Page 134 - สารนิพนธ์
P. 134
122
ี่
ุ
์
ี
ี
ี
่
ี
ตารางท 27 แสดงผลสัมฤทธ์ ิทางการเรยนระหว่างกล่มผู้ทเรยนด้วยบทเรยนคอมพิวเตอรช่วยสอน
ี
่
และกล่มผู้ทเรยนด้วยวิธการสอนแบบปกต ิ
ุ
ี
ี
่
กลุมตัวอยาง
่
N X S t-test Sig
2
ี
ี
ี
์
่
ุ
กล่มท 1 เรยนด้วยบทเรยนคอมพิวเตอรช่วยสอน 46 17.76 1.43 12.04* 0.0000
ี
ี
่
กล่มท 2 เรยนด้วยวิธการสอนแบบปกต ิ 46 14.63 2.42
ี
ุ
ี่
ิ
ิ
ี
*มนัยส าคัญทางสถตทระดับ .05
ี
จากตารางท 27 วิเคราะหผลสัมฤทธ์ ิทางการเรยนของผู้เรยน เปรยบเทยบระหว่าง
ี
ี
ี
์
ี่
่
ื
ี
ี
ุ
์
ี
ื
่
ี
ี
ุ
กล่มผู้เรยนด้วยบทเรยนคอมพิวเตอรช่วยสอน วิชาดนตรไทยเรอง เครองดนตรไทย และกล่มผู้เรยน
ุ
่
่
ี
ี
ทเรยนด้วยวิธการสอนแบบปกต ผลปรากฏดังน้ ี คะแนนเฉลยของกล่มผู้เรยนด้วยบทเรยน
ิ
ี
ี
ี
ี
่
ี
ี
ี
คอมพิวเตอรช่วยสอน เท่ากับ 17.76 คะแนน คะแนนเฉลยของกล่มผู้เรยนทเรยนด้วยวิธการสอน
ุ
ี
ี่
์
ิ
แบบปกต เท่ากับ 14.63 คะแนน น ามาหาค่าสถตโดยใช้ t-test independent โดยค านวณได้ค่า
ิ
ิ
ื
ี่
ิ
t = 12.04 เมอเปดตารางค่า t วิกฤตทระดับนัยส าคัญ(α) = .05 ชั้นแห่งความเปนอสระ(df) = 40 ได้
่
ิ
็
ึ
ค่า t = 1.67 ซงค่า t ทค านวณได้ 12.04 ได้มากกว่าค่า t ตาราง(1.67) นั้นคอ ผลสัมฤทธ์ ิทางการ
่
ี่
ื
ี
ี
ี
่
ี
์
ี
เรยนของนักเรยนทเรยนด้วยวิธสอนแบบใช้บทเรยนคอมพิวเตอรช่วยสอนแตกต่างกับวิธการสอน
ี
ี
ิ
ุ
ิ
ี
่
แบบปกต และจากการพิจารณาค่าเฉลยคะแนนผลสัมฤทธ์ทางการเรยนของทั้ง 2 กล่ม พบว่าค่าเฉลย
่
ี
ี
ี
ุ
ี
ี
คะแนนกล่มทเรยนด้วยบทเรยนคอมพิวเตอรช่วยสอนสงกว่ากล่มทเรยนด้วยวิธการสอนแบบปกต ิ
่
ี
ุ
ี
ู
่
ี
์
ี
ท าให้สรปได้ว่า ผลสัมฤทธ์ ิทางการเรยนของนักเรยนทเรยนด้วยบทเรยนคอมพิวเตอรช่วยสอนสง
ี
์
ี
ู
ุ
่
ี
ี
ิ
กว่าผลสัมฤทธ์ทางการเรยนด้วยวิธการสอนแบบปกต อย่างมนัยส าคัญทางสถตระดับ .05
ี
ิ
ิ
ิ
ี
ี
้
ี
6. วิเคราะหหาความกาวหนาทางการเรยนของนกเรยนที่เรยนดวยวิธการสอนแบบ
ี
ี
ั
้
ี
้
์
ื่
ี
ี
ื่
่
ี
ี
ปกติกอนเรยนและหลังเรยน วิชาดนตรไทย เรองเครองดนตรไทย
ี
ี
ี
่
ี
ี
ึ
จากการศกษาความก้าวหน้าทางการเรยนของนักเรยนทเรยนด้วยวิธการสอนแบบ
ี
ิ
ี
ปกต โดยการเปรยบเทยบความก้าวหน้าคะแนนระหว่างก่อนเรยนและหลังเรยนปรากฏผลดังตาราง
ี
ี
ท 28
ี่

