Page 89 - Computer Network
P. 89

80                                                                  บทที่ 11. มัลติเพล็กซิง



                     รวมกันเป็นเฟรม สมมุติให้มีขาเข้าเป็น n ช่อง และแต่ละเฟรมจะประกอบด้วย n สล็อต โดยแต่ละสล็อตถูกกำหนด
                     ให้กับแต่ละช่อง หากแต่ละเฟรมใช้เวลา T จะทำให้แต่ละสล็อตเป็น T/n จะเห็นว่าความเร็วขาออกของข้อมูลต้อง
                     เร็วเป็น n เท่าของข้อมูลขาเข้า เพื่อสามารถรองรับการส่งของข้อมูลได้ รูปที่ 11.12 แสดงหลักการทำงานของการ
                     ทำมัลติเพล็กซ์แบบ TDM
















                                                                           book)






                                           รูปที่ 11.12: หลักการทำงาน TDM แบบ ซิงโครไนเซชัน
                                                          (partial

                         การทำมัลติเพล็กซ์แบบ TDM ไม่ง่ายอย่างการทำมัลติเพล็กซ์แบบ FDM เนื่องจากภาคส่งและภาครับต้องทำ

                     การซิงโครไนซ์กันอย่างถูกต้อง ความผิดพลาดของการทำซิงโครไนเซชัน อาจทำให้ภาครับได้รับข้อมูลจากช่องข้อมูล
                     อื่นได้ ดังนั้นเพื่อแก้ปัญหานี้ แต่ละเฟรมจะเพิ่มบิตเข้าไปในแต่ละเฟรม โดยบิตที่เพิ่มเข้าไปนี้ เรียกว่า เฟรมบิต การ
                     ใช้เฟรมบิตนี้ ทำให้ภาครับสามารถแยกข้อมูลที่เข้ามาได้ถูกต้อง รูปที่ 11.13 แสดงการใช้หนึ่งบิตเพื่อซิงโครไนเซชัน
                                               only
                     โดยมีการสลับระหว่างบิต 0 และบิต 1 เสมือนลำดับของเฟรม




                                    KKU           รูปที่ 11.13: การทำงานของเฟรมบิต




                         แม้ว่าการทำงานของการทำมัลติเพล็กซ์แบบ TDM จะเป็นระบบดิจิทัล แต่การทำมัลติเพล็กซ์แบบ TDM
                     สามารถรองรับการส่งข้อมูลแบบแอนะล็อก เช่นในระบบการโทรศัพท์ โดยอาศัยการผ่านอุปกรณ์แปลงจากแบบ

                     แอนะล็อกเป็นแบบดิจิทัลก่อน เพื่อทำมัลติเพล็กซ์แบบ TDM ต่อไป เช่น การสื่อสารระบบ T lines ที่ถูกออกแบบ
                     เพื่อใช้ในการสื่อสารข้อมูลแบบดิจิทัล เสียง และภาพเคลื่อนไหว (video) รูปที่ 11.14 แสดงตัวอย่างการส่งข้อมูล
                     แบบแอนะล็อกด้วยการทำมัลติเพล็กซ์แบบ TDM บนสายส่ง T-1 โดยแต่ละเฟรมประกอบด้วย 24 ช่องสัญญาณ
                     และอีกหนึ่งบิตสำหรับการทำซิงโครไนเซชัน ทำให้ข้อมูลในแต่ละเฟรมมีขนาดเท่ากับ 193 บิต โดย T-1 สามารถ
                     รองรับจำนวน 8000 เฟรม ทำให้ได้ความเร็ว (data rate) ที่ 193x8000 = 1.544 Mbps
                         การทำมัลติเพล็กซ์แบบ TDM ที่เราศึกษานั้นเรียกอีกอย่างว่า Synchronous TDM โดยที่แต่ละช่องสัญญาณจะ

                     ถูกกำหนดในแต่ละสล็อตที่แน่นอน ผลจากการทำงานดังกล่าว จะเห็นว่าหากมีช่องใดช่องหนึ่งไม่มีการส่งข้อมูล จะ
                     ทำให้การใช้แบนด์วิดท์เป็นไปอย่างไม่มีประสิทธิภาพ เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว การทำ Statistical TDM จะมีการ
                     กำหนดสล็อตให้แต่ละช่องก็ต่อเมื่อมีข้อมูลที่จะส่งเท่านั้น โดยจำนวนสล็อตจะมีน้อยกว่าช่องสัญญาณขาเข้า แต่ละ
                     ช่องสัญญาณจะถูกตรวจสอบว่ามีข้อมูลที่จะส่งหรือไม่แบบ Round-robin หากพบว่ามีข้อมูลที่จะส่ง ช่องสัญญาณ
                     นั้นจะได้รับการกำหนดสล็อต มิฉะนั้นจะถูกข้ามไป
                         เนื่องจากการทำงานใน Statistical TDM ไม่มีการกำหนดช่องสัญญาณไว้ล่วงหน้าเช่นเดียวกับ Synchronous

                     TDM ดังนั้นเพื่อให้การส่งข้อมูลจากต้นทางไปยังปลายทางได้อย่างถูกต้อง แต่ละสล็อตใน Statistical TDM จำเป็น
   84   85   86   87   88   89   90   91   92   93   94