Page 487 - SRT RP_Final Report_221107
P. 487
รายงานฉบับสมบูรณ์ (Final Report)
(2) วิเคราะห์ผลกระทบทางกฎหมาย
เนื่องด้วยบริษัทในเครือของการรถไฟฯ มีสภาพเป็นบริษัทจำกัด ดังนั้นจึงต้องปฏิบัติตามประมวล
กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับบริษัทจำกัดด้วย การจะปรับแก้ขอบังคับของบริษัทก็จำเป็นที่
จะต้องดำเนินการจัดให้มีการประชุมผู้ถือหุ้นตามเงื่อนไขที่ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์กำหนด และยื่นคำขอ
จดทะเบียนกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ด้วย
(3) แนวทางในการดำเนินงาน
ในการบริหารงานบริษัทในเครือซึ่งมีสภาพเป็นบริษัทจำกัด การรถไฟฯ สามารถแก้ไขข้อบังคับ
ของบริษัทได้โดยการให้ที่ประชุมผู้ถือหุ้นของบริษัทดังกล่าวมีมติพิเศษของ ซึ่งจะต้องส่งหนังสือนัดประชุมก่อนวัน
ประชุมไม่น้อยกว่า 14 วันและให้ที่ประชุมมีมติพิเศษด้วยคะแนนเสียงข้างมากไม่ต่ำกว่า 3 ใน 4 ของจำนวนเสียง
ทั้งหมดของผู้ถือหุ้นที่มาประชุมและมีสิทธิออกเสียงลงคะแนนอนุมัติให้มีการแก้ไขข้อบังคับ และยื่นขอจดทะเบียน
เปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อบังคับของบริษัทต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้าภายใน 14 วันนับแต่ที่มีการประชุม
12.3.2.4 พระราชบัญญัติการร่วมทุนระหว่างรัฐกับเอกชน พ.ศ. 2562
(1) บทบัญญัติที่เกี่ยวข้อง
มาตรา 4 บัญญัติว่า ““รัฐวิสาหกิจ” หมายความว่า
(1) องค์การของรัฐบาลตามกฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งองค์การของรัฐบาล หรือกิจการของรัฐ ตาม
กฎหมายที่จัดตั้งกิจการนั้น หรือหน่วยงานธุรกิจที่รัฐบาลเป็นเจ้าของ
(2) บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ส่วนราชการ หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือ
หน่วยงานอื่นของรัฐ มีทุนรวมอยู่ด้วยเกินกว่าร้อยละห้าสิบ
(3) บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ส่วนราชการ หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือ
หน่วยงานอื่นของรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจตาม (1) หรือ (2) มีทุนรวมอยู่ด้วยเกินกว่าร้อยละห้าสิบ”
(2) วิเคราะห์ผลกระทบทางกฎหมาย
จากการที่บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด และ บริษัท เอสอาร์ที แอสเสท จำกัด มีการรถไฟฯ ซึ่งมีฐานะ
เป็นรัฐวิสาหกิจตามกฎหมายจัดตั้งเป็นผู้ถือหุ้นเกินกว่าร้อยละ 50 จึงถือว่าบริษัทฯ ทั้งสองดังกล่าวเป็นรัฐวิสาหกิจ
ตามนิยามแห่งมาตรา 4 ด้วย กรณีที่บริษัททั้งสองจะร่วมลงทุนกับเอกชนในโครงการที่ถือเป็นการร่วมลงทุนตาม
423

