Page 93 - 237 ข้อคิดจากนิทาน ชาดก และอุปมา
P. 93

85

                                                ราชสีห์ 8 พี่น้อง (สิคาลชาดก)
              ๏ ในสมัยหนึ่ง พระพุทธเจ้าประทับอยู่กูฏาคารศาลา ป่ามหาวัน เมืองเวสาลี ทรงปรารถลูกชายของช่างตัด

              ผม ชาวเมืองเวสาลีคนหนึ่ง กลั้นใจตายเพราะไม่สมหวังในความรัก ได้ตรัสอดีตนิทานมาสาธก ว่า...
              กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว พระโพธิสัตว์เกิดเป็นราชสีห์ มีน้องชาย 6 ตัวและน้องสาว 1 ตัว อาศัยอยู่ในถ้ำ

              ทองแห่งหนึ่งในป่าหิมพานต์ในที่ไม่ไกลจากถ้ำทองนั้นมีถ้ำแก้วผลึกอยู่ถ้ำหนึ่งเป็นที่อยู่อาศัยของสุนัข

                                                                                               ู่
              จิ้งจอกตัวหนึ่ง ต่อมาเมื่อพ่อแม่ของราชสีห์ได้ตายลง ราชสีห์ผู้ที่พี่จึงให้ราชสีห์น้องสาวอยเฝ้าถ้ำส่วนพวก
              ตนออกหาอาหาร เมื่อได้อาหารแล้วก็จะพากันกินส่วนหนึ่ง นำอาหารอีกส่วนหนึ่งมามอบให้น้องสาวที่ถ้ำ
              เป็นลักษณะเช่นนี้ประจำ อยู่มาวันหนึ่ง เมื่อราชสีห์ผู้พี่ทั้ง 7 ตัวออกไปหาอาหารแล้วสุนัขจิ้งจอกที่อาศัยอยู่

                                                                                                          ้
                                                                           ่
              ถ้ำแก้วผลึกได้มาที่ถ้ำทองพร้อมกับพูดเกี้ยวพาราสีนางราชสีห์สาววา “แม่ราชสีห์น้อย เรามี 4 เท้า เจาก็มี
              4 เท้า เจ้าจงเป็นภรรยาของเราเสียเถิด” นางราชสีห์สาวได้ฟังคำของสุนัขจิ้งจอกพูดเช่นนั้นก็คิดน้อยใจวา
                                                                                                             ่
                                     ุ
              “เราเป็นสัตว์ตระกูลสูง สนัขจิ้งจอกเป็นสัตว์ตระกูลต่ำ มันพูดไม่ไพเราะเลย เราจะมีชีวิตอยู่ไปทำไม จะ
              กลั้นใจตายเสียดีกว่า “แต่ก็นึกขึ้นได้ว่า “รอให้พวกพี่กลับมาก่อนดีกว่า เล่าให้พวกเขาฟังแล้วค่อยตาย”
              จึงไม่พูดตอบอะไร เมื่อไม่ได้รับคำตอบสุนัขจิ้งจอกก็เดินกลับถ้ำของตนไป ราชสีห์หนุ่มทั้ง 6 ตัวกลับมาถึง

              ถ้ำก่อน เมื่อได้รับฟังคำบอกเล่าจากน้องสาวแล้วโกรธมาก ถามถึงที่อยู่ของสุนัขจิ้งจอกนางราชสีห์เพราะไม่
              เคยออกไปจากถ้ำสักครั้งเข้าใจว่าสุนัขจิ้งจอกอยู่กลางแจ้งจึงบอกไปวา “มันอยู่กลางแจ้งที่เชิงเขาละพี่”
                                                                             ่
              ราชสีห์เหล่านั้นด้วยอารมณ์โกรธ จึงวิ่งไปหาสุนัขจิ้งจอกด้วยความเร็วหวังจะขย้ำให้ตายครั้งเดียว ได้ชนเข้า
              กับถ้ำผลึกนอนตายอยู่ที่ นั่นเองทั้ง 6 ตัว ตกเย็นเมื่อราชสีห์โพธิสัตว์กลับมาถึงถ้ำทราบเหตุการณ์ นั้นแล้ว

              พอน้องสาวบอกว่าสุนัขจิ้งจอกอยู่กลางแจ้งที่เชิงเขาเท่านั้นก็คิดได้ว่า “พวกสุนัขจิ้งจอกไม่เคยอาศัยอย ู่
              กลางแจ้ง มันต้องนอนอยู่ในถ้ำแก้วผลึกแน่นอน” เดินไปที่เชิงเขาเห็นราชสีห์น้องชายทั้ง 6 ตัวนอนตายอยู่

              จึงพูดขึ้นว่า “พวกนี้คงจะไม่รู้ว่าสุนขจิ้งจอกนอนอยู่ในถ้ำแก้วผลึก เพราะไม่ทันใช้ปัญญาพิจารณา

              ตรวจสอบจึงวิ่งชนถ้ำตายเสียหมด การงานของผู้ไม่พิจารณาแล้วรีบทำย่อมเป็นอย่างนี้กันทุกคนแหละ”
              แล้วกล่าวเป็นคาถาว่า “การงานเหล่านั้นย่อมเผาบุคคลผู้มิได้พิจารณาแล้วรบรอนจะทำให้เสร็จ เหมือนกับ
                                                                                   ี
                                                                                      ้
                                                  ่
              ขอร้อนที่บุคคลไม่พิจารณาก่อนแล้ว ใสเข้าไปในปาก” เมื่อกล่าวจบก็ขึ้นไปที่ปากถ้ำ แก้วผลึกคำรามเสียง
              ดังขึ้น 3 ครั้ง ทำให้สุนัขจิ้งจอกที่นอนหวาดกลัวอยู่ในถ้ำนั้นหัวใจวายตายไปเอง แล้วกลับลงมาฝังพวก

              น้องชายไว้ที่แห่งหนึ่ง กลับไปถ้ำเล่าเรื่องราวให้น้องสาวฟัง แล้วพูดปลอบใจน้องสาวให้หายความน้อยใจ
              ได้อาศัยอยู่ที่นั้นจนตราบสิ้นชีวิต

              ข้อคิดที่ได้จากเรื่อง:  จะทำกิจการงานใด ๆ อย่าได้รีบด่วนตัดสินใจ พึงพิจารณาอย่างรอบคอบ
                                                 หรือปรึกษาท่านผู้รู้เสียก่อนค่อยลงมือกระทำ ๛


                                             ลูกศิษย์สอนอาจารย์ (การันทิยชาดก)

              ๏ ในสมัยหนึ่ง พระพุทธเจ้าประทับอยู่วัดเชตวัน เมืองสาวัตถีปรารภพระสารีบุตรผู้ให้ศีลแก่ทุกคนที่ตนพบ
              เห็น แต่ไม่ค่อยมีคนรักษาศีล ได้ตรัสอดีตนิทานมาสาธก ว่า...กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว พระโพธิสัตว์เกิดใน

              ตระกูลพราหมณ์เมืองพาราณสี มีชื่อว่า การันทิยะ เมื่อเติบโตเป็นหนุ่มแล้วได้ไปศึกษา ศิลปวิทยาที่เมือง
              ตักกศิลา ได้เป็นหัวหน้าคณะศิษย์อาจารย์ของเขาได้ให้ศีลแก่คนพบเห็นทุกคนไม่ว่าจะเป็นชาวประมง

              ชาวนา ผู้ไม่ขอศีลเลยวา “ท่านทั้งหลายจงรับศีล รักษาศีลนะ” ปรากฏว่าคนเหล่านั้นรับศีล เมื่ออาจารย์
                                   ่
                                                             ่
              ทราบเรื่องแล้วก็มักบ่นให้ลูกศิษย์ฟังอยู่เป็นประจำวา “อ้ายพวกนี้ ไม่รู้จักทำคุณงามความดี รับศีลไปแล้วก็
                                                                                             ์
              ไม่รู้จักรักษา “อยู่มาวันหนึ่ง มีชาวบ้านแห่งหนึ่งมาเชิญให้ไปสวดพิธีพราหมณ์ อาจารยจึงเรียกการรันทิยะ
   88   89   90   91   92   93   94   95   96   97   98