Page 23 - 4. แสงสว่างของทางเลือกใหม่ในการจัดการเรียนรู้ (Final 11-4-16)
P. 23
บทนํา
กวาจะเปนเสนทางสายไตรตรอง
่
์
ี
้
ทั้งๆ ทไม่มความรหรือประสบการณด้านการศึกษามากอนเลย ผมไดรบใชงานดาน
้
้
ี
ู
้
ั
่
ึ
ิ
ี
การศึกษาคาทอลิกมาเปนเวลาประมาณ 10 ปี ผมประกอบวชาชพเปนทปรกษากฎหมาย
ี
่
็
็
ิ
่
ิ
้
ี
้
ึ
่
ี
็
็
่
ํ
ํ
เชยวชาญดานกฎหมายธุรกจ และไดเรมทางานเปนทปรกษากฎหมายหลังจากสาเรจการศึกษา
ิ
์
็
ื
้
ิ
ิ
์
จากคณะนติศาสตร มหาวทยาลัยธรรมศาสตรมาเปนเวลาเกอบ 30 ปี แม้ว่าไดจบปรญญาเอก
์
ี
็
ิ
้
ิ
ํ
้
ดานการบรหารการพัฒนาจากสถาบันบัณฑตพัฒนบรหารศาสตร แต่กไม่ทาใหผมมคุณสมบัติใดๆ
ิ
่
ี
่
ํ
่
ี
ี
้
ทจะทางานดานการศึกษาคาทอลิก สิงเดียวทเชือมโยงผมกับการศึกษาคาทอลิกคอ ผมเรยนท ี ่
ื
่
์
ี
โรงเรยนเซนตคาเบรยล เปนเวลา 11 ปี
็
ี
คร้งหนึ่ง เมอประมาณ 20 ปีมาแล้ว เพอนรวมงานคนหนึ่งถามผมว่า “หากถงจุดสูงสุดทาง
ึ
่
ื่
ื่
ั
้
่
่
ี
ื
่
ี
วิชาชพแล้ว พโปงอยากทาอะไรต่อไปเพอใหชวิตมความหมายมากกว่าน้” ผมตอบไปแบบอัตโนมัติ
ี
ี
ี
ํ
์
้
ว่า “หากเปนพระประสงคของพระเจ้า ผมปรารถนาทจะทางานดานการศึกษา” ณ เวลานั้น ผมไม่
ํ
่
็
ี
้
ื
ั
็
ํ
ู
ี
้
ี
อาจล่วงรเลยว่า สิ่งน้เปนแผนการของพระเจาสาหรบผมหรอไม่ จนกระทัง 10 ปหลังจากนั้น เป็น
่
์
ี
่
ื่
่
ี
ั
ิ
ํ
ช่วงเวลาทผมกาลังทบทวนและคนหาจุดประสงคในชวตของผมอกคร้ง เพอนรวมงานของผมอีกคน
ี
้
้
้
้
ี
ี
ิ
ี
้
่
้
ี
่
หนึ่งซึ่งมลูกสาวเรยนอยูทโรงเรยนมาแตรเดอวทยาลัยไดทําหนาทีเปนผูแจงข่าวดใหกับผมว่า
็
ี
ี
์
่
ี่
“โรงเรยนมาแตรเดอฯ อยากทาแผนพัฒนาโรงเรยน พสนใจอยากช่วยไหม พกมลูกสาวนะ เผอพจะ
ี
ี่
ํ
็
ี่
ี
ี
์
ี
ื่
้
ไดเอาลูกสาวเขามาแตรฯ ไดไง” ในขณะนั้น ลูกสาวคนโตของผมอายุได้ 2 ขวบ
้
์
้
็
้
แมว่าผมรสึกเหมอนเปนลาทีต้องมีคนเอาแครอทมาล่อทีปลายจมูกใหเดินตาม แต่ผมรับ
้
้
่
ู
ื
่
โอกาสในทันทดวยความยนด เขาพาผมไปพบกับคนทเปดทางและนําทางผมสูการศึกษาคาทอลิก
่
้
ี
ี
ิ
ี
่
ิ
ู้
้
่
อาจารยสมิตรา พงศธร ผประสานงานฝายการศึกษาอุร์สุลินและผูบรหารฝายบุคลากรและจิต
่
ิ
ุ
์
้
้
ํ
์
ี
่
ิ
ตาภบาล โรงเรยนมาแตรเดอวทยาลัย เพอนคนนั้นเตือนใหผมทาใจไวระดับหนึงก่อนเขาพบ
ิ
่
ื
ี
้
อาจารยสุมิตราว่า “แต่พตองทาใจไวหน่อยนะ เพราะว่าอาจารยรกโรงเรยนมาก อาจารยเลอกคนท ี่
้
ํ
์
์
ั
ี่
้
ื
์
ี
้
ี
่
จะมาทางานใหโรงเรยนและไม่วางใจใครง่ายๆ” ผมทาใจไวระดับหนึงและสวดขอพระเจ้าสั้นๆ ว่า
ํ
้
ํ
“หากเปนพระประสงคของพระองค ลูกอยูทน ลูกขอโอกาสน้ทจะรบใชพระองค” หลังจาก
์
์
์
ั
ี่
ี
่
่
ี่
้
็
ี
์
็
พบกันอาจารยสุมิตราวางใจในตัวผมและทมงาน ในเวลาอันรวดเรว แมว่าผมไดเรยนอาจารยอย่าง
ี
์
้
ี
้
้
ํ
ี
ํ
ี
่
์
ชัดเจนว่า ผมและทมงานไม่เคยทางานใหกับโรงเรยนใดๆ มากอน อาจารยพาเราไปแนะนาคุณครู
้
์
ผูปกครอง และศิษยเกาว่า “นี คุณอนุพันธและทมงาน จะมาช่วยเราทาแผนพัฒนาโรงเรยน” เราได้
ี
ี
ํ
่
่
์
1

