Page 969 - รวมไฟล์วารสาร ปีที่ 8 ฉบับที่ 1
P. 969
-2-
ี
ิ
ี
หรอไม่ใยดในผลแห่งการกระท าของตนเองอย่างผิดปกตธรรมดาอย่างมากและเฉพาะแต่กรณประมาทอย่าง
ื
็
็
ุ
ึ
้
รายแรงเปนเหตให้ผู้ปวยถงแก่ความตายเท่านั้น หากความประมาทของแพทย์เปนแต่เพียงไม่น าพาต่อสวัสดภาพ
่
ิ
ั
ี
ุ
่
ี
ของผู้ปวยแพทย์ไม่มความผิดอาญาแต่อาจต้องรบโทษเพียงเพิกถอนใบอนญาตประกอบวิชาชพ นอกจากนั้น
ประเทศฝร่งเศสยังบัญญัตกฎหมายพิเศษ (Law No.2002-303 of 4 March 2002) เพื่อน าระบบ No Fault Liability
ิ
ั
ี
่
ื
ี
มาใช้ชดเชยความเสยหายทางการแพทย์ ทหากพิจารณาแล้วไม่พบความผิด (No Fault) จะส่งเรองให้หน่วยงาน
่
ั
ของรฐประจ าจังหวัด (ONIAM) จ่ายค่าชดเชย แต่หากพิจารณาแล้วพบความผิด (Fault) หน่วยงานของรฐประจ า
ั
ิ
จังหวัด (ONIAM) จะด าเนนการเรยกรองค่าชดเชยแทนผู้เสยหายผ่านบรษัทประกันภัย
ิ
ี
ี
้
จากการศกษากฎหมายของประเทศไทย พบว่าหลักเกณฑ์การกระท าโดยประมาทและมาตรฐาน
ึ
ื
่
็
ี
ิ
ความระมัดระวังของแพทย์ไม่มกฎหมายบัญญัตไว้เปนพิเศษโดยเฉพาะ หากแต่จะน าเอาหลักทั่วไปในเรองการ
ี่
ิ
กระท าโดยประมาทตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 59 วรรคส มาพิจารณา ท าให้การวินจฉัยการกระท าโดย
ี
็
ั
่
ประมาทและมาตรฐานความระมัดระวังของแพทย์นั้นกลายเปนปญหาข้อกฎหมายทขาดความชัดเจนแน่นอน
ิ
และซ้อนทับกันทั้งประมาทเลนเล่อในทางแพ่งและประมาททางอาญา นอกจากนั้น กฎหมายค้มครองผู้บรโภค
ุ
ิ
ิ
ี
ิ
และวิธพิจารณาคดผู้บรโภค ตลอดจนแนวค าวินจฉัยของศาลไทย ยังวางแนวว่าระบบการให้บรการทาง
ิ
ี
การแพทย์ของไทยไม่ว่าจะเปนการให้บรการในภาครฐหรอภาคเอกชนไม่ว่าจะมการเรยกเก็บค่าตอบแทน
ิ
็
ื
ี
ี
ั
ี
ิ
ี
้
ี
็
ื
ี
หรอไม่ก็ตามถอเปนคดผู้บรโภคทกกรณ ท าให้การฟองคดผู้บรโภคกรณแพทย์กระท าโดยประมาทสามารถกระ
ื
ิ
ุ
้
่
ท าได้ง่ายกว่าการฟองคดแพ่งทั่วไป อกทั้งศาลไทยยังวางแนวไว้ในค าพิพากษาว่าผู้ปวยสามารถเลอกฟองแพทย์
ื
ี
้
ี
เปนคดละเมดหรอผิดสัญญาก็ได้เท่ากับเปนการสนับสนนให้ผู้ปวยเลอกฟองเปนคดละเมดและ/หรอคดอาญา
้
่
ื
ื
ี
ิ
ื
็
ี
ิ
็
็
ุ
ี
เพือจะได้ประโยชนจากอายุความทยาวกว่ากฎหมายสัญญา ดังนั้น ประเทศไทยจงควรบัญญัตกฎหมายเกียวกับ
ิ
่
ึ
่
ี
่
์
ั
่
ี
็
ความรบผิดของแพทย์ทประกอบวิชาชพโดยประมาทข้นใหม่เปนพิเศษโดยเฉพาะเพือจัดให้ความสัมพันธ ์
่
ี
ึ
่
ื
็
ั
ระหว่างแพทย์กับผู้ปวยและรฐเปนไปตามหลักวิชาการเหมอนในต่างประเทศ บัญญัตหลักกฎหมายความยินยอม
ิ
่
ั
ี
ทได้รบการบอกกล่าว (Informed Consent) ใช้มาตรฐานการพิจารณาในทางอัตวิสัย (Subjective) แบ่งความ
ประมาททางอาญาออกเปน 2 ประเภทคอ ประมาทธรรมดา (Negligence) และประมาทโดยจงใจ (Recklessness)
ื
็
ึ
ิ
ั
่
และบัญญัตให้แพทย์มความรบผิดอาญาเฉพาะแต่กรณประมาทโดยจงใจ (Recklessness) เปนเหตให้ผู้ปวยถงแก่
ี
็
ุ
ี
ความตายเท่านั้น
950

