Page 13 - สารนิพนธ์
P. 13
1
บทที่ 1
บทนำ
มนษย์ทกเช้อชาตและทกศาสนา ย่อมมวัฒนธรรมของชนชาตหรอศาสนานั้นๆ เพราะมนษย์
ุ
ุ
ื
ุ
ิ
ื
ุ
ิ
ี
ี
ุ
็
ิ
ุ
ิ
ุ
เปนสัตว์ประเสรฐ มการคดค้นหาแนวทางให้ตนหลดพ้นจากความทกข์หลดพ้นจากพันธนาการท ี่
ิ
ุ
ี่
ี
่
ี
ตนเองไม่พึงปรารถนาในทางเดยวกันนั้นส่งทมนษย์คดค้นมานั้นย่อมมเหตและผลทสามารถน ามา
ี
ิ
ุ
ิ
ิ
ิ
็
อธบาย แนวคดของตนเองท าให้แนวคดของตนเองนั้นได้กลายเปนมรดกทางวัฒนธรรม มรดกทาง
ุ
ุ
ี
ุ
ื่
วัฒนธรรมในประเทศไทยนั้นมมากมายหลายวัฒนธรรมอันเนองมาจากบรรพบรษได้คดค้นจากร่น
ิ
ึ
หนงส่ร่นหนง ซงมการสบทอดโดยการจดจ าและบอกต่อๆ กันมาไม่มการจดบันทกเปนลายลักษณ ์
ื
่
่
ี
ี
ึ
็
ึ
่
ึ
ุ
ู
อักษร ซงวัฒนธรรมในแต่ละท้องถ่นอาจจะไม่เหมอนกันแต่มแนวความคดพื้นฐานในการคดค้น
ึ
ิ
่
ี
ิ
ื
ิ
คล้ายๆกัน
ี
ิ
ี
ื
ดนตรไทยกับชวิตของคนไทยอยู่ควบค่กันเสมอมามได้ขาด จนเรยกได้ว่าดนตรคอ
ี
ู
ี
วัฒนธรรมประจ าชาตของชาวไทยทไม่มการแบ่งชั้นวรรณะ วิถความบันเทงระดับชาวบ้านแต่
ี
ิ
่
ี
ี
ิ
ี
ี
ื
่
ื
่
ี
ี
็
โบราณ เสยงเพลงและเสยงดนตรคอน ้าชะโลมใจยามทพวกเขาเหนดเหนอยจากการงาน ดนตร ี
ี
่
ระดับชาวบ้านจะมรปแบบทเปนทั้งการให้ความบันเทงด้วยท่วงท านองทกระชั้น สนกสนาน และ
ิ
ี
ี
็
ู
่
ุ
ี
่
่
ี
การให้อารมณทเคลบเคล้มเปนสขด้วยท านองทเยือกเย็นสดชน ส่วนดนตรในวิถของคนระดับสง
ี
ี
์
ู
ื
่
ิ
ุ
ิ
็
ี
ี
ี
ี
ื
่
ื
ภายในพระราชส านัก เสยงเพลงและดนตรคอมโหรทขับกล่อมบรรดาเจ้านายหรอขุนนางให้เกิด
ี
ิ
ความสบายใจคลายเครยด (ชนต ภ่กาญจน์.2545.32)
ู
้
ี
ิ
ุ
ิ
ดนตรเปนศลปะอันเกิดจากการสรางสรรค์ของมนษย์ โดยน าเอาจตวิญญาณประสบการณ ์
็
ี
ี
ี
้
็
ิ
ชวิต ธรรมชาตรอบข้าง เข้ามาหล่อหลอมรวมกันแล้วถ่ายทอดออกมาเปนเสยง ผ่านเสยงรองและ
ู
ิ
เครองดนตรส่ผู้ฟง (ทรงศักด์ บัวอ่อน.2546:42) ดังค ากล่าวของรองศาสตราจารย์ ดร.สมเกียรต สาย
ี
ื
่
ั
ิ
ธน(2548:ข)ทว่า ดนตรไทยเปนเอกลักษณทางวัฒนธรรมทบ่งบอกถงความเปนชาตไทยความ
็
็
ิ
ู
ี
่
์
ี
่
ี
ึ
ุ
็
ิ
ิ
สวยงามด้านสนทรยศาสตรของไทยน้ คตศลปนนานาอารยประเทศได้ยกย่องให้ดนตรไทยเปน
ี
ี
์
ี
ี
ิ
่
ื
ี
ิ
ี
ดนตรชั้นสง (Classical Music) การบรรเลงหรอการปฏบัตทางดนตรไทยใช่ว่าจะเปนส่งทง่ายต่อการ
ู
ี
ิ
็
ี
ี
ิ
ี
ื
ี
ั
ื
่
กระท าหรอการปฏบัตผู้ทมความสามารถย่อมมฝมอทจะบรรเลงให้ผู้ชมผู้ฟงได้ซาบซ้งในรสของ
ี
ึ
ิ
่

