Page 974 - รวมไฟล์วารสาร ปีที่ 8 ฉบับที่ 1
P. 974
-7-
ั
ิ
ิ
็
ส าหรบการบรการทางการแพทย์ของประเทศเยอรมันนั้นเปนการจัดบรการโดยภาคเอกชนภายใต้
ั
ั
ู
การควบคมก ากับของภาครฐหรอหน่วยงานทได้รบมอบหมายจากรฐ ศาลรฐธรรมนญเยอรมันได้วางหลักการ
ุ
่
ั
ื
ี
ั
ั
่
ี
ี่
ส าคัญเกียวกับ “ความยินยอมทได้รบการบอกกล่าว” (Informed Consent) จากหลักการส าคัญ 2 ประการทบัญญัต ิ
่
ั
ู
รบรองไว้ในรฐธรรมนญ คอ สทธในการตัดสนใจด้วยตนเอง (The Right to Self Determination) และศักด์ ิศร ี
ื
ั
ิ
ิ
ิ
แห่งความเปนมนษย์ (Human dignity) โดยความสัมพันธทางสัญญาระหว่างแพทย์กับผู้ปวยในเยอรมันนั้นจะ
ุ
่
็
์
่
ื
ี
ึ
ั
่
เกิดข้นได้ก็ต่อเมอแพทย์ได้ด าเนนการผ่านพ้นขั้นตอนการขอความยินยอมทได้รบการบอกกล่าว” (Informed
ิ
้
Consent) จากผู้ปวยเรยบรอยแล้ว ทั้งน้ การขอความยินยอมจากผู้ปวยก่อนเร่มต้นท าการรกษาส่งผลท าให้การ
่
ั
่
ี
ี
ิ
ฟองรองคดระหว่างแพทย์กับผู้ปวยในเยอรมันเกิดข้นน้อยมาก
้
ึ
้
ี
่
ั
่
์
์
ี
3. วิเคราะหความรบผิดทางแพงกรณีแพทยประกอบวิชาชพโดยประมาทในประเทศไทย
ื
ระบบการให้บรการทางการแพทย์ของไทยแบ่งออกเปน 2 ระบบหลัก คอ ระบบการให้บรการทาง
็
ิ
ิ
การแพทย์โดยรฐ (สวัสดการรกษาพยาบาลส าหรบข้าราชการและเจ้าหน้าทของรฐ การประกันสังคม และ
ิ
ั
ั
่
ี
ั
ั
ิ
ุ
ิ
หลักประกันสขภาพแห่งชาต) และระบบการให้บรการทางการแพทย์ภาคเอกชน แต่ศาลฎกากลับวินจฉัย
ิ
ี
ความสัมพันธระหว่างแพทย์กับผู้ปวยในทกระบบการให้บรการทางการแพทย์ว่าอยู่ในรปของ “สัญญาจ้างท า
ุ
่
ู
์
ิ
ิ
ิ
ของ” ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณชย์ โดยไม่ได้น าเอาระบบการให้บรการทางการแพทย์มาประกอบการ
ี
ิ
ื
ิ
พิจารณาเหมอนดังเช่นกรณต่างประเทศ แนวค าวินจฉัยของศาลฎกาวินจฉัยไปในทศทางเดยวกันว่าแพทย์ม ี
ี
ิ
ี
ิ
ี
ั
่
ี
่
หน้าทในการรกษาพยาบาลผู้ปวยตามมาตรฐานและจรยธรรมแห่งการประกอบวิชาชพในขณะเดยวกันผู้ปวยก็ม ี
ี่
ั
หน้าทช าระเงนค่ารกษาพยาบาลหากผู้ปวยไม่ช าระหน้ก็จะถอเปนการผิดสัญญาช าระหน้ (Positive Breach of
ี
ี
ี่
็
ื
ิ
่
ื
ั
ิ
็
ื
Contract) แต่หากแพทย์วินจฉัยโรค (Diagnosis) ผิดหรอท าการรกษาพยาบาลผิดพลาดย่อมถอเปนการผิดสัญญา
่
้
ี
ถ้าแพทย์ประมาทเลนเล่อร่วมด้วยก็อาจเปนละเมด (Tort) ผู้ปวยทได้รบความเสยหายย่อมมสทธเลอกฟองคด ี
ิ
ั
ี
็
่
ิ
ิ
ี
ื
ิ
ฐานผิดสัญญาหรอละเมดก็ได้ ซงท าให้ขาดการพิจารณาในส่วนของระบบการให้บรการทางการแพทย์โดยรฐ
ึ
่
ื
ิ
ิ
ั
หรอตัวแทนรฐทความสัมพันธระหว่างแพทย์กับผู้ปวยว่าสมควรเปนความสัมพันธโดยกฎหมายไม่ใช่
็
์
์
ื
่
ั
่
ี
์
ี
ิ
็
ความสัมพันธทางสัญญาระหว่างแพทย์กับผู้ปวย เว้นแต่เปนกรณการให้บรการของแพทย์ในภาคเอกชนทจะม ี
่
่
ี
ิ
ิ
ความสัมพันธทางสัญญาระหว่างแพทย์กับผู้ปวยได้ นอกจากนั้นการทศาลไทยวินจฉัยให้ผู้เสยหายมสทธเลอก
ี
ิ
่
์
่
ี
ื
ี
ฟองคดทางการแพทย์ได้ทั้งในฐานผิดสัญญาหรอฐานละเมดนั้นย่อมเปนการท าลายหลักการแบ่งแยกการผิด
ื
ิ
้
็
ี
ื
่
ี่
ี
ิ
ิ
สัญญาและการละเมดทควรจะต้องแยกออกจากกันอย่างชัดแจ้ง เนองจากในทางทฤษฎนั้นทั้งสัญญาและละเมด
่
ิ
ิ
ี
ิ
ึ
ต่างเปนกรณของนตกรรมและนตเหตทในการกระท าเดยวกันไม่อาจเกิดข้นโดยซ้อนทับพรอม ๆ กันได้
็
ุ
ี
ิ
ี
้
ิ
นอกจากนั้น แนวค าวินจฉัยของศาลทน ากฎหมายค้มครองผู้บรโภคและวิธพิจารณาคดผู้บรโภคมา
ิ
ุ
ิ
ี่
ี
ี
ิ
ิ
ี
ี่
่
ื
ี
ใช้กับการประกอบวิชาชพของแพทย์ทปฏบัตงานในภาครฐนั้นมความไม่เหมาะสมหลายประการ เนองจากการ
ั
955

