโดษจริง ๆ จึงแปลงร่างเป็น
็
พญาหงส์ มีนางสุชาดาเปนนางหงส์ติดตามไปด้วย บินไปจับที่ตอมะเดื่อใกล้พญานกแขกเต้านั้นแล้วเจรจา
ว่า “นกแขกเต้า ผู้มีจะงอยปากสีแดงท่านควรไปที่อื่นได้แล้วอย่ามาตายที่ตรงนี้เลย ท่านมาเยื่อใยอะไรกับ
ต้นไม้แห้งนี้ ต้นไม้อื่นมีถมเถไป” พญานกแขกเต้าร้องตอบว่า “ท่านพญาหงส์… ใครเป็นเพื่อนในยามทุกข์
่
ยาก ผู้นั้นเป็นสัตบุรุษ ยอมไม่ทอดทิ้งเพื่อนผู้มีทรัพย์และไร้ทรัพย์ ต้นไม้นี้เป็นทั้งเพื่อนเป็นทั้งญาติของเรา
เราเพียงต้องการมีชีวิตอยู่เท่านั้น จึงไม่อาจทิ้งต้นไม้นี้ไปได้ เพราะเหตุเพียงไม่มีผล นี่ไม่ยุติธรรมเลย”
พญาหงส์พอได้ฟังก็ยินดีและสรรเสริญว่า “นกแขกเต้าความเป็นเพื่อนไมตรีสนิทสนมคุ้นเคยกันกับต้นไม้
ท่านทำไว้ดีแล้ว ขอสรรเสริญท่านเราจะให้พรแก่ท่าน ท่านจงเลือกพรตามในประสงค์เถิด” พญานกแขก
เต้าขอพรว่า “ท่านพญาหงส์..เราขอเพียงให้ต้นไม้นี้มีชีวิตมีผลหวานอร่อยเหมือนเดิมเท่านั้นก็พอ” พญา
็
หงส์จึงพูดว่า “นกแขกเต้า .. ขอท่านจงอยู่กับต้นมะเดื่อที่สมบูรณ์พร้อมตลอดไปเถิด” ว่าแล้วก็คืนร่างเปน
ท้าวสักกะเหมือนเดิม แสดงอานุภาพทำให้ต้นมะเดื่อนั้นสมบูรณ์พร้อมทั้งใบและผลยืนต้นอย่างสง่างาม
เหมือนเดิม พญานกแขกเต้าเห็นเช่นนั้นจึงสรรเสริญท้าวสักกะว่า “ท้าวสักกะ ขอพระองค์พร้อมด้วย
คณาญาติ มีความสุขเหมือนข้าพระองค์มีความสุข เพราะได้เห็นต้นผลิตผลในวันนี้ด้วยเถิด” ท้าวสักกะครั้น
ประทานพรให้นกแขกเต้าได้สมประสงค์แล้วพร้อมนางสุชาดา ก็กลับคืนวิมานของตนตามเดิม
ข้อคิดที่ได้จากเรื่อง: จงพอใจในสิ่งที่ตนมีตนได้ และเพื่อนที่ดีไม่ละทิ้งเพื่อนไปในยามทุกข์ยาก ๛
แพะกับเสือเหลือง (ทิปิชาดก)
๏ ในสมัยหนึ่งพระพุทธเจ้าประทับอยู่วัดเวฬุวัน เมืองราชคฤห์ทรงปรารภแม่แพะตัวหนึ่ง ได้ตรัสอดีตนิทาน
มาสาธก ว่า...กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว พระโพธิสัตว์เกิดเป็นฤๅษีบำเพ็ญเพียรอยู่ในป่าหิมพานต์เป็น
เวลานาน ต่อมาได้สร้างบรรณศาลาที่ซอกเขาแห่งหนึ่งใกล้เมืองราชคฤห์ ทุกวันพวกคนเลี้ยงแพะจะพากัน
ต้อนแพะมาเลี้ยงที่ซอกเขาใกล้ที่อยู่ของพระฤๅษีนั้นเป็นประจำ เพราะมีภูเขาลอมรอบเมื่อปล่อยแพะแล้ว
้
พวกเขาก็จะพากันเล่น ตกเย็นถึงจะไปต้อนแพะกลับบ้านไป ต่อมาเย็นวันหนึ่ง เมื่อได้เวลาต้อนแพะกลับ
บ้าน มีแม่แพะตัวหนึ่งไปหากินไกลฝูง ไม่ทันเห็นฝูงแพะกลับคอก จึงเดินล้าหลังอยู่ ในขณะนั้นมีเสือเหลือง
ตัวหนึ่งเห็นแม่แพะนั้นกำลังเดินกลับ แพะพอเห็นเสือเหลืองยืนดักรออยู่ข้างหน้าก็คิดว่า “วันนี้ชีวิตเราไม่
รอดแน่ นอกจากจะพูดคำอ่อนหวานให้มันใจอ่อนเท่านั้น เราถึงจะรอดไปได้” เมื่อเดินเข้าไปใกล้เสือเหลือง
จึงพูดขึ้นว่า “คุณลุงคะ สบายดีหรือเปล่า แม่ฉันถามหาลุงอยู่เป็นประจำ พวกเราคิดถึงคุณลุงอยู่เป็น
่
ประจำ พวกเราคิดถึงคุณลุงตลอดเวลาล่ะค่ะ” เสือเหลืองได้ฟังก็รู้ว่าเป็นกลลวงของแม่แพะจึงตอบไปวา
ุ
่
้
“แม่แพะ เจ้าบังอาจมาเหยียบหางเราได้ วันนี้เจ้าคงว่าเจาจะพ้นจากความตายไปได้ด้วยการเรียกเราวาลง
เหรอ” แม่แพะ” ท่านนั่งหันหน้ามาทางฉัน ฉันก็อยู่ตรงหน้าของท่าน ไฉนฉันถึงจะเหยียบหางของท่านที่
้
อยู่ด้านหลังของท่านละ” เสือเหลือง” ทวีปทั้ง 4 มหาสมุทรและภูเขาทั้งหมดเราเอาหางวางไว้หมด เจาจะ

