Page 128 - 237 ข้อคิดจากนิทาน ชาดก และอุปมา
P. 128

120

              ข้อคิดที่ได้จากเรื่อง:  ผู้นำที่ดีต้องเป็นตัวอย่างและที่พี่งของประชาชนได้
                                                     และเป็นไปเพื่อความสงบสุขของประชาชน ๛


                                                   นางกากี (กากาติชาดก)

              ๏ ในสมัยหนึ่งพระพุทธเจ้าประทับอยู่วัดเชตวัน เมืองสาวัตถีทรงปรารภภิกษุผู้กะสันจะสึกรูปหนึ่งตรัสให้
              โอวาทว่า “ภิกษุ ธรรมดามาตุคาม (แม่บ้าน) ใคร ๆ ก็รักษาไว้ไม่ได้ โบราณบัณฑิตในครั้งก่อน ถึงจะยก

              มาตุคามขึ้นไปไว้ในวิมานฉิมพลีในท่ามกลางมหาสมุทรก็ไม่อาจรักษาสตรีได้” แล้วได้นำอดีตนิทานมาสาธก
              ว่า...กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว พระโพธิสัตว์เกิดเป็นพระราชาผู้ครองเมืองพาราณสี มีมเหสีพระนามวา กา
                                                                                                         ่
              กาติ มีพระรูปโฉมงดงามยิ่ง ใครเห็นใครก็ลุ่มหลงในความงาม ในวันหนึ่งมีพญาครุฑตนหนึ่งแปลงร่างเป็น
              มนุษย์มาเล่นสกา (การพนันชนิดหนึ่ง)กับพระราชา ได้พบเห็นพระนางกากาตินั้นแล้วเกิดความรักใคร่ใน

              นาง จึงแอบพานางหนีไปอยู่ที่วิมานฉิมพลีอันเป็นที่อยู่ พระราชาเมื่อไม่พบเห็นพระเทวีจึงตรัสเรียก
              คนธรรพ์ชื่อ นฏกุเวรมาเข้าเฝ้า พร้อมมอบหมายให้นำพระเทวีกลับมาให้ได้ ฝ่ายคนธรรพ์ทราบที่อยู่ของ

              ครุฑแล้ว จึงไปนอนแอบซุ่มอยู่ในดงตะไคร้ข้างสระลูกหนึ่ง พอครุฑบินไปจากสระก็แอบกระโดดเกาะ
              ระหว่างปีกครุฑไปจนถึงวิมานฉิมพลี แอบได้เสียกับพระนางกากาติที่วิมานนั้น แล้วก็อาศัยครุฑนั้นแหละ

              กลับมาเมืองพาราณสีอีก ในวันหนึ่งขณะที่พญาครุฑเล่นสกากับพระราชาอยู่ คนธรรพ์ก็ทำทีเป็นถือพิณมา

              ที่สนามสกา ขับร้องเป็นเพลงว่า “หญิงรักคนรักของเราอยู่ ณ ที่แห่งใด กลิ่นของนางยังหอมฟุ้งมาที่แห่งนั้น
              ใจของเรายินดีในนางใด นางนั้นชื่อกากาติ อยู่ไกลจากที่นี้” พญาครุฑพอได้ฟังแล้วสะดุ้งจึงถามเป็นนัยว่า

              “ท่านข้ามทะเลมหาสมุทรทั้ง 7 แห่งไปได้อย่างไร ท่านขึ้นวิมานฉิมพลีได้อย่างไร” นฏกุเวรจึงตอบว่า “เรา
              ข้ามทะเลมหาสมุทรทั้ง 7 แห่งได้ก็เพราะท่าน ขึ้นวิมานฉิมพลีได้ก็เพราะท่านนั้นแหละ” พญาครุฑพอได้

                                                            ี
              ทราบความจริงแล้ว ก็กล่าวติเตียนตนด้วยความเสยใจว่า “ช่างน่าติเตียนเสียนี่กระไร เรามีร่างกายใหญ่โต
              เสียเปล่าไม่มีความคิด จึงเป็นพาหนะให้ชายชู้ของเมียทั้งไปและกลับ น่าเจ็บใจจริง ๆ” กล่าวจบก็คืนร่าง

              เป็นพญาครุฑไปนำพระนางกากาติมาคืนพระราชาแล้วไม่หวนคืนกลับมาเล่นสกากับมนุษย์อีกเลย
              ข้อคิดที่ได้จากเรื่อง:  ไม่มีใครจะเก็บรักษาสตรีไว้ได้นอกจากสตรีนั้นจะรักษาตนเอง ๛


                                                  การขอ (พรหมทัตตชาดก)

              ๏ ในสมัยหนึ่งพระพุทธเจ้าประทับอยู่อัคคาฬวเจดีย์ เมืองอาฬวี ทรงปรารภกุฏิการสิกขาบทที่พวกภิกษุ
              ชาวเมืองอาฬวีพากันสร้างกุฏีเที่ยวขอชาวบ้าน จนชาวบ้านเกิดความเดือดร้อนขึ้นจึงตรัสว่า “ภิกษุ

              ทั้งหลายโบราณบัณฑิต แม้พระราชาจะปวารณาไว้แล้วก็ไม่มีขอในท่ามกลางมหาชน เพราะกลัวหิริโอต
              ตับปปะร้าวฉานออกปากขอในที่ลับเท่านั้น” แล้วได้นำอดีตนิทานมาสาธก ว่า...กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว

              พระโพธิสัตว์เกิดในตระกูลพราหมณ ตระกูลหนึ่งได้บวชเป็นดาบสอยู่ในป่าแห่งหนึ่ง วันหนึ่งได้ไปที่เมือง
                                               ์
              อุตตรปัญจาลครของพระเจ้าปัญจาลราช อาศัยอยู่ในสวนหลวง พระราชาทรงเลื่อมใสจึงนิมนต์ให้อยู่ใน

              เมืองนั้นโดยสร้างศาลาให้อยู่ที่สวนหลวง เมื่ออย่างเข้าฤดูฝน ดาบสประสงค์จะกลับป่าบำเพ็ญเพียรในการ
              เดินทางต้องมีร่มกันฝนและรองเท้าคู่หนึ่งจึงคิดจะทูลขอกับพระราชา วันนั้นพอพระราชาเสด็จประพาส

                                                          ่
              สวนหลวงพร้อมด้วยเหล่าอำมาตย์ ก็คิดเกรงในวา “ผู้ถูกขอ เมื่อให้สิ่งของย่อมเป็นเหมือนคนร้องไห้ ผู้ขอ
              ถ้าเขาบอกว่าไม่มีก็เหมอนคนร้องไห้เช่นกัน ดังนั้น มหาชนไม่ควรเห็นเรากับพระราชาร้องไห้ เราจะทูลขอ

                                                                                      ั
              ในที่ลับ” ดาบสจึงทูลพระราชาวา “มหาบพิตร อาตมามีเรื่องจะทูลเป็นความลบ” พระราชาจึงรับสั่งให้
                                           ่
              ทหารถอยออกไป ห่างไกลแล้วประทับคอยรับฟังอยู่ ฝ่ายดาบสกลับคิดอีกว่า “ถ้าเราทูลขอไป พระราชาไม่
                                                                                                             ิ
              ประทาน ไมตรีของเราทั่งสองก็จบสิ้นเพราะฉะนั้นเราทูลขอในวันอื่นดีกว่า “จึงทูลว่า “มหาบพิตร ขอเชญ
   123   124   125   126   127   128   129   130   131   132   133