Page 123 - 237 ข้อคิดจากนิทาน ชาดก และอุปมา
P. 123

115

              “พระเจ้าเสนกะสหายท่านตีข้าพเจ้า จึงกลับมานี่แหละ” พร้อมกับเปิดรอยตีให้ดู นาคราชไม่ทราบความ
              จริง หาว่าพระเจ้าเสนกะดูหมิ่นคนของตนจึงส่งนาคทหาร 4 ตนไปทำลายที่บรรทมของพระราชา เมื่อนาค

              ทหารทั้ง 4 ตนไปถึงที่บรรทม ขณะจะลงมือทำลายก็ได้ยินคำสนทนาของพระราชากับพระเทวีว่า “น้อง
                                                                                   ี่
              นางเธอรู้ไหมว่านางนาคไปไหน วันนี้นางนาคได้ทำอนาจารกับงูน้ำตัวหนึ่ง พจึงเอาซีกไม้ไผ่ตี เพื่อไม่ให้ทำ
              นางโกรธหนีกลับไปที่อยู่ของตนแล้วคงจะไปรายงานให้สหายเราทำลายมิตรภาพเสียแล้วละ ภัยกำลังจะ

              เกิดขึ้นแก่พวกเรา “พวกนาคทหารจึงกลับไปรายงานความจริงแก่นาคราชนาคราชจึงเข้าเฝ้าพระราชาด้วย
                       ่
              ตนเอง เลาความจริงให้ฟังแล้วก็ขอขมาพระองค์ ก่อนกลับเพื่อไถ่โทษจึงมอบมนต์สรรพรุตชนะที่สามารถ
              ฟังเสียงสัตว์ทุกชนิดให้พระราชาพร้อมกำชับว่า “สหายมนต์นี้มีค่ายิ่ง ท่านอย่าให้ใครเป็นอันขาด ถ้าท่าน

              จะมอบให้ใครแล้ว ท่านต้องฆ่าตัวตายด้วยการกระโดดเข้ากองไฟ” ตั้งแต่นั้นมา พระเจ้าเสนกะก็ทรง

              สำราญกับการฟังเสียงสัตว์พูดคุยกัน วันหนึ่งพระองค์ประทับที่ท้องพระโรง เสวยของเคี้ยวจิ้มน้ำผึ้งน้ำอ้อย
                                                                                                             ี
              อยู่ บังเอิญมีน้ำผึ้ง น้ำอ้อยหยดหนึ่งและขนมชิ้นหนึ่งตกลงที่พื้น มดแดงตัวหนึ่งเห็นเข้าก็รีบตะโกนร้องเรยก
              พวกพ้องวา “เอย..พวกเรา ถาดน้ำผึ้งหม้อน้ำอ้อยแตกแล้วหม้อขนมคว่ำแล้วที่ท้องพระโรง มาช่วยกันกิน
                             ้
                       ่
              เร็ว” พระราชาทรงสดับเสียงร้องบอกกันของมดแดงแล้ว ทรงพระสรวล พระเทวีประทับอยู่ที่ใกล้เคียงจึง
              สงสัยแต่ก็ไม่ถามอะไร เมื่อพระราชาเสวยและทรงสนานเสร็จแล้วก็ประทับบนพระราชบัลลังก์ ขณะนั้นมี
                                              ่
              แมลงวันตัวผู้กับตัวเมียสนทนากันวา “น้องเอ๋ย พวกเรามาเสพสมกันเถิด” ตัวเมียพูดว่า “พี่คอยอีกสัก
              หน่อย เดี๋ยวทหารจะนำของหอมมาถวายพระราชา เมื่อพระองค์ทรงลูบไล้ ผงของหอมจักตกลงมา ฉันจัก
              ไปทากลิ่นหอมก่อน เราค่อยเสพสมกันนะพี่” พระราชาทรงสดับเสียงนั้นแล้วก็ทรงพระสรวลอีก พระเทวีก็

              สงสัยอีกแต่ก็ไม่ทูลถามอะไร ต่อมาเมื่อถึงเวลาเสวยพระกระยาหารเย็น อาหารชิ้นหนึ่งหล่นที่พื้น มดแดงก็
              ตะโกนร้องเรียกกันอีกว่า “เฮ้ย.. พวกเราหม้อข้าวแตกแล้ว มาช่วยกันกินเร็วโว้ย” พระราชาก็ทรงพระ

              สรวลอีก พระเทวีก็สงสัยอีก ในเวลาบรรทม พระเทวีจึงทูลถามพระราชา พระองค์พยายามบ่ายเบี่ยงไม่

              ตอบ แต่สุดท้ายทนคำอ้อนวอนไม่ได้ จึงเล่าความจริงให้ฟัง พระเทวีจึงทูลขอเรียนมนต์ด้วย พระราชา
              เพราะเมตตาในพระเทวี จึงยอมตาย ตกลงใจจะมอบมนต์ให้พระเทวีเรียน รุ่งเช้า ขณะที่พระองค์เสด็จไป

              ประพาสสวนหลวงนั้นเทียมรถม้าไปอยู่ ท้าวสักกะทรงทราบเรื่องจึงพานางสุชาดามายังสวนหลวง จำแลง
              ตนเป็นแพะสองผัวเมียยืนอยู่ข้างทางที่พระราชาเสด็จผ่าน แพะตัวผู้กำลังทำท่าทางเสพสมกับแพะตัวเมีย

              อยู่ ม้าเทียมรถพระราชาจึงพูดกับแพะว่า “แพะเพื่อนเอ๋ย เจ้านี้โง่สมกับคำเขาว่าจริง ๆ ไม่รู้จักอะไรควรทำ
              ในที่แจ้ง อะไรควรทำในที่ลับเลยนะ” แพะตอบว่า “สหายเอ๋ย แกนั้นแหละโง่ ถูกเชือกรัดคอไว้มีเชือกมัด

              ปาก เวลาเขาปล่อยแกก็ไม่หนีไป แต่ข้าว่าพระเจ้าเสนกะโง่กว่าแกเสียอีกนะ” ม้าสงสัยจึงถามวา “แพะเอ๋ย
                                                                                                     ่
              ที่ว่าข้าโง่นะข้ารู้ แต่ที่ว่าพระเจ้าเสนกะโง่นะข้ารู้ แต่ที่ว่าพระเจ้าเสนกะโง่นะ เพราะเหตุไรละ?” แพะจึง

                                                                                 ี
              บอกว่า “เพราะเรียนมนต์นะสิ พระเจ้าเสนกะสละชีวิตตนเพื่อให้ภรรยาเรยนมนต์ สุดท้ายตัวเองก็จะตาย
              ไม่มีภรรยา จึงโง่ไงละ” พระราชาทรงสดับคำนั้นแล้วจึงตรัสว่า “แพะเอ๋ย ถ้าเช่นนั้นเจ้าจงบอกมาว่า ข้า

              ควรทำอย่างไรล่ะ” แพะจึงตอบว่า “มหาราชเจ้า ไม่มีสิ่งอื่นเป็นที่รักเท่าชีวิตของตน คนไม่ควรให้ตนพินาศ

              ไม่ควรละทิ้งยศ เพราะคนรักอย่างเดียว” ว่าแล้วก็แสดงตนเป็นท้าวสักกะให้พระราชาทราบ พระราชาจง
                                                                                                            ึ
              ถามว่า “เทวราช ข้าพระองค์ได้ตรัสไปแล้วจะทำอย่างไรละที่นี้” ท้าวสักกะจึงบอกวิธีว่า “มหาราชเจ้า

              ความเสียหายจะไม่มีแก่พวกท่านทั้ง 2 ถ้าพระองค์บอกว่า ค่ายกครูมีอยู่ว่า ใครจะเรียนมนต์ต้องถูกเฆี่ยนตี
              100 ครั้ง นางจะไม่เรียนเอง” พระราชารบทราบแล้วเมื่อเสด็จกลับเมืองรับสั่งให้พระเทวีเข้าเฝ้าแล้วตรัส
                                                    ั
              บอกอย่างนั้นพระเทวีก็รับคำว่ายินดีถูกเฆี่ยน พระองค์จึงรับสั่งให้ทหารเพชฌฆาตเฆี่ยนหลังพระเทวีด้วย
   118   119   120   121   122   123   124   125   126   127   128