Page 189 - วิจัยชั้นเรียน เปลี่ยนครู หมอวิจารณ์
P. 189
ี
ี
ึ
ั
การเรียนรู้สู่การเปล่ยนแปลงน้เกิดข้นท้งในระดับบุคคล (ครู และ
นักเรียน และอาจครอบคลุมไปยังพ่อแม่ของนักเรียน) ระดับโรงเรียน ชุมชน
และสังคม รวมทั้งวงการวิชาชีพครูและวงการนโยบายการศึกษาของประเทศ
ี
�
ี
โดยท่การเปลี่ยนแปลง (transformation) ท่สาคัญย่งของวงการศึกษาและ
ิ
วงการครู คือ คนในวิชาชีพครูต้องท�าวิจัยไปพร้อม ๆ กันกับท�าการสอน และ
ื
ยึดถือการวิจัยปฏิบัติการศึกษาตนเองเป็นเคร่องมือสาคัญท่สุดในการ
ี
�
ั
�
�
พัฒนาครู ในกระบวนทัศน์ใหม่ชีวิตการทางานประจาวันของครู มีท้งการใช้
และสร้างความรู้อยู่ด้วยกันอย่างแยกกันไม่ออก
ื
ผู้เขียนบอกว่าพวกตนเขียนหนังสือเล่มน้เพ่อชักชวนเพ่อนครู ให้ใช้
ื
ี
เครื่องมือ “วิจัยปฏิบัติการศึกษาตนเอง” นี้ เป็นเครื่องมือยกระดับสมรรถนะ
ความเป็นครูของตนเองและยกระดับวิชาชีพคร ู
หัวใจส�าคัญยิ่งคือการพัฒนาสมรรถนะของครูประจ�าการ ควรมาจาก
การด�าเนินการของตัวครูเองเป็นส่วนใหญ่ มาจากการก�าหนดจาก “เบื้องบน”
เป็นส่วนน้อย หากเป็นเช่นนี้ได้จริง วงการวิชาชีพครูก็จะมีอิสรภาพ มีศักดิ์ศรี
ี
ี
เร่องราวในหนังสือเล่มน้ คือวิธีการพัฒนาสมรรถนะของครูประจาการท่ด ี
�
ื
�
ี
�
ี
ท่สุด เพราะดาเนินการในห้องเรียนท่ครูทาอยู่เป็นประจ�าน่นเอง
ั
การวิจัยปฏิบัติการศึกษาตนเองของครูนี้ เป็นการวิจัยชีวิตจริง ปฏิบัติ
งานสอนจริง ชีวิตจริงเป็นสิ่งท่ซับซ้อนและไม่แน่นอน ครูท่ทาวิจัยแนวน้จึง
ี
ี
ี
�
ี
ต้องเตรียมพร้อมท่จะเผชิญความไม่แน่นอน ไม่มีสูตรตายตัว เตรียมพร้อม
�
ท่จะบันทึกเร่องราวท่เกิดข้นจริง อย่างซื่อสัตย์ตรงไปตรงมา นามาใคร่ครวญ
ี
ื
ี
ึ
สะท้อนคิดอย่างจริงจัง ตรวจสอบกับข้อมูลของเพ่อนร่วมวิชาชีพในโรงเรียน
ื
เดียวกัน และตรวจสอบกับข้อคิดเห็นของนักเรียนของตน เพ่อตีความ
ื
วิจัยชั้นเรยนเปลี่ยนคร 188
ี
ู

