Page 34 - พุทธปรัชญาที่ปรากฏในงานวรรณกรรมของรพินทรนาถ ฐากูร
P. 34
๒๑
ี
้
่
ราชบณฑตยสถานสวเดนมอบให ชวยนำสถานทีหางไกลกันใหใกล้ชดกน
ั
ิ
ิ
้
่
่
ั
๓๑
และเปลียนคนแปลกหนาใหเปนพนองกน”
่
้
่
้
ั
้
็
ี
ุ
ี
ิ
นอกจากเกยรตบตร เหรียญสดดและเงนรางวัลแล้ว สิงทีถือเปนเกยรตยศทีแท้จริงของ
่
็
ั
่
ี
่
ี
ิ
ิ
ี
ั
้
ี
ิ
้
ี
่
่
่
ั
ื
ั
รางวลโนเบลนคือ ความเชอถือทีโลกไดมอบใหแกกวของอนเดยท่านน นบตงแตเริมมีการใหรางวล
้
้
้
ั
ี
่
่
้
ี
่
โนเบลเมือป พ.ศ.๒๔๔๔ (ค.ศ.๑๙๐๑) เป็นต้นมาจนถึง พ.ศ.๒๕๑๑ (ค.ศ. ๑๙๖๘) มีชาวอินเดียเพียง
้
ั
ี
ท่านเดยวเท่านน คือ ท่านรพนทรนาถ ฐากร เปนผูไดรับรางวลโนเบล สาขาวรรณคด
ี
ิ
ู
้
้
็
ั
หลังจากไดรับรางวลโนเบลในป พ.ศ.๒๔๕๖ (ค.ศ. ๑๙๑๓) แล้ว ชอเสียงของท่านรพนทร
้
ิ
ั
่
ื
ี
่
่
นาถ ฐากร ได้โด่งดังขจรขจายไปทัวโลก เป็นทียอมรับทังในและนอกประเทศของท่าน ดังปรากฏใน
้
ู
่
้
่
พธมอบเหรียญรางวลโนเบลและประกาศนยบตรแกท่านกวเอก ซึงผูวาราชการแหงเบงกอล ท่าน
่
ั
ี
ี
ั
่
ิ
ี
ั
ลอร์ด คารไมเคิล (Lord Carmichael) ไดมอบให้เมือวนที ๒๙ มกราคม พ.ศ.๒๔๕๗ (ค.ศ. ๑๙๑๔)
่
่
์
้
ณ จวนผูวาราชการในเมืองกลกัตตา และได้กล่าวสรรเสริญท่านกวี ความว่า
ั
่
้
ิ
ู
้
่
“คีตาญชลี และรางวัลโนเบลชวยนำฐากรขึนสูเวทีโลก เชดช ู
่
ิ
ท่านขึนสูสถานะอนทรงเกยรตแหงวศวกวหรือกวเอกแหงโลก ซึงทำให้เฉลิม
ี
่
่
่
ี
ิ
ี
ั
่
้
๓๒
ั
ฉลองชวตไดโดยไม่มีพรมแดนใดๆ ขวางกน”
้
ิ
ี
้
ิ
๒.๔.๒ การเดนทางไปเยอนประเทศตางๆ
่
ื
่
่
ิ
การมอบรางวัลโนเบลเปลียนแปลงชอเสียงของท่านรพนทรนาถ ท่านไดรับเชญไปทัวโลก
้
่
ื
ิ
ท่านไดเดนทางไปตางประเทศมากกวา ๑๐ ครัง ในจำนวนนเปนการเดนทางรอบโลกเสียสองหรือสาม
้
้
่
็
ิ
่
ิ
้
ี
่
้
้
ครัง ทุกหนทุกแหงทีไป โดยเฉพาะในทวปยโรปแล้วท่านไดรับเชญใหไปเยียมและแสดงปาฐกถาเปน
่
ิ
่
ี
้
ุ
็
ื
หลายครังหลายครา ในหลายประเทศทีท่านไปถึง ทางการรัฐบาลหรอองค์การวัฒนธรรมของ
้
่
้
่
้
์
่
ประชาชนไดจดการแสดงบทละครซึงท่านเป็นผูประพันธขึนเอง เชน บทละครเรือง “จตรา” ละคร
ั
้
่
ิ
้
ั
้
้
เรืองนไดเคยนำออกแสดงในนครหลวงของประเทศตะวนตกมาแล้วหลายประเทศรวมทังประเทศไทย
ี
่
ุ
้
ั
่
้
ิ
้
ิ
้
เองดวย และดวยแนวความคิดสากลนิยมของท่านไดกระตนความปรารถนาทีจะเดนทางไปปฏสัมพนธ ์
่
่
กบวฒนธรรมตาง ๆ ตลอดเวลาทีมีชีวิตอยู ท่านรพินทรนาถจึงได้พยายามทุกวิถีทางทีจะประสาน
่
ั
ั
่
ี
้
้
ิ
่
่
่
ี
้
้
ความเข้าใจอนดใหเกดขึนระหวางตะวนออกและตะวันตก สักขีพยานในเรืองนมรอยใหเหนมากมาย
็
ั
ู
ั
้
้
่
่
ั
้
ในงานวรรณกรรมและบทความปาฐกถาของท่าน ท่านเชือวา ความเจริญกาวหนาทางดานวตถุของ
ั
้
้
้
่
่
ฝ่ายตะวนตก จำตองไดรับการกลอมเกลาดวยจินตนาการทีสร้างสรรค์ของฝ่ายตะวันออก และใน
้
ทำนองเดยวกน ตะวนออกทีมักจะโนมนาวหนกไปในเรืองอธยาตมะ กควรจะไดรับความร่วมมือ
ั
่
ั
ี
ั
้
ั
็
่
้
ั
ั
ู
ั
้
ิ
็
ชวยเหลือทางดานวตถุจากตะวนตก สรุปแล้วท่านรพนทรนาถมีความเหนวาโลกจะแยกกนอยไม่ได ้
่
่
่
ุ
มนษยชาตตองกาวไปข้างหนาพร้อมๆ กัน ความบกพร่องของโลกส่วนหนึงย่อมจะส่งผลสะเทือนไปถึง
้
้
ิ
่
้
ั
โลกส่วนอนอยางหลีกเลียงมิได ท่านเคยกล่าววา “หากแสงวฒนธรรมอนยงใหญ่ในยโรปตองมืดมน
ุ
้
่
ิ
้
ั
ื
่
่
่
่
้
ู
่
้
้
ั
้
อนธการลงแลวไซร้ ฟากฟาดานบรพาทิศของเราก็จะตองพลอยอบเฉาเศร้าใจตามไปด้วยอยางไม่มี
๓๑ นวทป สุร, ชีวต รพนทรนาถ ฐากร ๑๕๐ ปี ชาตกาล, แปลโดย วไล ตระกูลสิน และเจริญเกียรต ิ
ิ
ี
ี
ิ
ู
ิ
ธนสุขถาวร, หน้า ๕๑-๕๒.
๓๒ เรองเดียวกัน, หน้า ๖๑.
่
ื

