Page 58 - Dictionary of Buddhism by Bhikkhu P. A. Payutto
P. 58
[3] 58 พจนานุกรมพุทธศาสตร
ดวยโยนิโสมนสิการ ก็เปนตัวนํ า เปนบุพนิมิต แหงการเกิดขึ้นของอารยอัษฎางคิกมรรค แกภิกษุ ฉันนั้น”
“เราไมเล็งเห็นองคประกอบภายในอื่นแมสักอยางเดียว ที่มีประโยชนมาก สํ าหรับภิกษุผูเปนเสขะ
เหมือนโยนิโสมนสิการ ภิกษุผูมีโยนิโสมนสิการ ยอมกํ าจัดอกุศลได และยอมยังกุศลใหเกิดขึ้น”
“เราไมเล็งเห็นธรรมอื่น แมสักขอหนึ่ง ซึ่งเปนเหตุใหสัมมาทิฏฐิที่ยังไมเกิด ก็เกิดขึ้น ที่เกิดขึ้นแลว ก็
เจริญยิ่งขึ้น เหมือนโยนิโสมนสิการเลย”
“เราไมเล็งเห็นธรรมอื่น แมสักขอหนึ่ง ซึ่งจะเปนเหตุใหความสงสัยที่ยังไมเกิด ก็ไมเกิดขึ้น ที่เกิดขึ้นแลว
ก็ถูกขจัดเสียได เหมือนโยนิโสมนสิการเลย”
“โยนิโสมนสิการ ยอมเปนไปเพื่อประโยชนยิ่งใหญ, เพื่อความดํ ารงมั่น ไมเสื่อมสูญ ไมอันตรธานแหง
สัทธรรม” ฯลฯ
ธรรมขออื่น ที่ไดรับยกยองคลายกับโยนิโสมนสิการนี้ ในบางแง ไดแก อัปปมาทะ (ความ
ไมประมาท — earnestness; diligence), วิริยารัมภะ (การปรารภความเพียร, ทํ าความเพียร
มุงมั่น — instigation of energy; energetic effort), อัปปจฉตา (ความมักนอย, ไมเห็นแก
ได — fewness of wishes; paucity of selfish desire), สันตุฏฐี (ความสันโดษ —
contentment), สัมปชัญญะ (ความรูตัว, สํ านึกตระหนักชัดดวยปญญา — awareness; full
comprehension); กุสลธัมมานุโยค (การหมั่นประกอบกุศลธรรม — pursuit of wholesome
states; devotion to good things); สีลสัมปทา (ความถึงพรอมแหงศีล — possession of
virtue); ฉันทสัมปทา (ความถึงพรอมแหงฉันทะ — possession of will), อัตตสัมปทา (ความ
ถึงพรอมแหงตนคือมีจิตใจซึ่งพัฒนาเต็มที่แลว — self–realization, self-actualization),
ทิฏฐิสัมปทา (ความถึงพรอมแหงทิฏฐิ — possession of right view), และ อัปปมาทสัมปทา
(ความถึงพรอมแหงอัปปมาทะ — possession of earnestness)
S.V.2–30; A.I.11–31; It.9. สํ.ม. 19/5–129/2–36; องฺ.เอก.20/60–186/13–41; ขุ.อิติ. 25/194/236.
[3] อัปปมาทะ (ความไมประมาท คือ ความเปนอยูอยางไมขาดสติ หรือความเพียรที่มีสติ
เปนเครื่องเรงเราและควบคุม ไดแก การดํ าเนินชีวิตโดยมีสติเปนเครื่องกํ ากับความประพฤติ
ปฏิบัติและการกระทํ าทุกอยาง ระมัดระวังตัว ไมยอมถลํ าลงไปในทางเสื่อม แตไมยอมพลาด
โอกาสสํ าหรับความดีงามและความเจริญกาวหนา ตระหนักในสิ่งที่พึงทํ าและพึงละเวน ใสใจ
สํ านึกอยูเสมอในหนาที่อันจะตองรับผิดชอบ ไมยอมปลอยปละละเลย กระทํ าการดวยความจริง
จัง รอบคอบ และรุดหนาเรื่อยไป — Appamàda: earnestness; diligence; heedfulness)
ขอนี้เปน องคประกอบภายใน (internal factor; personal factor) และเปนฝายสมาธิ (a
factor belonging to the category of concentration)
“ภิกษุทั้งหลาย เมื่อดวงอาทิตยอุทัยอยู ยอมมีแสงอรุณขึ้นมากอน เปนบุพนิมิต ฉันใด ความถึงพรอม
ดวยความไมประมาท ก็เปนตัวนํ า เปนบุพนิมิตแหงการเกิดขึ้นของอารยอัษฎางคิกมรรค แกภิกษุ ฉันนั้น”
“ธรรมเอก ที่มีอุปการะมาก เพื่อการเกิดขึ้นแหงอารยอัษฎางคิกมรรค ก็คือ ความถึงพรอมดวยความไม
ประมาท”

