Page 85 - Computer Network
P. 85

76                                                                  บทที่ 11. มัลติเพล็กซิง















                              รูปที่ 11.1: รูปแบบทั่วไปของสัญญาณแบบไม่ประสานเวลา ของการส่งข้อมูลแบบ RS-232



                      แบบประสานเวลา (Synchronous): การส่งข้อมูลแบบประสานเวลานี้ อุปกรณ์ที่รับส่งข้อมูลจะต้องประสาน
                           เวลากัน หมายถึงการที่สัญญาณนาฬิกาของระบบจะต้องมีการทำงานพร้อมกัน สัญญาณนาฬิกานี้จะให้
                           บริการกับอุปกรณ์หลักต่างๆในเน็ตเวิร์ค โดยที่ภาครับจะใช้สัญญาณนาฬิกานี้ในการระบุขอบเขตของเฟรม
                           ที่รับได้ เนื่องจากความจำเป็นในการประสานเวลาระหว่างเครื่องรับและเครื่องส่ง การทำงานแบบประสาน
                                                                           book)
                           เวลาจะทำได้ดีในระยะทางที่ไม่ไกลมาก เพราะอาจทำให้เกิดความผิดพลาดของสัญญาณนาฬิกา แนวทาง

                           หนึ่งในการแก้ปัญหาคือ การส่งสัญญาณนาฬิการ่วมกับการส่งของข้อมูล (embed the clocking) เช่นใน
                           ระบบดิจิทัลโดยการส่งข้อมูลแบบแมนเชสเตอร์ หรือ ในระบบแอนะล็อกทำโดยการดูจากเฟสของคลื่นพาห์
                           (carrier) เป็นต้น
                                                          (partial
                           เพื่อให้ทราบถึงจุดเริ่มต้นของข้อมูลในการส่งแบบประสานเวลา ภาคส่งจะเพิ่มส่วนเริ่มต้นและสิ้นสุดชุด
                           ข้อมูลที่จะส่ง แทนที่จะเป็นการเพิ่มให้แต่ละอักขระเหมือนในการส่งแบบไม่ประสานเวลา โดยทั่วไปจะเป็น
                           flag ขนาด 8 บิตหรือ 1 ไบต์ เมื่อภาครับได้รับข้อมูล ภาครับจะตรวจสอบหา flag นี้ เพื่อระบุการเริ่มต้นของ
                           ข้อมูลและจุดสิ้นสุดของข้อมูล ระหว่าง flag นี้อาจมีข้อมูลต่างๆเช่น หมายเลขลำดับของข้อมูล หรือบิตเพื่อ
                           ตรวจสอบความผิดพลาดต่างๆ เป็นต้น ตัวอย่างการส่งแบบประสานเวลา ได้แก่ T-1 และโซเน็ต (SONET)
                                               only
                           เป็นต้น รูปที่ 11.2 แสดงรูปแบบทั่วไปของสัญญาณแบบประสานเวลา




                                    KKU    รูปที่ 11.2: รูปแบบทั่วไปของสัญญาณแบบประสานเวลา









                         นอกจากนี้โดยทั่วไปการสื่อสารแบบประสานเวลา เรายังสามารถแบ่งได้เป็นแบบ Character­oriented และ
                     Bit­oriented

                         • Character­oriented เป็นการสื่อสารโดยการใส่อักขระพิเศษที่ไบต์เริ่มต้น และสิ้นสุดของข้อมูล หรือในที่

                           นี้คือ flag ระบุที่ไบต์แรก และสุดท้ายของเฟรม อย่างไรก็ตามปัญหาที่เกิดขึ้น เราไม่สามารถหลีกเลี่ยงกรณี
                           ของการส่งไบต์ของข้อมูล ที่มีค่าเดียวกับอักขระพิเศษนี้ได้ ดังนั้นเพื่อแก้ไขปัญหาที่อาจเกิดขึ้น จึงจำเป็นต้อง
                           มีการทำงาน เรียกว่า byte­stuffing เพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว

                           วิธี Byte stuffing เป็นการแทรกข้อมูลที่เป็นไบต์เข้าในข้อมูล ด้วยการแทรกไบต์ ESC เข้าไปในข้อมูลที่จะ
                           ส่ง เมื่อพบว่าข้อมูลที่จะส่งนั้นเป็นไบต์เดียวกับไบต์เริ่มต้นและไบต์สิ้นสุดของฟรม สมมุติให้เราใช้ Flag ไบต์
                           เพื่อใช้ระบุจุดเริ่มต้นและสิ้นสุดเฟรม ดังนั้นหากพบว่าข้อมูลที่จะส่งมีไบต์ Flag อยู่ภายใน ไบต์ ESC ถูก
                           แทรกที่ก่อนหน้าไบต์ Flag ที่เกิดขึ้นทุกครั้ง และเมื่อภาครับพบว่ามีไบต์ ESC อยู่ภายในข้อมูลที่ได้รับ ภาค
                           รับจะกำจัดไบต์ ESC ทิ้งไป รูปที่ 11.3 แสดงรูปแบบทั่วไปของเฟรมที่ส่งในช่องสัญญาณ ประกอบด้วย Flag

                           ที่จุดเริ่มต้นและสิ้นสุดของเฟรม
   80   81   82   83   84   85   86   87   88   89   90