Page 608 - รวมไฟล์วารสาร ปีที่ 8 ฉบับที่ 1
P. 608
12
ึ
ี
ื
จากการศกษาผู้เขยนเสนอแนะการน าหลักกฎหมายต่างประเทศมาสรางหลักกฎหมายเรองมาตรการ
่
้
ั
ิ
ื่
ดักฟงการสอสารทางอนเทอรเนตทมความเปนภาวะวิสัย (Objectivity) ดังน้ ี
็
ี่
์
็
ี
ุ
ื่
1.เงอนไขการใช้มาตรการ เพื่อให้การขอใช้มาตรการสามารถค้มครองสทธและเสรภาพของบคคล
ุ
ี
ิ
ิ
ี
่
ั
ื
่
ิ
์
็
่
ื
่
ี
่
ทเกียวข้องในการใช้มาตรการดักฟงการสอสารทางอนเทอรเนต นอกจากหลักส าคัญทว่าเมอไม่สามารถ
รวบรวมพยานหลักฐานได้โดยวิธการตามปกตแล้ว ควรก าหนดว่า “ต้องปรากฏความสงสัยว่ามการกระท า
ิ
ี
ี
่
ู
่
ิ
ึ
ุ
ึ
ี
ี
ความผิดอาญาเกิดข้น” (Initial suspicion) ทั้งน้ เพือให้ศาลได้พิจารณาถงมลเหตทแท้จรงในการขอใช้มาตรการ
ิ
ุ
ึ
ึ
็
2.ฐานความผิด กฎหมายควรบัญญัตระบฐานความผิดเปนรายมาตราไว้ในกฎหมาย โดยค านงถง
ี
่
ความรายแรงแห่งฐานความผิดต่าง ๆ ทจะต้องเปนความผิดทกระทบต่อความมั่นคง หรอสังคมโดยส่วนรวม
้
่
็
ื
ี
ุ
อย่างมากในวงกว้าง ทั้งน้เพือเกิดความชัดเจนแน่นอนในเงอนไขของบทบัญญัต และลดการใช้ดลพินจอย่าง
่
ิ
ี
ิ
่
ื
ี่
ุ
ั
ิ
กว้างขวางของเจ้าพนักงาน เพื่อค้มครองสทธและเสรภาพของบคคลทได้รบผลกระทบ
ุ
ี
ิ
ึ
ทั้งน้ ควรพิจารณาถงกฎหมายพิเศษต่าง ๆ ทเกียวข้องกับการให้อ านาจเจ้าพนักงานในการดักฟง
่
ี
่
ี
ั
ี
ื
ี
ื
่
ั
ื
ึ
็
่
่
หรอดักรบข้อมลการกระท าความผิดหรอต่อการตดต่อสอสารตามพระราชบัญญัตซงเปนกฎหมายพิเศษทมอยู่
ิ
ิ
ู
ุ
ู
ในปจจบันน าเข้ารวมไว้ท้ายประมวลกฎหมายวิธพิจารณาความอาญา ในรปของบัญชแนบทายประมวล
ี
ั
้
ี
ี
ั
็
กฎหมายวิธพิจารณาความอาญา เพือให้มาตรการน้เปนหลักเกณฑ์กลางในการใช้มาตรการดักฟงการสอสาร
ื
่
ี
่
โทรคมนาคมทครอบคลมพฤตการณแห่งคดอย่างแท้จรง
ิ
ุ
ิ
่
ี
ี
์
3.กฎหมายจะต้องก าหนดระยะเวลาในการใช้มาตรการไว้ให้มความชัดเจนและแน่นอน ทั้งน้ ี
ี
ี
ุ
ุ
จะต้องมระยะสงสดในการบังคับใช้มาตรการ ควรก าหนด หลัก ว่า ให้ศาลมค าสั่งอนญาตในการใช้มาตรการน้ ี
ี
ู
เพียงเท่าทจ าเปนในการแสวงหาพยานหลักฐานเท่านั้น แต่ไม่เกินกว่า 15 วัน โดยก าหนดให้การขอขยาย
่
็
ี
้
็
ระยะเวลาเปนขอยกเวนว่า การขอขยายระยะเวลาต้องยืนค ารองขอต่อศาลเพือให้ศาลพิจารณาถงเหตผลและ
่
้
่
้
ึ
ุ
็
ี
ความจ าเปนในการใช้มาตรการเปนรายคร้ ัง โดยขยายได้คร้ ังละไม่เกิน 15 วัน ทั้งน้รวมแล้วสงสดต้องไม่เกิน
็
ู
ุ
็
กว่า 90 วัน อันเปนระยะเวลาทเปนไปตามหลักสากลของกฎหมายต่างประเทศ
็
ี
่
ึ
4.กฎหมายควรก าหนดถงการยกเลกหรอการส้นสดในการใช้มาตรการไว้ด้วย เช่นเดยวกับ
ุ
ิ
ื
ี
ิ
ี
่
ั
ุ
ี
ิ
่
่
ประเทศเยอรมน และประเทศสหรฐอเมรกา เพือค้มครองสทธและเสรภาพของบคคลทอาจต้องเข้ามาเกียวข้อง
ุ
ี
ิ
ิ
ิ
กับการใช้มาตรการให้หลดพ้นจากมาตรการดังกล่าวไปโดยเรวทสด โดยควรบัญญัตว่า หากเงอนไขในการออก
ี
่
ุ
ุ
็
ื
่
ุ
ิ
ี
ิ
ค าสั่งอนญาตให้ใช้มาตรการหมดส้นไป ให้มาตรการนั้นส้นสดลงโดยไม่ชักช้า ทั้งน้ ให้เจ้าพนักงานแจ้งเหต ุ
ุ
ุ
ี
ี
แห่งการส้นสดไปยังศาลทอนญาตโดยทันท
ุ
่
ิ
็
ี
่
้
5.ประเทศไทยควรก าหนดให้ผู้มอ านาจยืนค ารองขอต่อศาลในการขอใช้มาตรการเปนอ านาจของ
ั
ื่
ี่
“พนักงานอัยการทมเขตอ านาจ” เนองจากการดักฟงการสอสารทางอนเทอรเนตเปนมาตรการบังคับทางอาญาท ี่
ื่
ี
ิ
็
์
็
ุ
ิ
ี
ิ
็
็
ิ
ละเมดต่อสทธเสรภาพของบคคลเปนการใช้มาตรการเปนการกระท าโดยลับ โดยให้เปนอ านาจของพนักงาน
็
็
่
็
ื
อัยการเปนผู้ยืนค ารองขอใช้มาตรการ ไม่ว่าในการสอบสวนเบ้องต้นนั้นเปนกระท าโดยพนักงานสอบสวนใดก็
้
ตาม เพื่อให้เกิด การตรวจสอบภายนอก (Accountability) โดยองค์กรอัยการเพือถ่วงดลการใช้ดลพินจของเจ้า
ุ
ิ
่
ุ
่
ื
พนักงานฝายสบสวนสอบสวน
589

