Page 59 - Dictionary of Buddhism by Bhikkhu P. A. Payutto
P. 59

หมวด 1                                      59                                        [3]




                       “เราไมเล็งเห็นธรรมอื่น แมสักขอหนึ่ง ซึ่งเปนเหตุใหอารยอัษฎางคิกมรรคที่ยังไมเกิด ก็เกิดขึ้น ที่เกิดขึ้น
                  แลว ก็เจริญบริบูรณ เหมือนอยางความถึงพรอมดวยความไมประมาทนี้เลย”

                       “รอยเทาของสัตวบกทั้งหลาย  ชนิดใดๆ  ก็ตาม  ยอมลงในรอยเทาชางไดทั้งหมด,  รอยเทาชาง  เรียกวา
                  เปนยอดของรอยเทาเหลานั้น  โดยความใหญ  ฉันใด  กุศลธรรมทั้งหลาย  อยางใดๆ  ก็ตาม  ยอมมีความไม

                  ประมาทเปนมูล  ประชุมลงในความไมประมาทไดทั้งหมด  ความไมประมาท  เรียกไดวาเปนยอดของธรรมเหลา
                  นั้น ฉันนั้น”

                       “ผูมีกัลยาณมิตร พึงเปนอยูโดยอาศัยธรรมเอกขอนี้ คือ ความไมประมาทในกุศลธรรมทั้งหลาย”

                       “ธรรมเอกอันจะทํ าใหยึดเอาประโยชนไวไดทั้ง 2  อยาง  คือ  ทั้งทิฏฐธัมมิกัตถะ (ประโยชนปจจุบัน
                  ประโยชนเฉพาะหนา  หรือประโยชนสามัญของชีวิต  เชน  ทรัพย  ยศ  กามสุข  เปนตน)  และสัมปรายิกัตถะ

                  (ประโยชนเบื้องหนาหรือประโยชนขั้นสูงขึ้นไปทางจิตใจหรือคุณธรรม) ก็คือความไมประมาท”

                       “สังขาร (สิ่งที่ปจจัยปรุงแตงขึ้น) ทั้งหลาย มีความเสื่อมสิ้นไปเปนธรรมดา ทานทั้งหลายจงยังประโยชนที่
                  มุงหมายใหสํ าเร็จ ดวยความไมประมาทเถิด”

                       “ความไมประมาท ยอมเปนไปเพื่อประโยชนยิ่งใหญ, เพื่อความดํ ารงมั่น ไมเสื่อมสูญ ไมอันตรธานแหง
                  สัทธรรม” ฯลฯ

                  D.II.156; S.I.86–89; S.V.30–45;                         ที.ม. 10/143/180; สํ.ส. 15/378–384/125–129;

                  A.I.11–17; A.III.365; A.V.21.                      สํ.ม. 19/135–262/37–66; องฺ.เอก. 20/60–116/13–23;
                                                                             องฺ.ฉกฺก. 22/324/407; องฺ.ทสก. 24/15/23.
   54   55   56   57   58   59   60   61   62   63   64