Page 57 - Dictionary of Buddhism by Bhikkhu P. A. Payutto
P. 57

เอกกะ — หมวด 1

                                                  Groups of One

                                              (including related groups)




               [1] กัลยาณมิตตตา (ความมีกัลยาณมิตร คือ มีผูแนะนํ าสั่งสอน ที่ปรึกษา เพื่อนที่คบหา

                  และบุคคลผูแวดลอมที่ดี,  ความรูจักเลือกเสวนาบุคคล  หรือเขารวมหมูกับทานผูทรงคุณทรง
                  ปญญามีความสามาFรถ ซึ่งจะชวยแวดลอม สนับสนุน ชักจูง ชี้ชองทาง เปนแบบอยาง ตลอด

                  จนเปนเครื่องอุดหนุนเกื้อกูลแกกัน  ใหดํ าเนินกาวหนาไปดวยดี  ในการศึกษาอบรม  การครอง
                  ชีวิต  การประกอบกิจการ  และธรรมปฏิบัติ,  สิ่งแวดลอมทางสังคมที่ดี —  Kalyànฺamittatà:


                  having good friends; good company; friendship with the lovely; favourable social
                  environment) ขอนี้เปน องคประกอบภายนอก (external factor; environmental factor)

                       “ภิกษุทั้งหลาย  เมื่อดวงอาทิตยอุทัยอยู  ยอมมีแสงอรุณขึ้นมากอน  เปนบุพนิมิต  ฉันใด  ความมี

                  กัลยาณมิตรก็เปนตัวนํ า เปนบุพนิมิต แหงการเกิดขึ้นของอารยอัษฎางคิกมรรค แกภิกษุ ฉันนั้น”
                       “ความมีกัลยาณมิตร  เทากับเปนพรหมจรรย (การครองชีวิตประเสริฐ)  ทั้งหมดทีเดียว  เพราะวา  ผูมี

                  กัลยาณมิตรพึงหวังสิ่งนี้ได คือ จักเจริญ จักทํ าใหมากซึ่งอารยอัษฎางคิกมรรค”

                       “อาศัยเราผูเปนกัลยาณมิตร เหลาสัตวผูมีชาติเปนธรรมดา ก็พนจากชาติ ผูมีชราเปนธรรมดา ก็พนจาก
                  ชรา ผูมีมรณะเปนธรรมดา ก็พนจากมรณะ ผูมีโสกะ ปริเทวะ ทุกข โทมนัส และอุปายาสเปนธรรมดา ก็พน
                  จากโสกะ ปริเทวะ ทุกข โทมนัส และอุปายาส”

                       “เราไมเล็งเห็นองคประกอบภายนอกอื่นแมสักอยางเดียว  ที่มีประโยชนมากสํ าหรับภิกษุผูเปนเสขะ

                  เหมือนความมีกัลยาณมิตร, ภิกษุผูมีกัลยาณมิตร ยอมกํ าจัดอกุศลได และยอมยังกุศลใหเกิดขึ้น”
                       “ความมีกัลยาณมิตร  ยอมเปนไปเพื่อประโยชนยิ่งใหญ,  เพื่อความดํ ารงมั่น  ไมเสื่อมสูญ  ไมอันตรธาน

                  แหงสัทธรรม” ฯลฯ

                  S.V.2–30; A.I.14–18; It.10.             สํ.ม. 19/5–129/2–36; องฺ.เอก. 20/72–128/16–25; ขุ.อิติ. 25/195/237.

               [2] โยนิโสมนสิการ  (การใชความคิดถูกวิธี  คือ  การทํ าในใจโดยแยบคาย  มองสิ่งทั้ง

                  หลายดวยความคิดพิจารณาสืบคนถึงตนเคา  สาวหาเหตุผลจนตลอดสาย  แยกแยะออก
                  พิเคราะหดูดวยปญญาที่คิดเปนระเบียบและโดยอุบายวิธี  ใหเห็นสิ่งนั้นๆ  หรือปญหานั้นๆ  ตาม

                  สภาวะและตามความสัมพันธแหงเหตุปจจัย —  Yonisomanasikàra: reasoned attention;
                  systematic attention; analytical thinking; critical reflection; thinking in terms of

                  specific conditionality; thinking by way of causal relations or by way of problem-
                  solving) ขอนี้เปน องคประกอบภายใน (internal factor; personal factor) และเปน ฝาย

                  ปญญา (a factor belonging to the category of insight or wisdom)

                       “ภิกษุทั้งหลาย เมื่อดวงอาทิตยอุทัยอยู ยอมมีแสงอรุณขึ้นมากอน เปนบุพนิมิต ฉันใด ความถึงพรอม
   52   53   54   55   56   57   58   59   60   61   62