Page 29 - พุทธปรัชญาที่ปรากฏในงานวรรณกรรมของรพินทรนาถ ฐากูร
P. 29

๑๖



                                                                                                     ่
                                ่
                                                          ี
                       ไดรับการบมเพาะมาในบรรยากาศแห่งเสรภาพ เสรีภาพจากการครอบงำของความเชือใด ๆ ทีมีบท
                         ้
                                                                                              ่
                                                                                             ๒๖
                                                                                    ั
                                                                                    ้
                                                                         ่
                                                                                 ั
                        ั
                                                                    ้
                                                                      ู
                                                                                           ่
                                         ็
                       บงคับภายใตอำนาจเดดขาดของคัมภร์หรือคำสอนของผูบชาทีรวมกลุมจดตงบางกลุม”
                                                     ี
                                 ้
                                                                               ่
                                                        ็
                                            ้
                                   ่
                                               ั
                                                                                                    ิ
                                                                                              ่
                                                                                                 ิ
                                                                ้
                                                                                                  ั
                                 เมือมองทางดานวฒนธรรมกจะเห็นไดวา ตระกลฐากูรหาใชพวกพราหมณ์ทีปฏบตตนตาม
                                                                 ่
                                                                       ู
                                                                                 ่
                                                                                                       ุ
                                                      ่
                       ลัทธศาสนาฮนดอยางเคร่งครัดแตอยางใดทังสิน พวกเขามความเปนสากลและมีทัศนะในเชงมนษย
                                                           ้
                                    ู
                                                                                                   ิ
                                                   ่
                                       ่
                          ิ
                                                             ้
                                  ิ
                                                                               ็
                                                                        ี
                                                   ั
                                                                            ั
                                                                 ่
                               ่
                                                                                     ่
                                                                                     ื
                                                   ้
                                                                                                        ็
                                                                               ิ
                                                                                                 ็
                                                                                         ื
                                                      ึ
                                                                     ึ
                            ิ
                            ่
                        ิ
                       นยมยงกวาชาวเบงกอลลีในสมัยนน จงไม่มีทัศนะทีจะยดถือในลทธความเชอหรอความเปนกลุมเปน
                                                                                                     ่
                                        ้
                       พวกแตอยางใดทังสิน ความเปนพราหมณ์ของตระกลนกพฒนาขึนมาในลักษณะทีแปลกมาก เดม
                                                                      ี
                                                                       ็
                                                                      ้
                                                 ็
                                     ้
                                                                              ้
                                                                   ู
                                ่
                                                                                             ่
                                                                        ั
                             ่
                                                                                                        ิ
                                     ่
                                     ู
                       ทีเดยวพวกเขาอยในตระกูลพนทโยปธยายะของกลุมวรรณะพราหมณในแควนเบงกอล แตบรรพบรุษ
                                                                                                       ุ
                                               ั
                          ี
                                                                                                 ่
                                                                                      ้
                                                     ั
                                                                 ่
                                                                                ์
                                        ่
                       ของตระกลนท่านหนงสูญเสียวรรณะของตนเพราะไปรับใชผูปกครองชาวมุสลิม นบตงแตนนพวกเขาก็
                                                                                         ั
                                        ึ
                                                                                            ั
                                                                                                ั
                                                                                                ้
                                                                      ้
                                                                        ้
                               ู
                                 ี
                                                                                               ่
                                 ้
                                                                                            ้
                       ไดรับการดถูกจากพวกวรรณะพราหมณ์ทีปฏบตตนอย่างเคร่งครัดว่าเป็นพราหมณ์พิราลี อาจจะเป็น
                                                            ิ
                                                               ิ
                                                             ั
                         ้
                                                         ่
                                ู
                                                   ่
                                               ้
                                               ี
                                                                                           ้
                                                                                    ่
                                                                ้
                                                             ู
                                   ่
                                                                ี
                                                                          ้
                                                                                      ้
                                                        ้
                                            ่
                                                                                             ่
                       เพราะการเปลียนแปลงเชนนเองทีทำใหตระกลนมีการเรียนรูในลักษณะทีกาวหนาทีสุดตลอดหลาย
                        ่
                              ่
                                    ๒๗
                       ชวงคนทีผ่านมา
                                                          ู
                                                                     ิ
                                                                         ้
                                                             ิ
                                                                                   ้
                                                                                           ั
                                      ่
                                                                                                     ่
                                 สรุปวา ท่านรพนทรนาถ ฐากร เกดและเตบโตขึนมาภายใตครอบครวทีกล่าวไดวาเปน
                                                                                                    ้
                                                                                                        ็
                                                                                             ่
                                              ิ
                                      ั
                               ่
                                                                                             ิ
                                  ่
                               ื
                                                                                                        ิ
                                                                                ั
                       ตระกลทีดมดำในวฒนธรรมของอินเดยและศาสนาพราหมณ ครอบครวจงถือวามีอทธพลตอความคด
                                                                        ์
                                                                                   ึ
                                                                                                 ่
                           ู
                              ่
                                                                                       ่
                                                      ี
                                                                                           ิ
                       ของทานเปนอยางมาก หากแตความคิดของท่านไดถูกบมเพาะมาในบรรยากาศแห่งเสรภาพ เสรีภาพ
                                    ่
                                                                 ้
                                ็
                                                                                              ี
                           ่
                                                                    ่
                                                ่
                                                                                                       ้
                       จากการครอบงำของความเชือทีมีบทบงคับภายใต้อำนาจของคมภร์หรือคำสอนใด ๆ จงกล่าวไดวา
                                                       ั
                                                                              ี
                                               ่
                                                  ่
                                                                            ั
                                                                                                ึ
                                                                                                         ่
                                                                  ์
                                                                             ็
                       ตระกลของท่านเปนสากลและมีทัศนะในเชงมนษยนยม และเปนตระกลทีมีการเรียนรในลักษณะ
                           ู
                                                                                      ่
                                                            ิ
                                                                    ิ
                                                                                                ู
                                                                                                ้
                                                               ุ
                                      ็
                                                                                   ู
                             ้
                                      ่
                       กาวหนามาหลายชวงคน
                        ้

                       ๒.๓ ผลงานวรรณกรรมทประพันธเป็นภาษาองกฤษของทานรพินทรนาถ ฐากร
                                                                  ั
                                               ่
                                                                                                 ู
                                               ี
                                                       ์
                                                                              ่
                                                                                            ่
                                                                                              ็
                                 ผลงานวรรณกรรมของท่านรพินทรนาถ ฐากร ตลอดชวตของท่าน มีอยเปนจำนวนมาก
                                                                                            ู
                                                                      ู
                                                                              ี
                                                                               ิ
                                                                                    ั
                       สามารถแบงออกเป็น ๒ กลุมคือ ๑. งานวรรณกรรมทีเปนภาษาเบงกอลี อนเปนภาษาถินกำเนดของ
                                              ่
                                                                                                     ิ
                                                                   ่
                                                                     ็
                                                                                               ่
                                                                                        ็
                                ่
                                                                                                  ่
                                                                 ่
                                                ่
                                                                       ่
                                                          ั
                                                                          ็
                                                  ็
                       ท่าน และ ๒. งานวรรณกรรมทีเปนภาษาองกฤษ ทีท่านแตงเปนภาษาอังกฤษโดยตรง และทีแปลจาก
                                                                               ั
                                                                                 ่
                                                                                                       ่
                                                          ่
                                                          ึ
                                                                        ั
                       ภาษาเบงกาลีเปนภาษาอังกฤษอกทอดหนง แต่ด้วยงานวิจยนี ผูวิจยมุงศึกษางานวรรณกรรมกลุมที  ่
                                    ็
                                                  ี
                                                                          ้
                                                                            ้
                                       ั
                            ่
                                                                                        ็
                                                               ่
                                                          ั
                               ็
                       สอง ซึงเปนภาษาองกฤษ เพราะเปนทีรูจกแพรหลาย และมีการแปลออกเปนภาษาต่างๆ ทัวโลก
                                                     ็
                                                        ่
                                                         ้
                                                                                                     ่
                                ั
                                                                           ั
                                      ้
                                                         ่
                                                                                          ิ
                          ั
                          ้
                                                                   ็
                       ดงนน ผูวจยจะไดนำผลงานวรรณกรรมทีประพนธเปนภาษาองกฤษของท่านรพนทรนาถ ฐากร มา
                        ั
                                                                                                     ู
                              ้
                                                              ั
                                                                 ์
                               ิ
                       แสดงไว โดยแบงงานออกเปน ๓ ช่วง ดังนี
                                    ่
                                                         ้
                                             ็
                             ้

                                              ้
                                 ๒.๓.๑ ในช่วงตน
                                 ในชวงตน หมายถึงชวงอาย ๕๑-๖๐ ป ท่านรพนทรนาถ ฐากร ไดสร้างงานวรรณกรรมท      ี ่
                                                                                   ู
                                                                                       ้
                                    ่
                                       ้
                                                  ่
                                                                 ี
                                                                        ิ
                                                       ุ
                       เปนภาษาองกฤษ ดงน  ้ ี
                         ็
                                ั
                                       ั

                                    ั
                                 ๒๖  รชฎาวรรณ รองทอง, “การสรางสรรค์การแสดงร่วมสมยเพอสือสารปรัชญานิเวศวิทยาแนวลึกจาก
                                                                          ั
                                                                             ื
                                                                               ่
                                                         ้
                                                                             ่
                             ์
                                                 ิ
                       กวนิพนธของ รพนทรนาถ ฐากูร”, วทยานิพนธนิเทศศาสตรมหาบัณฑิต, (สาขาวชานิเทศศาสตร : จุฬาลงกรณ์
                         ี
                                                                                 ิ
                                                                                            ์
                                                         ์
                                   ิ
                       มหาวทยาลัย, ๒๕๕๔, หน้า๖-๗).
                           ิ
                                 ๒๗  พยบแดด, โรงเรียนใตร่มไม โลกทังผองพบรวงรงทพกพง,  พมพครงท ๒, (กรงเทพมหานคร :
                                                                          ั
                                                                                      ่
                                                                        ่
                                     ั
                                                       ้
                                                                                      ี
                                                                                ิ
                                                                        ี
                                                                                            ุ
                                                                            ิ
                                                                                    ั
                                                                                    ้
                                                            ้
                                                                      ั
                                                   ้
                                                                                  ์
                            ิ
                       สำนักพมพคำหอม, ๒๕๓๖), หน้า ๒๗.
                              ์
   24   25   26   27   28   29   30   31   32   33   34