Page 82 - พุทธปรัชญาที่ปรากฏในงานวรรณกรรมของรพินทรนาถ ฐากูร
P. 82
๖๙
เป็นแรงผลักดันให้แสวงหาความรอบรู้นั้น แต่เมื่อกำหนดให้คำว่าปรัชญาเป็นศัพท์บัญญัติสำหรับใช ้
่
ั
้
้
ั
ิ
๒
่
ั
หมายถึงคำวา Philosophy นนแสดงวา คำทังสองมีความหมายเท่ากนตามหลักของการบญญัตศัพท์
ิ
มูลเหตุสำคัญที่ทำให้ปรัชญาเกิดขึ้นก็คือ การที่มนุษย์มีความสามารถในการคิด อริสโตเตล
(Aristotle ๓๘๔-๓๒๒ B.C.) นักปรัชญาผู้ยิ่งใหญ่ของโลกตะวันตกกล่าวไว้ว่า “มนุษย์เป็นสัตว์รู้คิด”
(Man is thinking animal) หมายความว่ามนุษย์เป็นสัตว์โลกชนิดหนึ่งเช่นเดียวกับสัตว์โลกทั้งหลาย
แต่มนุษย์ก็แตกต่างจากสัตว์โลกทั้งหลายตรงที่รู้จักคิด หรือมีความสามารถในการคิดในขณะที่สัตว ์
๓
ี
้
ั
ื
อนๆ ไม่มีความสามารถดงกล่าวน
่
วิชาปรัชญาเกิดจากความอยากรู้อยากเห็นของมนุษย์ ความอยากรู้อยากเห็นทำให้เกิดการ
ื
ุ
่
้
ิ
่
ิ
ั
ซักไซ้ไล่เลียงไปเรอยๆ อยางไม่มีทีสินสุด และวชาปรชญาก็ไดเกดขึนเพราะเหตน ้ ี
่
้
้
ในตะวันตก หลักฐานที่ก่อให้เกิดวิชาปรัชญาขึ้น ได้แก่คำสอนของธาเลส (Thales ๖๒๔-
๕๕๐ ก่อน ค.ศ.) ธาเลสได้เขียนหนังสือไว้หรือไม่ ไม่มีหลักฐานแน่ชัด แต่ลูกศิษย์ของเขาได้บันทึกคำ
สอนไว้และมีหลักฐานเหลือมาให้เราศึกษาได้จนทุกวันนี้ และด้วยเหตุนี้ธาเลสจึงได้รับยกย่องว่าเปน
็
๔
ั
่
ิ
ิ
บดาแหงวชาปรชญา (Father of Philosophy)
ส่วนปรัชญาตะวันออก มีหลักฐานที่ทำให้เกิดวิชาปรัชญาขึ้นมา ได้แก่ คัมภีร์พระเวทของ
่
ิ
่
ุ
็
้
ี
อนเดยซึงเกดขึนกอนพทธกาลประมาณ ๑,๐๐๐ ป แตเพงมาจดจารึกขึนไวเปนลายลักษณอกษรในยุค
ิ
้
ี
่
่
ั
้
ิ
์
ี
หลัง ซึงเข้าใจวาเปนสมัยหลังพทธกาล วชาปรชญาจึงเกดขึนมาประมาณ ๓,๐๐๐- ๓,๕๐๐ ปมาน
ั
ิ
่
ุ
้
้
ี
็
ิ
๕
่
ั
ปรัชญามีขอบเขตกว้างขวางกว่าศาสตร์อื่น เพราะเป็นวิชาครอบจกรวาล ทั้งจักรวาลแห่ง
ั
ี
ิ
ั
็
้
็
ั
ั
สสารวตถุอนเปนรูปธรรม และจักรวาลแห่งจิตวญญาณอนเปนนามธรรม นกปราชญาเมธไดพยายามท ่ ี
๖
ื
้
จะจัดแบงประเภท สาขา ของปรัชญา ใหครอบคลุมเนอหาของปรัชญาให้มากทีสุด ปรากฏมี ๔ แบบ
้
่
่
ั
ี
้
ดงน
ี
๔.๑.๑.๑ แบบท ๑ ฟรานซิส เบคอน นกปรัชญาชาวองกฤษ แบงปรัชญาออกเปน ๒ สาขา คือ
ั
่
ั
็
่
่
๑. ปรัชญาธรรมชาต (Natural Philosophy) ไดแกวทยาศาสตร์กายภาพสาขาตางๆ
ิ
่
้
ิ
๒. ปรัชญาเกี่ยวกับมนุษย (Human Philosophy) ได้แก่สังคมศาสตร์และ
์
ุ
มนษยศาสตร ์
่
่
ั
๔.๑.๑.๒ แบบท ๒ ปรัชญาเมธบางท่านแบงปรัชญาออกไปอกวธหนง เปน ๓ สาขา ดงน ี ้
็
ึ
ี
ิ
ี
ี
ี
่
๒ พระพรหมบัณฑต (ประยร ธมมจิตโต), ปรัชญากรีก: บ่อเกดภมปรัชญาตะวนตก, พมพครงท ๗,
ฺ
ั
์
ฺ
ู
ิ
ั
ิ
ี
ู
่
ิ
ิ
้
ุ
(กรงเทพมหานคร: สยามปรทศน์, ๒๕๕๙), หน้า ๓.
ิ
ั
่
๓ สุจิตรา ออนค้อม, รศ.ดร., ปรัชญาเบืองตน, พมพครงท ๙, (กรงเทพมหานคร: สำนักพมพดวงแกว,
้
ิ
์
ิ
ุ
้
้
์
ี
่
ั
้
๒๕๕๒), หน้า ๓.
๔ เรองเดียวกัน, หน้า ๕.
่
ื
๕ เรองเดียวกัน, หน้าเดยวกัน.
่
ื
ี
๖ ดรายละเอยดใน สถต วงศ์สวรรค์, รองศาสตราจารย, ปรัชญาเบืองตน, (กรงเทพมหานคร: บรษท
ู
ั
ี
ุ
ิ
้
้
ิ
์
ิ
์
รวมสาสน (๑๙๗๗) จำกัด, ๒๕๔๓, พมพครงท ๒), หน้า ๑๕-๑๗.
์
ี
่
้
ั

