Page 91 - 237 ข้อคิดจากนิทาน ชาดก และอุปมา
P. 91
83
มิถิลามา ขณะนั้น พระราชากำลังประทับบนราชรถเทียมม้าสีขาวปลอด 4 ตัว ทรงทำประทักษิณพระนคร
อยู่ นกวินีลกะเห็นเช่นนั้นแล้วก็นึกในใจว่า “เราก็ไม่ต่างจากพระราชาเลยนะ ได้นั่งบนรถเทียมหงส์เลียบ
พระนคร” จึงพูดเปรย ๆ ขึ้นว่า “ม้าอาชาไนยพาพระเจ้าวิเทหะผู้ครองเมืองมิถิลาให้เสด็จไป เหมือนหงส์
่
สองตัวพาเราผู้ชื่อวาวินีลกะไปจริง ๆ หนอ” ลูกหงส์พอได้ฟังคำนั้นแล้วโกรธ ตั้งใจว่าจะปล่อยให้มันตกลง
ไปเสียก็กลัวพ่อจะตำหนิเอา จึงอดทนไว้พามันไปจนถึงรังแล้วเล่าให้พ่อฟัง พญาหงส์โกรธจัดตวาดว่า
“เจ้าวิเศษกว่าลูกเราเชียหรือ จึงเปรียบเปรยลูกเราเหมือนม้าเทียมรถ เจ้าช่างไม่รู้จักประมาณตนเอง ที่นี่
ไม่ใช่ที่อยู่ของเจ้า เจ้าจงกลับไปหาแม่เจ้าเถิด” แล้วกล่าวเป็นคาถาว่า “เจ้าวินีลกะ เจ้ามาอยู่อาศัยซอกเขา
อันมิใช่พื้นเพเดิมของเจ้า เจ้าจงไปอยู่อาศัยสถานที่ใกล้หมู่บ้านเถิด นั้นเป็นที่อยู่อาศัยของแม่เจ้า “แล้วสั่ง
ให้ลูกหงส์นำมันกลับไปปล่อยไว้ที่เดิม
ข้อคิดที่ได้จากเรื่อง: อย่ายกตนข่มท่าน จะนำความลำบากมาให้ ๛
ราชสีห์ตกหล่ม (คุณชาดก)
๏ ในสมัยหนึ่งพระพุทธเจ้าประทับอยู่วัดเชตวัน เมืองสาวัตถี ทรงปรารภพระอานนทเถระ ผู้ได้รับการ
ถวายผ้านุ่งจำนวน 500 ผืนจากพระเทวี เป็นเหตุให้พระเจ้าโกศลเข้าใจผิดคิดว่าพระเถระจะค้าขายผ้า เมื่อ
เข้าใจแล้วกลับยิ่งศรัทธาถวายผ้านุ่งอีก 500 ผืน ได้ตรัสอดีตนิทานมาสาธก ว่า...กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว
พระโพธิสัตว์เกิดเป็นราชสีห์อาศัยอยู่ในถ้ำแห่งหนึ่งกับตัวเมียอีกตัวหนึ่ง วันหนึ่ง ราชสีห์นั้นออกหากินได้
่
ขึ้นไปยืนอยู่บนยอดเขามองดูสัตว์น้อยใหญ่ที่มาหากินอยู่ข้างสระใหญ่ข้างลาง ในสระนั้นมีดินดอนที่เกิด
จากเปลือกตมอยู่ดอนหนึ่ง พอเปลือกตมแห้งก็มีหญ้าอ่อนเกิดขึ้น มักจะเป็นที่หากินของกระต่าย เนื้อ แมว
และสุนัขจิ้งจอกเสมอ ในวนนั้นมีเนื้อตัวหนึ่งกำลังยืนแทะเล็มหญ้าอ่อนอยู่ที่ดอนนั้น ราชสีห์เห็นเนื้อนั้น
ั
็
แล้วก็หมายใจไว้ว่าจะจับกินเป็นอาหารในวันนี้ จึงกระโดดลงจากเขาวิ่งไปด้วยความเรว แต่เนื้อได้ยินเสียง
เสียก่อนจึงวิ่งหนีไปได้หวุดหวิด ราชสีห์วิ่งมาด้วยความเร็ว ตกลงไปในบ่อโคลนตม ไม่สามารถขยับเขยื้อน
ขึ้นมาได้ ยืนอดอาหารอยอย่างนั้นถึง 7 วัน ในวันที่ 7 ได้มีสุนัขจิ้งจอกตัวหนึ่งเที่ยวหากินมาถึงที่นั้น พอ
ู่
่
เห็นราชสีห์เข้าก็ตกใจกลัวจะวิ่งหนีไป ราชสีห์จึงร้องเรียกมันให้ช่วยเหลือวา “สุนัขจิ้งจอกพ่อมหาจำเริญ..
ท่านอย่ากลัวไปเลยเราติดหล่ม ช่วยเราด้วย” สุนัขจิ้งจอกนั้นจึงพูดว่า “ท่านราชสีห์ถ้าข้าพเจ้าช่วยเหลือ
่
ท่านขึ้นมาแล้ว เกรงวาท่านจะกินข้าพเจ้าเสียนะสิ” ราชสีห์พูดว่า “อย่ากลัวไปเลย เราไม่กินท่านดอก มี
แต่จะตอบแทนบุญคุณท่านนั้นแหละ จงหาวิธีช่วยเราขึ้นไปที” สุนัขจิ้งจอกได้ฟังราชสีห์พูดเช่นนั้นจึงตกลง
ใจเข้าไปช่วยเหลือด้วยการตะกุยเลนรอบเท้าทั้ง 4 ทำเป็นรางให้น้ำไหลเข้าไป พอน้ำไหล เข้าไปทำให้เลน
อ่อน มันจึงเข้าไปดุนท้องราชสีห์พร้อมพูดกระตุ้นว่า “พยายามเข้าท่าน” ราชสีห์จึงกระโดดขึ้นจากหล่มได้
พักอยู่ครู่หนึ่งแล้วลงไปอาบน้ำในสระนั้น ขึ้นมาล่าควายป่าได้ตัวหนึ่งได้มอบเนื้อส่วนหนึ่งให้สุนัขจิ้งจอก
พร้อมกับพูดว่า “กินเสยเถิด สหาย” ให้สุนัขจิ้งจอกกินอิ่มแล้ว ตัวเองจึงกินทีหลัง ลำดับนั้น สุนัขจิ้งจอกได้
ี
่
กัดเนื้อก้อนหนึ่งคาบไว้ เมื่อราชสีห์ถามวาท่านจะทำอะไร มันจึงพูดว่า “ข้าพเจ้ามีภรรยาอยู่ตัวหนึ่งนอนรอ
อาหารอยุ่ที่ถ้ำ” ราชสีห์จึงพูดว่า “ถ้าเช่นนั้น พวกเราไปกันเถิด” แม้ตัวเองก็คาบเนื้อชิ้นหนึ่งไปเพื่อนาง
ราชสีห์เช่นกัน พาสุนัขจิ้งจอกไปที่ถ้ำแล้วชักชวนให้มาอยู่ที่ถ้ำใกล้ชิดกัน ตั้งแต่นั้นมาราชสีห์และสุนัข
จิ้งจอกก็ได้ออกหาอาหารด้วยกันเหมือนเป็นครอบครัวเดียวกัน เมื่อเวลาผ่านไป นางราชสีห์และนางสุนัข
่
จิ้งจอกได้ลูกคนละ 2 ตัว สัตว์ทั้งหมดอยู่กลมเกลียวกันเป็นอย่างดี ต่อมาวันหนึ่งนางราชสีห์เฉลียวใจวา
“ทำไมหนอ ราชสีห์สามีเราถึงได้รักนางสุนัขจิ้งจอกและลูกมันเหลือเกิน หรือจะมีการชมเชยกันเสียแล้วละ
เราจะขับไล่นางสุนัขจิ้งจอกและ ลูกของมันให้หนีไปเสีย” พอถึงเวลาที่ราชสีห์และสุนัขจิ้งจอกออกหากิน

