Page 118 - 237 ข้อคิดจากนิทาน ชาดก และอุปมา
P. 118
110
พระฤๅษีกราบทูลให้ทรงทราบว่า “มหาบพิตร.. จะไม่มีอันตรายอะไรแก่พระองค์เลย เพราะได้สดับเสียง
เหล่านั้น นกกระยางตัวหนึ่งที่สวนหลวงไม่ได้เหยื่อ หิวอาหารจึงร้องขึ้นเป็นเสียงแรก ถ้าพระองค์จะเมตตา
ต่อมัน ก็จงชำระสวนให้สะอาดแล้วปล่อยน้ำให้เต็มสระเถิด” พระราชารับสั่งให้อำมาตย์คนหนึ่งไปกระทำ
ตามนั้น พระฤๅษีทูลต่อว่า “แม่กาตัวหนึ่งที่เสาเพนียดโรงช้างโศกเศร้าคิดถึงลูกน้อย 2 ตัวที่ตายไป จึงร้อง
ี
เป็นเสยงที่ 2 สาเหตุเพราะนายคราญช้างชื่อพันธุระที่ตาบอดข้างหนึ่ง เวลาขี่ช้างออกจากโรงมักจะเอาขอตี
ถูกแม่กาบ้างลูกกาบ้าง รื้อรังมันบ้าง แม่กาได้รับความลำบากจึงร้องขอให้ตาของนายคราญช้างนั้นบอดทั้ง
2 ข้าง ถ้าพระองค์จะเมตตาต่อมัน จงเรียกนายพันธุระมาให้เลิกทำพฤติกรรมนั้นเสียเถิด” พระราชารับสั่ง
ให้หาตัวนายพันธุระมาเข้าเฝ้า ทรงปริภาษแล้วไล่ออกไป ทรงตั้งคนอื่นเป็นนายควาญช้างแทน พระฤๅษีทูล
ต่อว่า “แมลงภู่ตัวหนึ่งที่ช่อฟ้ามหาปราสาทกัดกินกระพี้ไม้หมดแล้วไม่อาจจะกัดกินแก่นไม้ได้ เมื่อไม่ได้
ี
อาหารและบินออกไปที่อื่นไม่ได้ จึงร้องออกไปเป็นเสยงที่ 3 ถ้าพระองค์จะทรงเมตตาต่อมันจงให้คนนำมัน
ออกจากช่อฟ้านั้นเถิด” พระราชารับสั่งให้ทหารคนหนึ่งไปนำแมลงภู่ออกจากช่อฟ้าแล้วปล่อยไป พระฤๅษี
ทูลต่อว่า “นกดุเหว่าตัวหนึ่งคิดถึงป่าที่ตนเคยอยู่อาศัยว่า เมื่อไรหนอเราจึงจะพ้นกรงนี้ ได้ไปสู่ป่าที่ร่มเย็น
ของเรา จึงร้องขึ้นไปเป็นเสียงที่ 4 ถ้าพระองค์จะทรงเมตตามัน จงปล่อยมันเถิด” พระราชารับสั่งให้
นายพรานคนหนึ่งนำมันไปปล่อยที่ของมันตามเดิม พระฤๅษีทูลต่อว่า “เนื้อตัวหนึ่งในเรือนหลวงที่พระองค์
ี
เลี้ยงไว้ มันเป็นพญาเนื้อ เมื่อคิดถึงนางเนื้อของตนจึงร้องขึ้นเป็นเสยงที่ 5 ถ้าพระองค์จะทรงเมตตาก็ปล่อย
มันไปเถิด” พระราชารับสั่งให้นำมันไปปล่อยที่เดิม พระฤๅษีทูลต่อว่า “มีลิงตัวหนึ่งที่ถูกเลี้ยงไว้ในเรือน
ี
่
หลวงมีความกำหนัดต้องการผสมพันธุ์กับฝูงลิงในปา ดิ้นรนอยากจะไป จึงร้องขึ้นเป็นเสยงที่ 6 ขอพระองค์
ทรงปล่อยมันไปเถิด” พระราชารบสั่งให้ทำตามนั้น พระฤๅษีทูลต่อว่า “มีกินนรตัวหนึ่งที่ถูกเลี้ยงไว้ในเรือน
ั
หลวงคิดถึงนางกินรี ดิ้นรนเพราะอำนาจกิเลส จึงร้องขึ้นเป็นเสียงที่ 7 ขอพระองค์ทรงปล่อยมันไปเถิด”
ั
พระราชารบสั่งให้ทำตามนั้น พระฤๅษีทูลต่อว่า “มหาบพิตร เสียง 8 เป็นเสยงอุทานของพระปัจเจกพุทธ
ี
เจ้าองค์หนึ่งที่อายุสังขารจะสิ้นลง จึงเหาะมาจากภูเขายังถิ่นมนุษย์จึงได้ปรินิพพานที่โคนไม้รังในสวนหลวง
ของพระองค์ เวลามาถึงยอดปราสาทของพระองค์ได้เปล่งเสียงอุทานขึ้น ขอเชิญพระองค์เสด็จไปปลงศพ
ท่านด้วยเถิด” ทูลจบก็นำพาพระราชาไปยังที่นั้น พระราชาพร้อมหมู่พลได้ทำการบูชาศพพระปัจเจกพุทธ
เจ้าด้วยดอกไม้ของหอม สงให้งดการบูชายัญ ให้ตีกลองประกาศห้ามฆ่าสัตว์ในเมือง ให้เล่นมหรสพและทำ
ั่
การสักการะศพของพระปัจเจกพุทธเจ้าตลอด 7 วัน พระฤๅษีได้แสดงธรรมแก่พระราชาไม่ให้ตั้งอยู่ในความ
ไม่ประมาทแล้วก็กลับเข้าป่าหิมพานต์ตามเดิม
ข้อคิดที่ได้จากเรื่อง: ปัญหาทุกปัญหามีทางออกและมีวิธีแก้ที่ถูกต้องถ้าได้รับคำแนะนำที่ถูกต้อง ๛
คุณธรรมของหัวหน้า (มหากปิชาดก)
๏ ในสมัยหนึ่ง พระพุทธเจ้าประทับอยู่วัดเชตวัน เมืองสาวัตถีทรงปรารภการบำเพ็ญประโยชน์เพื่อพระ
ิ
ญาติของพระองค์ ได้ตรัสอดีตนิทานมาสธก ว่า...กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว พระโพธิ์สัตว์เกิดเป็นพญาลง มี
ู่
พละกำลังมากเท่า ช้าง 5 เชือก มีลิงบริวารประมาณ 80,000 ตัว อาศัยอยในป่าหิมพานต์ ในที่ไม่ไกล
จากนั้น มีต้นมะม่วงต้นใหญ่สูงเทียมยอดเขาต้นหนึ่ง อยู่ริมฝั่งแม่น้ำคงคา มีผลอร่อย หวานหอมคล้ายผลไม้
ิ
ทิพย์ มีผลโตเท่าหม้อ ผลมะม่วงส่วนหนึ่งหล่นลงบนบก อีกส่วนหนึ่งหล่นลงแม่น้ำ เมื่อมะม่วงมีผล พญาลง
จะพาบริวารมาเก็บกินผลมะม่วงเป็นประจำ เพื่อป้องกันภัยจึงให้บริวารเก็บผลมะม่วงจากกิ่งที่ยื่นไปในน้ำ
ก่อนโดยไม่ให้มีผลเหลือแม้แต่ผลเดียว แต่บังเอิญว่ามีผลมะม่วงสุกเหลืออยู่ลูกหนึ่งเพราะมดแดงไปทำรัง
ครอบมันไว้จึงรอดพ้นจากสายตาลิงไปได้ ผลมะม่วงสุกนั้นได้หล่นลงน้ำ ลอยไปติดข่ายของพระราชาเมือง

